เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 906 สูญเสียฐานะลูกสาวตระกูลฉู่
ทันทีที่ฉู่ลั่วพูดออกไป
พี่ชายสามกับพี่สาวปลอม ๆ ตกใจกันทั้งคู่
ฉู่หร่านพูดขึ้นโดยไม่รู้ตัว “เธอไม่กลัวว่าจะเกิดปัญหากับฉู่กรุ๊ป
เหรอ?”
“ทำไมฉันต้องกลัวด้วย?”
ฉู่หร่าน “…”
เกิดปัญหากับฉู่กรุ๊ป ฐานะคุณหนูตระกูลไฮโซก็ไร้ค่าแล้ว!
ฉันยังดี เคยเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ได้รับการอบรมเลี้ยงดูอย่างดี
ทั้งยังมีฐานะเป็นศิลปินในวงการบันเทิง
แต่ฉู่ลั่วล่ะ?
เธอไม่มีประวัติการศึกษา ไม่มีหน้าที่การงาน…
ไม่มีอะไรเลย! อาศัยเพียงฐานะปรมาจารย์มาสร้างเรื่องหลอกลวง
เมื่อไร้สถานะคุณหนูของตระกูลฉู่แล้ว ใครจะยังยอมถูกเธอหลอกอีก
ล่ะ!
ตอนนี้ทุกคนถูกหลอกกันหมด ไม่ใช่เพราะเธอเป็นคุณหนู
ตระกูลฉู่เหรอ?
ฉู่หร่านมองฉู่ลั่วอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ลั่วลั่ว เธอต้องคิดดูให้ดีนะ! ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอมีอยู่ตอนนี้
ได้มาจากตระกูลฉู่ทั้งนั้น ทั้งหมดนี้มีขึ้นมาได้เพราะเธอมีฐานะเป็น
คุณหนูตระกูลฉู่!”
“ถ้าเธอสูญเสียฐานะคุณหนูของตระกูลฉู่ไปล่ะก็…”
ปึง!
“ไม่ใช่ปัญหาของเธอ อย่ามาเผือก!” เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจาก
ประตูด้านหน้า
ซ่งจือหนานปรากฏตัวพลางเดินวางมาดเข้ามาข้างใน ดูท่าคง
แอบฟังมาพักใหญ่ “แล้วก็อย่าบอกว่าพี่ลั่วได้รับทุกอย่างมาเพราะ
ฐานะคุณหนูของตระกูลฉู่ด้วย”
“หรือต่อให้พี่ลั่วได้ทุกอย่างของมาเพราะสถานะคุณหนูตระกูลฉู่
แล้วต้องเสียตัวตนนี้ไป ก็ยังมีฐานะคุณหนูตระกูลซ่งรอพี่ลั่วอยู่!”
ซ่งจือหนานโบกมือให้คนที่อยู่ด้านหลังเอาของทั้งหมดมาส่งให้
“พี่ลั่ว ทั้งหมดนี่ของพี่ครับ แม่บอกว่าเปลี่ยนฤดูกาลแล้ว เสื้อผ้า
ในตู้พี่ลั่วอาจจะไม่เหมาะ ก็เลยซื้อเสื้อผ้าที่เหมาะกับฤดูกาลมาให้
พี่ลั่วครับ”
“นั่นคือเสื้อผ้า ส่วนนี่รองเท้า”
“นั่นคือเครื่องประดับ”
ซ่งจือหนานชี้ไปที่กองสิ่งของแต่ละกอง
พอมองของแต่ละกองที่ถูกยกเข้ามาแล้ว
มุมปากของฉู่หร่านก็กระตุกเล็กน้อย ส่วนสีหน้าของฉู่จ้านก็
ค่อนข้างย่าแย่
ซ่งจือหนานหย่อนก้นนั่งลงบนโซฟาที่อยู่ด้านข้าง “จะว่าไป… อา
จ้าน นายมาหาพี่ลั่ว ได้เอาของขวัญอะไรมาให้บ้างไหม?”
“มีบล็อกเกอร์ในอินเทอร์เน็ตบอกว่า คนตระกูลฉู่ของพวกนาย
เผด็จการกับพี่ลั่วมากเป็นพิเศษ คนอื่นจะมาขอร้องให้พี่ลั่วช่วย ก็พา
กันเตรียมของติดไม้ติดมือมาให้ด้วยความเคารพ มีแค่ตระกูลฉู่ของ
พวกนายที่มาขอร้องให้พี่ลั่วช่วย แต่กลับว่าท่าสูงส่งเหมือนออก
คำสั่ง”
“เป็นเรื่องจริงไหม?”
ฉู่จ้าน “…”
ฉู่หร่าน “…”
หลังถูกซ่งจือหนานทำให้สะอึกไปเล็กน้อย ฉู่หร่านยังคงพูดว่า
“พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ครอบครัวเดียวกันจะทำเหมือนคน
นอกได้ยังไง”
“แล้วคนครอบครัวเดียวกัน ทำไมยังต้องขอร้องอีก”
ฉู่หร่านเอ่ย เธอทำหน้าตาน่าสงสารเหมือนจไม่อยากจะเชื่อ “ลั่ว
ลั่ว เธอก็คิดแบบนี้ใช่ไหม? เพราะพวกเราไม่มีของขวัญมาด้วย ไม่ได้
ขอร้องเธอ เพราะแบบนี้เธอเลยไม่ยอมออกหน้าให้ใช่ไหม?”
ฉู่จ้านก็มองฉู่ลั่วอย่างไม่พอใจเช่นกัน
“ไม่ใช่”
ได้ยินสองคำนี้ ฉู่จ้านกับฉู่หร่านเผยรอยยิ้มยินดีออกมา
ฉู่ลั่วมองพวกเขา “ต่อให้พวกเธอถือของขวัญมาด้วย ต่อให้
ขอร้องฉันยังไง ฉันก็ไม่ออกหน้าให้”
แต่หลังจากฟังประโยคต่อมา สีหน้ายินดีเหล่านั้นก็แข็งค้างไป
“ลั่วลั่ว…”
ไม่รอให้ฉู่หร่านเอ่ยอะไร ฉู่ลั่วก็พูดขึ้นมาทันที “พวกเธอให้ฉัน
ออกหน้า ให้โกหกต่อหน้าสาธารณชน ฉันตอบตกลงไม่ได้”
ฉู่หร่านแย้ง “นี่จะนับว่าเป็นการโกหกได้ยังไง?”
“แล้วไม่ใช่เหรอ? ถ้าอย่างนั้นพวกเธอมาหาฉันเพราะอยากให้
ฉันพูดอะไรในอินเทอร์เน็ตล่ะ”
ฉู่หร่านบอกไปตามตรง “แน่นอนว่าเธอต้องบอกว่าเรื่องในเน็ต
พวกนั้นเป็นเรื่องไม่จริง ทั้งหมดเป็นแค่การใส่ร้าย!”
“เรื่องไหน?”
“ก็เรื่องที่บอกว่าฉันทำร้ายเธอจนต้องออกจากบ้านตระกูลฉู่ ที่
บอกว่าฉันไม่ทนไม่ได้ที่เธออยู่ในบ้านตระกูลฉู่ และเรื่องที่บอกว่า
พวกเราปฏิบัติต่อเธออย่างไม่ยุติธรรม…”
“ใส่ร้ายเหรอ?”
ฉู่ลั่วถาม
“แน่นอนสิ!” ฉู่หร่านตอบเสียงแข็ง แต่ก็มองฉู่ลั่วด้วยความตกใจ
“ลั่วลั่ว หรือเธอคิดว่าตระกูลฉู่ปฏิบัติต่อเธออย่าไม่ยุติธรรมจริง?”
“คิดว่าไม่ใช่งั้นเหรอ?”
ฉู่หร่าน “ไม่ใช่แน่นอน ลั่วลั่ว…”
“หร่านหร่าน” ฉู่จ้านพูดแทรกฉู่หร่าน “ไม่ต้องพูดแล้ว ไปกัน
เถอะ”
“พี่สาม พวกเราจะไปได้ยังไงคะ? เรื่องนี้มีแค่ให้ลั่วลั่วออกหน้าถึง
จะแก้ปัญหาได้ ไม่ได้เพื่อหนูหรอกนะคะ แต่เพื่อตระกูลฉู่ด้วย ลั่วลั่ว
ต้องเป็นคนออกหน้าค่ะ”
ฉู่จ้านยืนขึ้นแล้วพลางถอนหายใจออกมา มือข้างหนึ่งยื่นไปคว้า
แขนของฉู่หร่าน
“ขอโทษที่มารบกวน”
หลังจากพูดประโยคนี้กับฉู่ลั่ว พี่ชายสามก็บังคับพาฉู่หร่าน
ออกมา
เขาลากหล่อนตรงออกไปนอกคฤหาสน์
ทันทีที่เขาปล่อยมือ ฉู่หร่านก็ยิ่งโกรธ “พี่สาม ทำไมพี่ต้องลาก
หนูออกมาด้วยคะ ถ้าลั่วลั่วไม่ออกไม่หน้าแทน หนูจะทำยังไง ฉู่กรุ๊ป
จะทำยังไงคะ?”
“พวกเรามีสิทธิ์อะไร?”
ฉู่หร่าน “…”