เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 913 ยาก! คลี่คลายยากมาก!
วันต่อมา ยามอาทิตย์อัสดง สีเลือดทาบทับผืนดิน บรรดาเจ้าตัว
นุ่มนิ่มในสวนหย่อมกำลังหยอกล้ออย่างมีความสุข
ภายในห้องรับแขก ฉู่ลั่วนั่งขัดสมาธิอยู่ด้านตะวันตกเฉียงใต้
สองมือประสานอินหลับตาบำเพ็ญ
เฉิงยวนนั่งบนโซฟา ดูโทรทัศน์ไปอย่างเบื่อ ๆ
หัวหว่านยกมือดูนาฬิกาตัวเองดูเป็นครั้งคราว “จะมาจริงเหรอ”
เฉิงยวนพิงตัวกับโซฟา “ต้องมาแน่ ฉู่ลั่วทักไว้มีหรือจะพลาด”
“แต่ตอนนี้ก็บ่ายแล้วนะ…”
พูดไม่ทันจบ เสียงกริ่งก็ดังขึ้น
หัวหว่านเด้งตัวลุกขึ้น “มาแล้ว มาแล้ว!”
เฉิงยวนมองแม่บ้านสาวที่วิ่งเหยาะ ๆ ไปด้านนอกด้วยความ
แปลกใจ “เจ้านี่ เหตุใดถึงกังวลว่าคนตระกูลหรงเสียอีก”
หัวหว่านวิ่งไปตอบไป “ก็เธอกับคุณหนูไม่ยอมบอกฉันว่าเกิด
อะไรขึ้นกับตระกูลหรง ปล่อยให้ฉันอยากเผือกมาทั้งคืน!”
เฉิงยวนหัวเราะพรืด
หล่อนจงใจเก็บงำไว้เองแหละ แล้วยังไม่ให้ฉู่ลั่วบอกหัวหว่านด้วย
ผ่านไปครู่หนึ่ง หัวหว่านเดินนำหรงอวี่ชวนเข้ามาด้วยสีหน้า
จริงจังด้วยท่าทีเย่อหยิ่งเย็นชา ดูไม่ออกเลยว่าเมื่อกี้เธอร้อนรนใจ
แทบขาด
หรงอวี่ชวนมีสีหน้าวิตก ทันทีที่เข้ามาก็บอกกับฉู่ลั่ว “เกิดเรื่อง
กับบ้านผมจริง ๆ ครับ”
ฉู่ลั่วลืมตาช้า ๆ “ฉันรู้ค่ะ”
เธอลุกขึ้นแล้วเดินมาหา
หรงอวี่ชวนวิดีโอคอลหาหรงอวี่ซี น้องสาวตัวเอง
ทันทีที่ต่อสายติด หน้าจอก็ปรากฏหน้าตาตื่นเต้นจนปิดไม่มิด
ของหรงอวี่ซี “พี่คะ ดูนี่เร็ว!”
เธอหมุนกล้องไปด้านล่าง
และได้เห็นภายในห้องรับแขกหรูหราโอ่อ่า หรงถงอี้ ภรรยาเด็ก
ของเขา และลูกชายลูกสาวนั่งหงอยอยู่บนโซฟา
ลูกสาวยังดี ท่าทางว่าง่าย
แต่ลูกชายกลับโวยวายไม่หยุด!
คุณนายหรงปลอบลูกชายด้วยความตระหนก แล้วต้องหันไปดู
ลูกสาวด้วย “เหล่าหรง ตอนนี้เราจะทำยังไงกันดีคะ ไหนว่าที่บ้าน
สะอาดหมดจดแล้ว ทำไมถึงยังเกิดปัญหาได้อีก!”
หรงถงอี้ก็มีสีหน้าเหนื่อยล้า “รอให้ปรมาจารย์มาแล้วค่อยว่ากัน”
“พี่ไม่รู้หรอกว่าเมื่อคืนทั้งคฤหาสน์เต็มไปด้วยภูตผี มีทั้งโดนผี
ลามกสิง”
“มีที่ขู่เด็กทั้งสอง”
“มีที่ตามหลอกในห้องน้า”
“มีที่โหยหวนกลางดึกกลางดื่น”
“ที่หนักที่สุดคือ…” แม้เธอลดระดับเสียงลงจนต่า แต่ยังซ่อน
ความตื่นเต้นดีใจในน้าเสียงไม่มิด “พ่อบอกว่า… ห้องเขาเองมีผียืน
อยู่เต็มไปหมด!”
หรงอวี่ชวนยังไม่ทันได้ตอบอะไร หรงอวี่ซีก็รีบเอ่ยขึ้น “แต่หนูไม่
เป็นอะไรเลยค่ะ”
“เมื่อคืนหนูนอนหลับสบายมาก ไม่แม้แต่จะฝันด้วย”
“ฝากขอบคุณปรมาจารย์แทนหนูด้วยนะคะ!”
เห็นสีหน้าตื่นเต้นกับสิ่งที่เกิดขึ้นของน้องสาวแล้ว หรงอวี่ชวน
ประดักประเดิดนิดหน่อย ปรามเสียงเบา “เธอควบคุมสีหน้าหน่อย
เดี๋ยวพ่อจะเห็นเอา”
“หนูรู้ค่ะ หนูไม่ใช่คนโง่นะคะ นี่ก็เพราะรู้ว่าพ่อไม่เห็นถึงมาเม้าท์
มอยกับพี่ไง”
หรงอวี่ชวน “…”
เขามองพวกฉู่ลั่วอาย ๆ
และพบว่าสีหน้าฉู่ลั่วไม่เปลี่ยนไปเท่าไร แต่สาวสวยสองคนที่ยืน
อยู่ข้าง ๆ กลับมีสีหน้า… ตื่นเต้นกับเรื่องที่เกิดขึ้นนิดหน่อยเหมือน
กน้องสาวของเขา
หรงอวี่ชวนลอบข่มความคิดนี้
จะเป็นไปได้ยังไง?
คนรอบกายปรมาจารย์ก็ต้องเป็นผู้มีจิตใจสูงส่งเหมือนอย่างท่าน
จะสนใจเรื่องชาวบ้านเหมือนอย่างน้องสาวเขาได้ไง
ชายหนุ่มกำลังจะปิดวิดีโอคอล ก็ได้ยินเสียงอุทานของหรงอวี่ซี
“ว้าย ๆ ปรมาจารย์มาแล้ว ไม่รู้ว่าแก้ปัญหาได้หรือเปล่า”
น้าเสียงแบบนี้…
ฟังยังไงก็ดูเหมือนไม่อยากให้อีกฝ่ายแก้ปัญหาได้เลย!
หรงอวี่ซีหมุนกล้องอีกครั้งเพื่อถ่ายทอดสด
นักพรตชุดสีเขียวเดินขมวดคิ้วเข้ามา ไม่รอให้หรงถงอี้พูดจาก็
ถามขึ้นก่อน “ทำไมพลังหยินบ้านคุณรุนแรงขนาดนี้!”
“ไหนจะทั้งผู้ใหญ่ทั้งเด็กในบ้านคุณอีก ทำไมถึงดูมีเมฆครึ้มปก
คลุมกันหมด”
หรงถงอี้ได้ยินแบบนั้นก็ร้อนใจขึ้นมา
“ปรมาจารย์ นี่เป็นเหตุผลที่ฉันเรียกคุณมา”
เขารีบเล่าเรื่องเมื่อคืน
นักพรตขมวดคิ้ว ยื่นมือออกมาทำนาย พร้อมคิ้วย่นเป็นปม
“ยาก! คลี่คลายยากมาก!”
หรงถงอี้เอ่ย “ปรมาจารย์ เงินไม่ใช่ปัญหา ขอแค่คุณช่วย
จัดการ… เจ้าพวกนี้ในบ้านผม…”
เขาบอกตัวเลข
นักพรตส่ายหัว “ไม่ใช่ปัญหาเรื่องเงิน!”
หรงถงอี้เสนอราคาไปอีกครั้ง
อีกฝ่ายมีสีหน้าลำบากใจ “คุณหรง ไม่ใช่ปัญหาเรื่องเงินจริง ๆ”
หรงถงอี้บอกตัวเลขใหม่อีกครั้งอย่างนึกเสียดาย
นักพรตถอนหายใจ “ถ้าอย่างนั้นผมจะช่วยคุณดูหน่อยแล้วกัน
พลังหยินในบ้านคุณรุนแรงเกินไป”