เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 884 ปรมาจารย์ทั้งสองผิดพลาด
เช้าวันรุ่งขึ้น
แขกรับเชิญของรายการมารวมตัวกันที่ด้านนอกสิ่งปลูกสร้างรก
ร้าง
เฉียวโจวอธิบายเหตุผลการตายของทั้งแปดคนต่อหน้ากล้อง
ก่อนจะเอ่ยยิ้ม ๆ “พวกเรามาต้อนรับนางเอกของมุมซ่อนกล้องในครั้ง
นี้ ฉู่หร่านกันครับ!”
“ทุกคนปรบมือ!”
ฉู่หร่านเดินออกมาท่ามกลางเสียงปรบมือ
หล่อนมองค้อนใส่ตัวการ “ผู้กำกับเฉียวคะ คุณเล่นงานฉันแทบ
แย่!”
เฉียวโจวหัวเราะ
ฉู่หร่านหันไปมองแขกรับเชิญทั้งหลาย “พวกคุณเที่ยวเล่นกัน
สนุกเลย ฉันเป็นห่วงแทบแย่ ชาวเน็ตในโลกออนไลน์ด่าฉันจนแทบ
จะจมดินอยู่แล้ว!”
พูดไป หล่อนยังกล่าวขอโทษแขกรับเชิญทั้งหลายด้วยท่าทาง
จริงจัง “ขอโทษนะคะ ความเลินเล่อของฉันทำให้พวกคุณต้องลำบาก
ฉันไม่ควรดึงยันต์ออกเพราะความอยากรู้อยากเห็น”
ฝางไคจี้รีบโบกมือ “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร มุมซ่อนกล้องชอบสร้าง
ฉากแบบนี้ พวกเราเข้าใจดี”
เย่อวิ๋นชูยิ้มบาง “พี่หร่านหร่านวางใจได้ พวกเราไม่โทษพี่หรอก”
“แต่หลังจากนี้ พี่หร่านหร่านจะอยากรู้อยากเห็นมั่วซั่วไม่ได้แล้ว
นะคะ! โชคดีที่นี่เป็นการถ่ายรายการ ถ้านี่เป็นเหตุการณ์จริง… พวก
เราคงตายกันหมดแล้ว!”
ฉู่หร่าน “…”
เหยียนอันอี้ หางเจียซิ่น ฝานจื้อต่างคลี่ยิ้ม อีกทั้งปลอบใจฉู่ห
ร่านสองสามประโยคต่อหน้ากล้อง
[ทางรายการทำเกินไปแล้ว!]
[สองสามวันนี้ฉู่หร่านโดนทั้งโลกออนไลน์ด่าจนอนาคตแทบดับ
ตอนนี้ดันมาบอกว่าเป็นการแกล้ง]
[หลังทางรายการเผยแพร่คลิปเมื่อวาน ฉันก็เดาออกเลยว่าเป็น
การเตี๊ยมของทางรายการแน่นอน]
[เดาได้แต่แรกแล้วว่าเป็นลูกไม้ของทางรายการ! ถ้าเป็นเรื่องจริง
คงฮือฮาไปทั้งประเทศแล้ว]
[จะว่าไป หลายวันมานี้ฉู่หร่านไว้อาลัยอย่างหนัก… ตอนนี้มาคิด
ดูก็ตลกอยู่นิดหน่อย!]
[มีแค่ฉันที่อยากรู้อยากเห็นโลกหลังความตายของพวกเขาแปด
คนเหรอ ได้ยินว่าไปถึงปรโลกเชียวนะ]
[จริงเหรอ!]
[ทริปเที่ยวปรโลกหรือไงเนี่ย ปรโลกตั้งใจจะเปิดเส้นทาง
ท่องเที่ยวแบบนี้เหรอ]
รายการถ่ายทำต่อไป
ฉู่ลั่วถอยไปอยู่มุมหนึ่ง ให้จี้ไจ่เดินเข้ามาอธิบาย “เมื่อกี้ผม
ตรวจสอบโลงแดงแล้ว ไม่มีปัญหา”
“เดี๋ยวเราแค่กำจัดโลงไปก็พอ”
ด้านหน้ากำลังถ่ายทำ จู่ ๆ ทีมงานคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามา
“ปรมาจารย์ทั้งสอง เชิญพวกคุณเข้าไปดูหน่อยได้ไหมคะ!”
ฉู่ลั่วและจี้ไจ่เดินตามทีมงานไปยังสถานที่ถ่ายทำ และได้เห็นชาย
หนุ่มในชุดสูทคนหนึ่งยืนอยู่หน้ากล้อง
“นี่คือคุณหวง เจ้าของที่ดินผืนนี้” เฉียวโจวแนะนำ
ฉู่ลั่วและจี้ไจ่ทักทายคุณหวง
“คุณหวงมีเรื่องอยากถามปรมาจารย์ทั้งสอง”
“เรื่องอะไร”
หวงเลี่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
แต่ฉู่หร่านกลับก้าวออกมาซะก่อน “ลั่วลั่ว เธอรู้ไหม คุณหวง
บอกว่าพวกเธอสะกดโลงศพแดงไม่ได้เลย”
ฉู่ลั่วและจี้ไจ่หันมองโลงศพแดง แล้วเบนสายตากลับมาพร้อมกัน
จี้ไจ่เอ่ย “พวกเราสะกดโลงแดงได้แล้วจริง ๆ ครับ”
ฉู่หร่านยักไหล่ “แต่คุณหวงบอกว่าสะกดไม่ได้นี่!”
หล่อนหัวเราะเบา ๆ “เป็นครั้งแรกที่เห็นปรมาจารย์ทั้งสองทำงาน
ผิดพลาด! ฉันเห็นผู้ชมหลายคนในช่องสตรีมอยากเห็นความ
ผิดพลาดของปรมาจารย์ทั้งสอง ทุกคนคงสมใจแล้วมั้ง!”
ได้ยินแบบนั้น หวงเลี่ยรีบบอก “ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ผมไม่เคย
เคลือบแคลงในความสามารถของปรมาจารย์ทั้งสอง”
“เพียงแต่หลังโลงแดงถูกสะกด ดวงของครอบครัวเราไม่ได้ดี
ขึ้น!”
“ดวงไม่ได้ดีขึ้นเหรอ?”
ฉู่ลั่วและจี้ไจ่สบตากัน ต่างแสดงสีหน้ากังขา
“ครั้งนี้ปรมาจารย์ทั้งสองคงพลาดจริง ๆ ละมั้ง” ฝางไคจี้ยกมุม
ปาก
ฉู่หร่านก็ยิ้มออกมา “ในที่สุดก็เป็นคราวผิดพลาดของ
ปรมาจารย์ทั้งสองแล้ว!”
“ปรมาจารย์ทั้งสองไม่ต้องเขินที่จะยอมรับหรอก พลาดก็พลาด
ทุกคนให้อภัยพวกคุณได้”
“ผู้ชมให้สนุกกับความเฟลของปรมาจารย์ทั้งสอง”
ฝางไคจี้และฉู่หร่านตอบรับกันเป็นอย่างดี จำกัดความเหตุการณ์
นี้ว่าเป็นข้อผิดพลาด
ฉู่ลั่วและจี้ไจ่สองคนกลับเดินวนรอบโลงแดง ก่อนจะคิ้วขมวดทั้ง
คู่
“คุณหวง โลงแดงนี้ไม่สามารถส่งผลกระทบต่อดวงของ
ครอบครัวคุณ”
หวงเลี่ยฟังแล้วคิ้วผูกเป็นปม “ไม่ส่งผลกระทบต่อดวงของ
ครอบครัวผมเหรอครับ? ตั้งแต่ครอบครัวผมเริ่มพัฒนาที่ดินผืนนี้
โชคลาภของครอบครัวเราก็ตกฮวบ จนตอนนี้แค่พอประทังชีวิต
เท่านั้น”
เขาอายจะบอกว่าชุดสูทสั่งตัดที่ใส่อยู่ตอนนี้เป็นชุดเก่าจากพ่อ
“ลั่วลั่ว ผิดพลาดก็ผิดพลาด ทุกคนไม่ได้ตำหนิพวกเธอสัก
หน่อย ไม่ต้องอายจะยอมรับ!” ฉู่หร่านปลอบยิ้ม ๆ “คุณหวง คุณก็คง
ไม่โทษปรมาจารย์ทั้งสองเพียงเพราะพวกเขาผิดพลาดไปใช่ไหม”
หวงเลี่ยฟังมาถึงนี่ก็รู้สึกผิดหวังอยู่เต็มหัวใจ
ความคาดหวังเหือดแห้งไปจากใจ เพียงแต่พยักหน้าใส่กล้อง
เท่านั้น “แน่นอนครับ! ปรมาจารย์ทั้งสองเก่งกาจมาก ก่อนหน้านี้
ครอบครัวเราเชิญปรมาจารย์มาหลายคน แต่พวกเขาตรวจไม่พบโลง
แดงนี้ด้วยซ้า”
“ปรมาจารย์ทั้งสองตรวจพบเจอได้ถือว่าสุดยอดมากแล้วครับ”
“บางทีดวงของครอบครัวเราอาจไม่เกี่ยวกับโลงแดงนี้จริง ๆ”
เขายังรักษามารยาทที่พึงมี กล่าวขอบคุณพวกฉู่ลั่ว “ขอบคุณ
ปรมาจารย์ทั้งสองนะครับ! เรื่องดวงของครอบครัวเราไว้ผมจะหาทาง
ต่อไป”