เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 871 ลบความทรงจ า
อสูรหัวม้าหยิบตราประทับออกมาส่งให้
ยมทูตเก็บตราประทับไว้ แล้วหันไปมองฉู่ลั่ว “รอให้พวกข้า
จัดการกับวิญญาณที่อยู่ที่นี่ก่อน จึงจะทำการปลดอาณาเขต”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
ยมทูตดำมองเธอด้วยใบหน้าน่ากลัวอยู่พักหนึ่ง เห็นว่าเธอไม่ได้
ถามอะไรมากความ จึงพูดว่า “ถ้าเช่นนั้นพวกเราเริ่มจัดการได้เลย”
“อืม”
ยมทูตขาวดำรีบจัดการให้ยมทูตไปนำทางเหล่าดวงวิญญาณ
ทันที
ยมทูตขาวเอ่ยว่า “วิญญาณเหล่านั้นที่ท่านพามาจะให้จัดการ
หรือไม่?”
ฉู่ลั่วครุ่นคิด “นอกจากฝางไคจี้ คนอื่นไม่ต้องค่ะ การรู้เรื่อง
ปรโลกทำให้มนุษย์ตกใจได้ไม่น้อย”
รอจนกระทั่งยมทูตจากไปแล้ว ยมทูตขาวจึงกระซิบบอกฉู่ลั่ว
เสียงเบา “ท่านพยายมราชตรัสว่าท่าเป็นคนฉลาด ครั้งนี้ก็เป็นความ
ดีความชอบของท่านในยมโลก ทางยมโลกย่อมปฏิบัติต่อท่านอย่างดี
แน่นอน”
“ขอบคุณท่านพญายมราช”
ยมทูตขาวพอใจมากที่ฉู่ลั่วไม่ได้ถามอะไรเลย
เขาหันหลังจากไป
วิญญาณทุกดวงถูกพาตัวไปจากหน้าประตูหมดแล้ว เหลือเพียง
พวกเย่อวิ๋นชูทั้งเจ็ดคนเท่านั้น
ฉู่ลั่วลอยลงมา จี้ไจ่จึงเงยหน้าขึ้น “พวกเขาพาฝางไคจี้ไปแล้ว
ครับ!”
เธออธิบาย “ฉันให้พวกเขาช่วยลบความทรงจำในปรโลกของ
ฝางไคจี้น่ะ”
พูดจบก็มองไปยังดวงวิญญาณดวงอื่น พลางถามว่า “พวกคุณ
อยากลบความทรงจำในช่วงนี้ไหม?”
เย่อวิ๋นชูส่ายหน้า “ไม่ค่ะ ไม่ ความทรงจำนี้ฉันเอาไปโม้ได้ชั่ว
ชีวิตเลย!”
ตากล้องหญิงก็ส่ายหน้า “ฉันอยากเอาไปเขียนอัตชีวประวัติค่ะ
แถมจะวาดรูปด้วย!”
เหยียนอันอี้หัวเราะพลางส่ายหน้า
ฝานจื้อก็เช่นกัน “ทางนี้ก็ได้เรียนรู้เยอะเลยครับ”
หางเจียซิ่นขี้ขลาดมาก ตอนแรกเขายังลังเลอยู่ แต่พอเห็นทุก
คนไม่อยากลบความทรงจำ เขาจึงปฏิเสธตามไปด้วย
ทันใดนั้นท่ามกลางท้องฟ้าอันมืดมิดอย่างประหลาดก็มีเสียงแตก
ออก
เพล้ง!
เพียงแค่วินาทีเดียวเท่านั้น อาณาเขตพลันแตกสลายราวกับ
กระจกที่แตกร้าว สีแดงจาง ๆ หายวับไปในอากาศ
ทันทีที่มันสลายไป ฉู่ลั่วได้หยิบยันต์ออกมาติดตามหาเป้าหมาย
ยันต์พุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว มันบินไปบนอากาศราวกับลูกธนู
แหลมคม
…
บนยอดเขาสูงตระหง่าน หน้าผาสูงชั้น ล้อมรอบไปด้วยป่าทึบ ที่
ด้านล่างของเหวลึก บนหน้าผาที่ยื่นออกมามีชายสวมชุดลัทธิเต๋าคน
หนึ่งยืนอยู่
ซ่งอวิ๋นไท่ยืนอยู่ข้างกายชายคนนั้นด้วยท่าทางเคารพนอบน้อม
“ท่านปรมาจารย์ จำเป็นต้องสังเวยเธอเท่านั้นเหรอครับ?”
“เธอมีบุญบารมี อีกทั้งตอนนี้ยังกลายเป็นผีไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น
บุญบารมีหรือการบำเพ็ญล้วนเหมาะสมเพียงพอ”
“ถ้าสังเวยเธอแล้ว กรรมที่ตามสนองผมจะจบลงใช่ไหมครับ?”
นักพรตจินหยางเหลือบมองซ่งอวิ๋นไท่ด้วยสายตาเหยียดหยาม
ก่อนจะกวาดฝุ่นมารวมกัน “ฉันช่วยคุณได้”
“ขอบคุณท่านปรมาจารย์ วันหลังผมจะเอาเครื่องสักการะมา
มอบให้ท่าน”
จินหยางตอบรับออกมาอย่างไม่แยแส สายตาของเขาจับจ้องไป
ที่หร่วนย่วนย่วนซึ่งถูกห้อยขึ้นไปสูง เขามองไปรอบตัวหร่วนย่วนย่วน
สายตาเต็มไปด้วยความโลภ
“ไม่เจียมตัว เธอคิดว่าฉันจะมองกลอุบายเล็กน้อยพวกนี้ไม่ออก
อย่างนั้นเหรอ?” จินหยางหัวเราะเยาะ “อยากตามหาฉันผ่านเขา
จากนั้นก็แก้แค้นสินะ”
“วิญญาณพยาบาทอย่างเธอน่ะหรือ?”
ร่างของหร่วนย่วนย่วนมีพลังหยินเพิ่มขึ้นมา แต่ข้อมือกลับถูก
เชือกสีแดงทองพันธนาการไว้ ร่างถูกแขวนอยู่กลางอากาศ
ปลายอีกด้านของเชือกแขวนอยู่บนอากาศ แต่มันแข็งแรงเสีย
จนหร่วนย่วนย่วนสามารถขยับตัวได้เลย
“ท่านปรมาจารย์ จะสังเวยเมื่อไหร่เหรอครับ” ซ่งอวิ๋นไท่อดทนรอ
ไม่ไหว
นักพรตจินหยางไม่แม้แต่จะยกเปลือกตา “ต้องรอจนกว่าจะถึง
ยามที่พลังหยินระหว่างสวรรค์กับโลกเข้มข้นที่สุด ผลสำเร็จจากการ
สังเวยวิญญาณพยาบาทตนนี้ถึงจะได้ผลสูงสุด คุณจะร้อนใจไป
ทำไม?”
ซ่งอวิ๋นไท่หัวเราะแห้ง ๆ สองครั้ง
นักพรตจินหยางนั่งขัดสมาธิอยูบนก้อนหินขนาดใหญ่ด้วย
ท่าทางถือตัว เขาหลับตาบำเพ็ญ ไม่ได้สนใจซ่งอวิ๋นไท่กับหร่วนย่วย
ย่วนอีก
ซ่งอวิ๋นไท่เดินไปเดินมาด้วยความร้อนใจอยู่ด้านล่างก้อนหิน
ใหญ่ เขารู้สึกว่าเวลาช่างผ่านไปช้าเหลือเกิน
“ซ่งอวิ๋นไท่!”
ทันใดนั้นหร่วนย่วนย่วนที่เงียบมาตลอดก็ร้องตะโกนออกมา
ซ่งอวิ๋นไท่ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น มองใบหน้าสวยสะกดของหล่อน
หร่วนย่วนย่วนงดงามอย่างไม่ต้องสงสัย ต่อให้ตอนนี้จะกลายเป็น
ผี แต่เธอยังคงมีเสน่ห์มาก แค่มองเพียงแวบเดียวก็ล่อลวงคนได้แล้ว
ซ่งอวิ๋นไท่แอบถอนหายใจด้วยความเสียดาย
“ย่วนย่วน เธออย่าโทษฉันเลย! ฉันรักเธอจริง ๆ นะ” ซ่งอวิ๋นไท่
ทำหน้าสึกซึ้ง “นี่คือคำพูดจากใจจริง”
เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองหร่วนย่วนย่วน “เธอรู้อะไรไหม?
ตอนที่ฉันส่งเธอไปที่เตียงของผู้ชายคนอื่น ฉันก็จะเมามาย ชกต่อย
ตัวเองหน้ากระจก ด่าทอว่าตัวเองไม่ใช่ผู้ชาย”
“แต่ว่านะย่วนย่วน ฉันไม่มีทางเลือก ฉันเป็นแค่ลูกนอกสมรสคน
หนึ่ง ฉันอยากประสบความสำเร็จ มันก็มีราคาที่ต้องจ่าย”
“คนที่ฉันรักที่สุดคือเธอ เธอคิดว่าฉันทอดทิ้งเธอแล้ว ฉันไม่
เจ็บปวดงั้นเหรอ?”