เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 908 ของขวัญพบพาน
แม้หรงอวี่ชวนไม่ได้บอกชื่อท่านปรมาจารย์ แต่ทิวทัศน์นอก
หน้าต่างก็คุ้นเคยขึ้นเรื่อย ๆ ฉู่จ้านยังจะไม่เข้าใจอะไรอีก
ใบหน้าของเขาขาวซีด
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ?” หรงอวี่ชวนเอ่ยถาม “หรือ
ปรมาจารย์ท่านนี้ไม่มีความสามารถ เป็นพวกหลอกลวงหรอครับ?”
ฉู่จ้านส่ายหน้า “ไม่ใช่ครับ เธอเก่งมาก มีชื่อเสียงในประเทศ
ทีเดียว”
หรงอวี่ชวนโล่งใจแล้ว
รถจอดที่ด้านนอกของคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวัน
หรงอวี่ชวนลงจากรถ พลางจัดการเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย
ก่อนจะให้คนขับรถกับบอดี้การ์ดยกของขวัญบนรถออกมา
เขาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง หลังจากแน่ใจว่าไม่มีสิ่งใด
ผิดปกติ ถึงได้เดินไปกดกริ่งที่ประตู
ฉู่จ้านมองหรงอวี่ชวนอยู่ตลอด
ในสมองก็คิดถึงหลายครั้งที่ตัวเองมายังคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามอง
ตะวัน ตนมักจะมามือเปล่าเสมอ และทุกครั้งที่มา ยังมาพร้อมกับกับ
การตั้งคำถามอย่างเดียว
ในสายตาของเขา ฉู่ลั่วไม่มีอะไรดีสักอย่างและต้องพึ่งพาตระกูล
ฉู่ แต่ในสายตาของคนนอก เธอเป็นปรมาจารย์ที่หาโอกาสพบได้
ยากมาก
“คุณหรง ผมนึกได้ว่าตัวเองยังมีเรื่องอื่นต้องจัดการ คงไม่เข้าไป
แล้วล่ะครับ!”
หรงอวี่ชวนมองฉู่จ้านด้วยความประหลาดใจ “โอกาสครั้งนี้ได้มา
ยากมาก… ไม่ง่ายเลยนะครับที่จะได้พบปรมาจารย์ท่านนี้…”
ต่อให้มีเรื่องใหญ่แค่ไหน เวลานี้ก็ทิ้งได้หมดทุกอย่าง
แต่เห็นท่าทางแน่วแน่ของฉู่จ้าน เขาก็ไม่ได้โน้มน้าวอะไรมาก
เขากับฉู่จ้านก็ไม่ได้สนิทกันสักเท่าไหร่
หลังจากเห็นฉู่จ้านนั่งรถออกไปแล้ว หรงอวี่ชวนก็ได้ยินเสียง
หนัก ๆ ของประตูเหล็กดังขึ้น
เขารีบปรับท่าทางทันที
…
ณ ห้องรับแขก
เห็นของขวัญเต็มห้องรับแขก ฉู่ลั่วก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ
“นี่คือของขวัญพบหน้าที่เตรียมมามอบให้ท่านปรมาจารย์ และนี่
ก็คือเช็กครับ”
หรงอวี่ชวนวางเช็กไว้ตรงหน้าฉู่ลั่ว “หวังว่าจะพอให้ท่าน
ปรมาจารย์ช่วยครอบครัวของพวกเรานะครับ”
“บอกสถานการณ์มาหน่อยค่ะ”
หรงอวี่ชวนเล่าสถานการณ์แปลกประหลาดในบ้านให้ฟัง
“ผมสงสัยว่าหลังจากคุณแม่ของผมเสียไป ท่านจะโกรธเกลียด
คุณพ่อของผม เลยอยากทำร้ายเขาครับ”
พูดถึงเรื่องที่บ้าน หรงอวี่ชวนก็มีสีหน้าลำบากใจระคนหวาดกลัว
“ครอบครัวเราตั้งรกรากอยู่ในต่างประเทศครับ แต่คุณพ่อกับคุณ
แม่ของผมหย่าร้างกันไปตั้งแต่สิบปีก่อน คุณพ่อของผมนอกใจ คุณ
แม่ของผมเลยยืนกรานว่าจะหย่า”
“ตอนนั้นเรื่องราววุ่นวายมาก… คุณพ่อของผมมีฐานะดี สุดท้าย
คุณแม่ก็ได้เงินไปจำนวนหนึ่ง ท่านจึงกลับมาที่จีนครับ”
“เมื่อไม่กี่เดือนก่อน คุณแม่ของผมเสียชีวิต”
“ผมกับน้องสาวกลับประเทศจีนมาจัดการงานศพ คืนวันนั้น…”
น้าเสียงของเขาเผยถึงความกลัวออกมาหลายส่วน
หรงอวี่ชวนย้อนคิดไปถึงวันที่แสนน่ากลัว
วันนั้นเขากับน้องสาวนำเถ้ากระดูกของคุณแม่ไปไว้ในหลุมศพ
และทั้งคู่ก็กลับมาที่บ้านซึ่งเป็นที่อาศัยของมารดา
ยุ่งอยู่หลายวัน สองพี่น้องเหนื่อยกันมาก ดังนั้นจึงเข้านอน
ค่อนข้างเร็ว
“แต่ว่า…”
หรงอวี่ชวนฟังดูชวนขนลุก “แต่ตอนที่ผมกำลังนอนกลับอย่าง
สะลึมสะลือ ก็ได้ยินเสียงคนเรียกครับ”
“ชวนชวน ชวนชวน…”
เขาลืมตาขึ้นก็มองเห็นใบหน้าเขียวปนขาวซีดปรากฏตรงหน้า
นั่นเป็นใบหน้าของมารดาที่ล่วงลับไปแล้ว
หรงอวี่ชวนตกใจร้องตะโกนออกมาเสียงดัง
ใครจะรู้ว่าเสียงตะโกนนี้จะปลุกตัวเขาขึ้นมาจากฝัน
หรงอวี่ชวนในวันนั้นตื่นขึ้นมาหอบหายใจ “ที่แท้ก็ฝัน”
เขาร้องตะโกนจนคอแห้ง จึงลุกไปหาน้าดื่ม
เมื่อมาถึงห้องครัว… ก็หาแก้วน้าไม่เจอเสียที
ตอนที่เขากำลังจะยอมแพ้ ก็มีสายตาเย็นชามองมาจากด้านหลัง
“อยู่ใต้ตู้ครัว”
“อ๋อ!”
หรงอวี่ชวนตอบรับ เขาเปิดประตูตู้ครัวออกดู ก็เห็นแก้วน้าจริง ๆ
เขาเปิดก๊อกน้าเตรียมจะรองน้ามาดื่ม
“อย่าดื่มน้าประปาเลย”
หรงอวี่ชวนเผลอตอนเสียงนั้น “ครั้งเดียวไม่เป็นอะไรหรอก”
“ต้องดูแลร่างกายตัวเองให้ดีนะ…”
“คุณ…” หรงอวี่ชวนทนไม่ไหวหันไปมองข้างหลัง
แต่พบเพียงความว่างเปล่า ไม่มีอะไรอยู่เลย
เมื่อย้อนคิดถึงเหตุการณ์ในตอนนั้น หลังของหรงอวี่ชวนก็มี
เหงื่อเย็น ๆ ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
“ตอนนั้นพวกเราเคยไปหาปรมาจารย์ลัทธิเต๋า ปรมาจารย์บอก
ว่าเป็นวิญญาณของคุณแม่กลับมาหาพวกเรา จึงให้ยันต์พวกเรามา
สองแผ่น พร้อมทั้งท่องคาถา จากนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วครับ”
“หลายวันหลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ ครับ”
“แต่ว่า หลังจากพอผมกับน้องสาวกลับไปที่ประเทศ A ในบ้านก็
เกิดเรื่องขึ้นไม่หยุดเลยครับ และหลายคนในคฤหาสน์ยังเจอกับ… สิ่ง
เหล่านั้นกลางดึก”
“น้องสาวของผมช็อกจนตกบันไดลงมา ตอนนี้นอนอยู่ที่
โรงพยาบาลครับ”
“ก่อนหน้านี้ไม่นาน คุณพ่อของผมก็เกิดอุบัติเหตุเล็ก ๆ ทาง
รถยนต์ ถึงจะมีแค่แผลเล็กน้อยบนหน้าผาก ใครจะคิดว่าทันทีที่ตื่น
ขึ้นมา หน้าอกของเขาจะมีรอยฝ่ามือเลือด… รอยฝ่ามือเลือดนั้นทำ
ยังไงก็ไม่หายไปเลยครับ”
“แต่มันกลับเยอะขึ้นเรื่อย ๆ”