เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 912 รอยมือเลือดยังไม่หายไป
หรงอวี่ชวนซึ่งรู้เห็นทั้งหมดตาโตด้วยความตะลึง “ปรมาจารย์
ครับ… นี่มัน… นี่…”
“ตอนนี้วิญญาณของแม่คุณยังอยู่ในยันต์แผ่นนี้ แต่เธอมีจิต
พยาบาทรุนแรงเกินไป หลังถูกสะกดในยันต์จะช่วยชะล้างวิญญาณ
ของเธอค่ะ”
หรงอวี่ชวนมองกระดาษยันต์เบาบางแผ่นนั้นแล้วเม้มปากบาง
เห็นดังนั้น ฉู่ลั่วใช้นิ้วคีบยันต์ ปากบริกรรมคาถา ก่อนจะเอ่ยกับ
ใครบางคน “เขาไม่เชื่อว่าคุณอยู่ในยันต์ค่ะ”
หรงอวี่ชวนยังไม่ทันเข้าใจ ก็ได้ยินเสียงอันคุ้นเคยดังออกจาก
ยันต์
“เสี่ยวชวน นี่แม่เอง”
หรงอวี่ชวนเด้งตัวลุกยืนทันที ดวงตาเบิกกว้าง เขาชี้ยันต์ด้วยนิ้ว
อันสั่นเทา “นี่… นี่มัน…”
เขาเชื่อว่าโลกนี้มีผี
เขาเชื่อว่าฉู่ลั่วมีฝีมือ
แต่คิดไม่ถึงว่า…
ฉู่ลั่วจะเก่งกาจขนาดนี้ ถึงขั้นข้ามน้าข้ามทะเลช่วยแม่เขา
กลับมาได้!
“ปรมาจารย์ครับ แม่ผมเขา…”
“วิญญาณของเธอมีจิตพยาบาทปนเปื้อนมากเกินไป จำเป็นต้อง
ชะล้างวิญญาณก่อน มีเพียงวิญญาณบริสุทธิ์แล้วถึงสามารถส่งเธอ
กลับสู่สังสารวัฏแห่งการกลับชาติมาเกิด”
“เธอ…”
“แม่ของคุณไม่มีแรงกรรมหรือหนี้เลือด ขอเพียงวิญญาณ
สะอาดแล้วหวนคืนสู่ปรภพ ชาติหน้าก็จะได้ไปเกิดในครอบครัวดี ๆ”
หรงอวี่ชวน “…”
เดิมเขาแค่อึ้งในความสุดยอดของฉู่ลั่ว!
แต่ประโยคนี้ทำเอาเขาตระหนักได้ว่าปรมาจารย์ฉู่นั้นเก่งกาจ
อย่างแท้จริง
ทั้งแรงกรรม หนี้เลือด ทั้งเกิดในครอบครัวดี ๆ …
“ปรมาจารย์ฝีมือสุดยอดจริง ๆ!”
…
“อ้าว เสี่ยวซี เธอถ่ายอะไรน่ะ?” หรงอวี่ซีกำลังจะเก็บมือถือ แต่
ถูกคุณนายหรงจับได้พอดี “เหล่าหรง ดูสิ เสี่ยวซียังไม่ยอมตายใจ”
หรงถงอี้กำลังสอบถามบางอย่างจากนักพรต อยากรู้ว่าภรรยา
เก่าตายไปแล้วจริง ๆ ใช่ไหม
แล้วมาได้ยินคำบอกของภรรยาเด็ก
เขามองลูกสาวตัวเองตาขวางด้วยความหงุดหงิด “อยากถ่ายก็
ถ่ายเถอะ ถึงยังไงก็สลายเป็นจุณไปแล้ว ใช่ไหมครับปรมาจารย์”
นักพรตหยิบกระบี่ไม้ท้อตัวเองพลันก้มมอง ได้แต่เงียบไม่พูดจา
“ปรมาจารย์ครับ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า”
นักพรตจับสัมผัสพลังหยินในคฤหาสน์ และไม่พบพลังหยินกล้า
แกร่งเป็นพิเศษอะไร จึงทำหน้าลึกล้าเกินหยั่ง แล้วเก็บกระบี่ไม้ท้อ
อย่างวางท่า “กำจัดไปแล้ว!”
เขาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะก้าวไปอยู่หน้ากล้อง “หึหึ เธอ
คือ… ปรมาจารย์ฉู่ใช่ไหม! ไม่ทราบว่าคิดเห็นยังไง”
ฉู่ลั่วตอบเสียงเรียบ “กำจัดวิญญาณตนนี้ไปมีแต่จะนำพาภัยร้าย
ยิ่งกว่านี้สู่ครอบครัวพวกเขา”
“อีกอย่าง…” เธอปรายตามองหรงถงอี้ “รอยมือเลือดบนตัวคุณ
ยังไม่หายไป”
“ไม่ต้องดูบนตัวหรงถงอี้ ลำพังคอที่โผล่ให้เห็นนอกเสื้อก็รู้แล้ว”
บนนั้นยังมีรอยมือเลือดอย่างชัดเจน
หรงถงอี้รีบถลกแขนเสื้อขึ้น พบว่ารอยมือเลือดบนแขนยังไม่
หายไปจริง ๆ!
นักพรตเหลือบมอง “ไม่เป็นไร ผมจะให้ยันต์สามสี่แผ่นกับคุณ
หลังคุณเผาแล้วนำไปละลายน้าแล้วดื่ม พรุ่งนี้เช้าก็หาย”
“ขอบคุณครับปรมาจารย์”
หรงถงอี้ส่งนักพรตออกไปด้วยสีหน้านอบน้อม ทันทีที่หันกลับมา
ก็แย่งมือถือของหรงอวี่ซีไปแล้วมองกล้องด้วยสายตาเย็นชา พูดย้า
คำเดิม “เอาเงินคือมา ส่วนเจ้าลูกชายหน้าโง่ แกเองก็รีบโผล่หัวมา
ซะ”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ถ้าพรุ่งนี้เช้าคุณเสียใจทีหลัง ติดต่อฉันผ่านลูกสาว
ของคุณได้”
พูดจบ เธอก็ประสานอินแล้วทอดมองด้านหลังหรงถงอี้ “พวก
คุณคงเห็นแล้ว เขาไม่แยแสภรรยาคนแรกและลูกสองคนของเธอ”
พูดจบ ฉู่ลั่วก็ตัดสายวิดีโอคอลแล้วโยนมือถือให้หรงอวี่ชวน
หรงอวี่ชวนรับมือถือตัวเองมาด้วยท่าทางตะลึง “ปรมาจารย์ครับ
เมื่อกี้คุณ… พูดกับใครครับ”
เฉิงยวนค้อนเขา “เจ้าคิดว่าใครล่ะคะ?”
หรงอวี่ชวนหน้าซีดในบัดดล
ปากสั่นระริก “เมื่อกี้ปรมาจารย์บอกว่า… พวก… คุณ… เหรอ”
คำว่า ‘พวก’ ทำให้เขาใจเต้นระรัวอย่างไม่ทราบสาเหตุ มือเท้า
อ่อนแรง
เฉิงยวน “…”
“ติดต่อน้องสาวของคุณไป บอกเธอว่าคืนนี้อย่านอนที่บ้าน ถ้า
ยังผวาในใจ ตอนนอนให้…”
“สักครู่ครับปรมาจารย์ ผมขอจดไว้ด้วย”
ฉู่ลั่ว “…”
รอจนหรงอวี่ชวนหยิบกระดาษและปากกาออกมาแล้วก็มองดูเธอ
อย่างว่านอนสอนง่ายระคนเฝ้ารอราวกับเด็กน้อยชั้นอนุบาล
ความรู้สึกหมดคำพูดถาโถมอีกครั้ง
“ตอนนอนให้ใช้นิ้ววาดเส้นตรงแนวนอนห้าเส้น เส้นตรงแนวตั้งสี่
เส้นบนกำแพงหัวเตียง เวลาวาด ให้วาดเสร็จในอึดใจเดียวยะคะ
จากนั้นให้ท่องคาถาไล่ผีของลัทธิเต๋า: หลิน ปิง โต้ว เจ่อ เจีย เจิ้น
เลี่ย เฉียน สิง”
“เท่านี้ก็จะป้องกันไม่ถูกผีอกตอนกลางคืน หรือถูกผีสิงได้ค่ะ”