เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 907 ตัวตนของปรมาจารย์
ฉู่จ้านมองฉู่หร่านด้วยสายตาจริงจัง “หร่านหร่าน พวกเรามีสิทธิ์
อะไรให้ฉู่ลั่วออกหน้าแทน?”
“ตระกูลฉู่ของพวกเราเคยเลี้ยงดูเธอสักวันไหม”
“พวกเราดีกับเธอไหม”
“พวกเรามีคุณสมบัติอะไรจะมาขอร้องเธอ?”
ฉู่หร่านมองฉู่จ้าน “พวกเราไม่ดีกับเธอเหรอคะ? เธออยาก
ออกไปเองไม่ใช่เหรอ! เป็นเธอเองที่ไม่ยอมกลับบ้านนี่คะ พวกเรา
อยากเป็นครอบครัวเดียวกับเธอทั้งนั้น”
“พี่สามกำลังโทษว่าเป็นความผิดของหนูใช่ไหมคะ?”
“พี่สามคิดว่าทั้งหมดเป็นเพราะหนู เพราะหนูถูกสลับตัว ตอนนี้
ถึงได้ไม่มีคุณสมบัติพอจะมาขอร้องลั่วลั่วใช่ไหมคะ!?”
“หร่านหร่าน พี่ไม่ได้หมายความแบบนี้…”
ฉู่จ้านปลอบโยนเธอ
แต่ฉู่หร่านกลับส่งเสียงหัวเราะอย่างขมขื่น “ถ้าอย่างนั้นพี่สาม
หมายความว่ายังไงคะ? หนูอยากให้ลั่วลั่วออกหน้า ก็เพื่อตัวหนูเอง
เหรอคะ? เป็นเพราะตระกูลฉู่ต่างหาก!”
“ทั้งที่ลั่วลั่วเป็นคนตระกูลฉู่ แต่กลับมองตระกูลฉู่ย่าแย่ไปโดยไม่
ช่วย ยังต้องการให้พวกเราไปขอร้องเธออีก เธอไม่เคยคิดว่าตัวเอง
เป็นคนตระกูลฉู่เลย!”
ฉู่หร่านพูดเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ
“ถ้าเป็นหนู ไม่ต้องรอให้พี่สามเอ่ยปากหรอกค่ะ หนูจะเป็นฝ่าย
เริ่มชี้แจงในอินเทอร์เน็ตเองเลย”
“เพราะพวกเราคือครอบครัวเดียวกัน!”
“ที่ลั่วลั่วไม่ยอม เพราะเธอไม่เคยเห็นพวกเราเป็นครอบครัวมา
ตั้งแต่แรก!”
ฉู่หร่านทำหน้าเหมือนเข้าใจแจ่มแจ้ง “พี่สาม หนูเข้าใจแล้วค่ะ
หนูหวังมาตลอดว่าจะเข้ากับลั่วลั่วได้อย่างดี”
“เห็นลั่วลั่วเป็นคนในครอบครัวมาตลอด แต่หนูลืมไป ลั่วลั่วเธอ
ไม่ยอม”
“พี่สาม หนูเข้าใจความหมายของพี่แล้ว ต่อไปหนูจะไม่เห็นฉู่ลั่ว
เป็นคนในครอบครัวอีกแล้ว”
“หนูกับพี่สามมีศัตรูคนเดียวกัน!”
ฉู่จ้านอ้าปากจะพูดบางอย่าง แต่ก็อดกลั้นเอาไว้ เขาเปลี่ยนเรื่อง
อย่างไร้เรี่ยวแรง “ไปเถอะ พวกเรากลับกันได้แล้ว”
“ค่ะ ตามที่พี่สามบอกเลย”
…
กลับมาที่โรงแรมได้ไม่นานนัก ฉู่จ้านก็ได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง
ทันทีที่รับสาย อีกฝ่ายก็รีบถาม “คุณฉู่ใช่ไหมครับ? ผมหรงอวี่
ชวน”
ฉู่จ้านลุกขึ้นนั่ง
“คุณหรง พวกคุณจะไปพบท่านปรมาจารย์ใช่ไหมครับ?”
หรงอวี่ชวนตอบรับ “พวกเราตั้งใจกลับมาจากเมืองนอกก็เพื่อมา
พบปรมาจารย์ท่านนี้โดยเฉพาะเลยครับ”
“แต่ก่อนที่จะไป พวกเราอยากถามสักหน่อย ว่าไปพบท่าน
ปรมาจารย์ต้องเตรียมของอะไรไปให้ท่านไหมครับ?”
“พวกเราอยู่เมืองนอกมานาน ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องพวกนี้เลย”
ฉู่จ้านก็จริงจังขึ้นมา “ปกติปรมาจารย์จะมีนิสัยไม่เหมือนคน
ทั่วไปไป โดยเฉพาะปรมาจารย์ที่เก่งมาก ๆ ถ้าหากซื้อของไปผิด ไม่
แน่ว่าอาจจะโกรธได้ครับ”
“อย่างนี้แล้วกันครับ พวกเรามาเจอกัน แล้วค่อยหารือกันดีไหม
ครับ”
หรงอวี่ชวนตอบตกลง
จิตใจของฉู่จ้านดีขึ้นมาก เขาเก็บของของตัวเอง แล้วรีบออกไป
พบหรงอวี่ชวน
…
เช้าวันรุ่งขึ้น
ฉู่จ้านขึ้นไปนั่งบนรถ หรงอวี่ชวนก็อยู่บนรถแล้ว
ทั้งสองคนค่อนข้างตื่นเต้น
หรงอวี่ชวนหันหลังกลับไปมองของที่อยู่ด้านหลัง “ถ้าให้ของ
พวกนี้ ท่านปรมาจารย์คงไม่โกรธนะครับ”
“คงไม่หรอกครับ” ฉู่จ้านเองก็ไม่แน่ใจ แต่เขาก็ยังปลอบใจอีก
ฝ่าย “ในเมื่อท่านปรมาจารย์ตกลงจะพบคุณ แสดงว่าท่านยอมช่วย
คุณแก้ไขปัญหาแล้วล่ะ”
“ที่ต้องกังวลคือผมต่างหาก…”
ฉู่จ้านแค่ขอติดสอยห้อยตามมาด้วย ยังไม่รู้เลยว่าท่าน
ปรมาจารย์จะยอมช่วยแก้ปัญหาให้เขาหรือเปล่า
จิตใจของทั้งสองคนสับสนเป็นอย่างมาก
“ผมต้องขอบคุณคุณหรงด้วยนะครับ ถ้าไม่ใช้เพราะคุณหรง ผม
คงไม่ได้พบท่านปรมาจารย์”
หรงอวี่ชวนเอ่ย “ไม่ใช่ผมหรอกครับ เป็นเพราะคู่หมั้นของผม
ต่างหาก เธอมีเพื่อนสนิทอยู่ในจีน แล้วเพื่อนของเธอก็รู้จักท่าน
ปรมาจารย์พอดี”
“แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากตามใจหรอกครับ ต้องรอให้ท่านปรมาจารย์
ว่างก่อนถึงกล้าถามน่ะครับ”
“ดีแล้วครับ ดีแล้ว! ต้องให้ความเคารพท่านปรมาจารย์สัก
หน่อย”
ฉู่จ้านพูดจบ ก็มองทิวทัศน์ด้านนอกหน้าต่าง
…ก่อนจะชะงักไป
เส้นทางนี้ ดูเหมือนทางไปยังเขตภูเขาแถบชานเมืองเลย?
“ท่านปรมาจารย์พักอยู่ที่ชานเมืองตี้จิงเหรอครับ?”
หรงอวี่ชวนพยักหน้า “ครับ ผมได้ยินมาว่าปรมาจารย์ท่านนั้นไม่
ถูกกับคนในครอบครัว เลยย้ายออกมาอยู่ที่นี่”
ฉู่จ้านเอ่ยเป็นนัยคำถาม “…ไม่ถูกกับครอบครัวเหรอครับ?”
ระหว่างที่พูด รถก็เลี้ยวเข้าไปมาเส้นทาง ทิวทัศน์ตรงหน้ายิ่ง
คุ้นเคยมากขึ้นไปอีก
รถจอดที่ตีนเขา หลังจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรายงาน
เสร็จ รถก็ถูกปล่อยเข้าไป
พอฉู่จ้านมองรถขับขึ้นไปบนเขา ดวงตาของเขาเบิกกว้าง
เขาจับแขนของหรงอวี่ชวน ไม่รู้ว่าใจสั่น หรือเป็นน้าเสียงที่สั่น
“ปรมาจารย์ที่คุณบอก ชื่ออะไรเหรอครับ?!”
หรงอวี่ชวนตกใจไปชั่วขณะ เขาตอบว่า “ไม่รู้ว่าชื่ออะไร
เหมือนกันครับ แต่ท่านปรมาจารย์มีชื่อเสียงมากในลัทธิเต๋า และยัง
ร่วมงานกับทางรัฐบาลด้วย”
“ถึงท่านปรมาจารย์จะอายุยังน้อย แต่เก่งมาก ปรมาจารย์ท่านนี้
เป็นคนที่ปรมาจารย์อีกท่านแนะนำมาให้ครับ ท่านบอกว่าในลัทธิเต๋า
มีแค่ปรมาจารย์ท่านนี้ ที่สามารถแก้ไขสถานการณ์ในครอบครัวผม
ได้”