เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 883 เขาเป็นลูกชายของคุณ
หลังกลับมาถึงโรงแรม
ฉู่ลั่วถูกหยางไต้บังคับให้นั่งลงหน้าโต๊ะแล้วกินอาหารเพื่อ
สุขภาพไปหนึ่งมื้อ
เวลานี้พลังวิญญาณของเธอแข็งแกร่งมาก แม้ยังอยู่ในร่างกาย
มนุษย์ แต่โรคกระเพาะไม่อาจส่งผลกระทบต่อได้อีกแล้ว
แต่ไม่ว่าฉู่ลั่วอธิบายยังไง หยางไต้ยังยืนกรานให้เธอกิน
“ลั่วลั่ว หนูยังเป็นมนุษย์คนหนึ่งนะ ตราบใดที่เป็นคน ไม่กิน
อาหารนานขนาดนี้ก็ต้องเกิดปัญหาสุขภาพขึ้นแน่”
“หนูจะคิดว่าตัวเองมีพลังเลยไม่เห็นร่างกายเป็นเรื่องใหญ่ไม่ได้
สุดท้ายคนที่ต้องลำบากก็คือตัวหนูเองนะ”
หยางไต้พร่าสอนเธอไปยกใหญ่ ก่อนจะเปลี่ยนประเด็นพร้อม
หัวเราะเบา ๆ “หนูบอกอาจิ่วไว้ก่อนแล้วใช่ไหม”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
“มิน่าล่ะ! ฉันอุตส่าห์ส่งคลิปจากช่องสตรีมให้เขา แล้วยังบอกให้
พ่อเขาไปที่นั่น เตรียมถ่ายสีหน้าเขาไว้ ที่ไหนได้…”
หยางไต้ส่ายหัว “ลั่วลั่ว! หนูไม่รู้หรอกว่าตอนเขาได้ข่าวการตาย
ของหนู สีหน้าไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด”
“เขาไม่ได้รักหนูจริงแน่นอนเลย ถ้ารักจริง ต่อให้รู้ว่าเป็นเรื่อง
หลอกก็ต้องมีเปลี่ยนสีหน้ากันบ้าง”
หล่อนพูดพลางส่ายหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว “ผู้ชายแบบนี้ หนูต้อง
ระวังให้ดีนะ!”
“…”
หลังเงียบไปหลายวินาที ฉู่ลั่วถึงปริปาก “เขาคือฮั่วเซียวหมิงนะ
คะ”
หยางไต้พยักหน้ารัว “ฉันรู้! ฮั่วเซียวหมิง ฮั่วจิ่วไง!”
ฉู่ลั่วกะพริบตาปริบ “เขาเป็นลูกชายของคุณนะ?”
“…”
หยางไต้ผงะ
หล่อนหันขวับมามองฉู่ลั่ว ก่อนจะเงียบปากไป
หลังจากทั้งคู่สบตากันสิบกว่าวิ หยางไต้ถึงเปล่งเสียงออกมา “ลั่ว
ลั่ว… มีเวทมนตร์ที่ช่วยย้อนเวลากลับไปเมื่อสองนาทีก่อนบ้างไหม?
ฉันยอมจ่ายทุ่มไม่อั้นเลย!”
ฉู่ลั่วหัวเราะเบา ๆ อย่างอดไม่ได้ “ต่อให้มีเวทมนตร์แบบนั้น ฉัน
ก็ทำไม่ได้หรอกค่ะ”
อย่าว่าแต่ผู้บำเพ็ญในโลกมนุษย์เลย แม้แต่เซียนก็ไม่แน่ว่าจะทำ
ได้!
“ต่อให้เขาเป็นลูกชายฉัน ฉันก็อยู่ข้างลั่วลั่วนะ” หยางไต้ถอน
หายใจ “ดูผู้ชาย ควรดูกันไปนาน ๆ โดยเฉพาะตาท่อนไม้อย่างฮั่ว
จิ่ว”
ลั่วลั่วยอดเยี่ยมขนาดนี้ สมควรได้ครองคู่กับผู้ชายที่ดีที่สุดใน
โลก
แถมเธอยังเป็นผู้บำเพ็ญอีกด้วย ต่อให้ไม่แต่งงาน ไม่มีความรัก
ไปตลอดชีวิตก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่
แต่ถ้าจะมี ต้องได้คบกับคนที่ดีที่สุด!
ฮั่วจิ่วไม่เลวก็จริง แต่ก็ใช่ว่าไม่มีข้อเสีย
ในฐานะแม่บังเกิดเกล้า หยางไต้รู้สึกว่าตัวเองร่ายข้อเสียฮั่ว
เซียวหมิงได้นับร้อย
หล่อนทำท่าจะพูดต่อ แต่มือถือของฉู่ลั่วดังขึ้นซะก่อน
คุณนายฮั่วเอียงคอมองบนหน้าจอแสดงชื่อ ‘ฮั่วเซียวหมิง’
มีแค่ชื่อเท่านั้น
หยางไต้ “…”
ไม่มีแม้แต่ชื่อเรียกกันเล่น ๆ ตอนเมมเบอร์!
ไม่ได้เรื่องเลย
เสียดายหน้าตานั่นจริง ๆ
ความคิดซัดสาดพลุ่งพล่านในหัว ผู้เป็นแม่อยากลากฮั่วเซียวห
มิงมาตีขนานใหญ่ แต่ภายนอกยังยิ้มอย่างอ่อนโยนใจดี “หนูไปรับ
โทรศัพท์เถอะ!”
ส่วนตัวเองนั้นหันหลังเดินออกไป
ฉู่ลั่วรับสาย เสียงของฮั่วเซียวหมิงดังเข้ามา “ฉู่ลั่วเหรอ”
“อืม”
“กินข้าวหรือยัง คุณมีโรคกระเพาะ อดข้าวไม่ได้นะ”
ฉู่ลั่วปรายตามองถ้วยชามตะเกียบบนโต๊ะที่ยังไม่ได้เก็บ “คุณน้า
สั่งให้ทางโรงแรมทำอาหารสำหรับฉันแล้ว นี่เพิ่งกินเสร็จ”
“ตรวจร่างกายหรือยัง”
“ตรวจแล้ว ไม่มีปัญหา”
“แน่ใจเหรอ การแพทย์ของเมืองซินไม่ค่อยดีหรอก กลับมาแล้ว
ค่อยไปตรวจอีกรอบดีกว่าไหม”
ฉู่ลั่วตอบ “ฉันตรวจสอบร่างกายตัวเองได้ ไม่มีปัญหาอะไร”
ฮั่วเซียวหมิงปลายสายเงียบไปหลายวิ น้าเสียงทุ้มต่ายิ่งขึ้น อีกทั้ง
ขึงขังในตัว “ฉู่ลั่ว คุณแน่ใจนะ…”
“เรื่องอะไร?”
“ว่าผมบำเพ็ญไม่ได้?”
“ไม่มี ต่อให้คุณผันตัวเป็นผู้บำเพ็ญก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา”
ฮั่วเซียวหมิง “…”
ทั้งสองตกอยู่ในความเงียบ
ฉู่ลั่วกำมือถือ รอคอยโดยไม่พูดอะไร
ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง ถึงได้ยินฮั่วเซียวหมิงปลายสายเอ่ยด้วย
น้าเสียงหมดเรี่ยวแรง “ฉู่ลั่ว…”
“…”
“หลังกลับตี้จิง พวกเราไปดูใบเมเปิลด้วยกันนะ! ใบเมเปิลที่ตี้จิง
ขึ้นชื่อมาก”
“ถ้ามีเวลา…”
ไม่รอให้ฉู่ลั่วพูดจบ ฮั่วเซียวหมิงก็เอ่ยขึ้น “ผมจะรอคุณกลับมา”
ฉู่ลั่ว “…”
“คุณเพิ่งฟื้น รีบพักผ่อนเถอะ”
“อืม”
หลังวางสาย ฉู่ลั่วจ้องหน้าจอมือถือตัวเองพักใหญ่แล้วถึงเก็บ
กลับไป ก่อนจะหันไปพักผ่อนที่ห้อง