เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 920 ช่วยชีวิตไว้ได้
“คุณฉู่ สิ่งสำคัญในตอนนี้ไม่ใช่การถามหาความรับผิดชอบ แต่
คือการช่วยชีวิตนะครับ” พี่ฟางเองก็วิ่งออกมาดึงตัวหล่อนไว้ “ให้
พวกเขาช่วยอาจ้านก่อนเถอะ สภาพขาของอาจ้านจะมัวช้าไม่ได้นะ”
แต่ฉู่หร่านกลับสะบัดมือของพี่ฟางออกแล้วขวางหน้าฉู่จ้านไว้
พลางหัวเราะเยาะ “ใครจะรู้ว่าพวกคุณคิดจะทำร้ายพี่สามของฉันหรือ
เปล่า! พี่สามขับรถแข่งมาตั้งหลายปีไม่เคยเกิดอุบัติเหตุเลย ทำไม
การแข่งนัดสำคัญครั้งนี้กลับมาเกิดเรื่องขึ้นได้ล่ะ”
“การตรวจสอบของทีมรถล่ะ?”
“เจ้าหน้าที่ของสโมสรล่ะ?”
“แล้วก็คุณด้วย ในฐานะที่คุณเป็นคนรับผิดชอบรถ ทำไมพี่สาม
ถึงได้เกิดอุบัติเหตุล่ะคะ?”
เจอคำถามของฉู่หร่านเข้าไป พี่ฟางก็ร้อนใจมากจนเหงื่อออก
เต็มหน้าผาก “หร่านหร่าน ตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่จะตามเรื่องพวกนี้
นะ ขาของอาจ้านบาดเจ็บรุนแรง เราจะต้องส่งตัวเขาไปที่โรงพยาบาล
ทันที ไม่อย่างนั้น…”
“ไม่อย่างนั้นทำไมคะ?”
ฉู่หร่านขวางหน้าเจ้าหน้าที่กู้ภัยไว้ด้วยสีหน้าทวงความยุติธรรม
“หรือว่าคุณยังทำร้ายพี่สามไม่พออีก เลยคิดจะทำร้ายเขาต่อตอน
กลางวันแสก ๆ แบบนี้?”
“ฉันจะบอกอะไรให้นะคะว่าฉันไลฟ์อยู่!”
หล่อนยกมือถือของตัวเองขึ้นมา “ฉันถ่ายพวกคุณในวันนี้ไว้
หมดแล้ว ถ้าพวกคุณกล้าทำอะไรฉันก็รอขึ้นโรงขึ้นศาลกันได้เลย!”
[ว้าว! หร่านหร่านกล้าหาญมากเลย!]
[แต่ฉันคิดว่าตอนนี้ควรจะพาฉู่จ้านไปโรงพยาบาลนะ ดูท่าทาง
จะเจ็บหนัก]
[ความเห็นข้างบนจะไปรู้อะไร ที่หร่านหร่านขวางไว้ไม่ยอมให้
ช่วยแสดงว่าต้องมีเหตุผลแน่นอน บางทีหร่านหร่านอาจจะพบอะไร
เข้า ก็เลยไม่กล้าให้พวกเขาช่วยเหลือ]
[ต้องเป็นแบบนั้นแน่นอน ไม่อย่างนั้นหร่านหร่านจะไม่ให้
ช่วยเหลือได้ยังไงล่ะ]
[หร่านหร่านต้องพบอะไรเข้าแน่ ๆ!]
เกิดการทะเลาะกันในช่องแสดงความคิดเห็นเพราะเห็นอยู่ว่าฉู่
จ้านเลือดออกมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ฉู่หร่านกลับยืนกรานไม่ยอมหลีก
ทางให้
พี่ฟางเลิ่กลั่กอยู่กับที่
จนกระทั่งมือถือของเขาดังขึ้น พอเห็นหน้าจอก็รับสายทันที
“ประธานฉู่ ตอนนี้คุณหนูฉู่ไม่ยอมให้พวกเราช่วยเหลือ… ห้ะ อะไรนะ
ครับ…”
พี่ฟางมองฉู่หร่านอย่างไม่อยากจะเชื่อ “ครับ”
“คุณหนูฉู่ กรุณาหลีกทางให้ด้วยครับ นี่เป็นคำสั่งของประธาน
ฉู่!”
ฉู่หร่านเชิดคอ “พี่ใหญ่ไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ เขาไม่รู้เรื่องอะไร
ทั้งนั้น พี่ใหญ่ถูกพวกคุณหลอก ฉันจะปกป้องพี่สาม…”
เพียะ!
เสียงตบหน้าดังสนั่น
ฉู่หร่านกุมหน้าของตัวเองไว้แล้วมองไปทางพี่ฟางอย่างตกใจ
“คุณ… คุณกล้าตบฉันเหรอ!?”
พี่ฟางกดมือถือเปิดลำโพง
“พี่ให้เขาตบเอง คราวนี้ก็หลีกทางซะ!”
ปลายสายคือเสียงของฉู่เหิง
ฉู่หร่านกุมแก้มร้องไห้ “พี่ใหญ่ พี่ไม่รู้เรื่องแล้วพี่มีสิทธิ์อะไรมา
ตบหนู หนูทำเพื่อพี่สามนะคะ พี่สาม…”
“ฉู่หร่าน!” เสียงของฉู่เหิงเย็นเยียบกว่าปกติ “หลีกทางเดี๋ยวนี้!”
“ไม่! หนูจะปกป้องพี่สาม! แม้ว่าพี่ใหญ่จะด่าหรือตีหนู หนูก็จะไม่
หลีกทางให้”
น้าเสียงของฉู่เหิงเย็นชายิ่งกว่าเมื่อกี้แล้ว “เธอไม่ใช่คนตระกูลฉู่!
ไม่มีคุณสมบัติอะไรมาตัดสินใจแทนคนตระกูลฉู่ทั้งนั้น! ฟางซวินช่วย
อาจ้าน ถ้ามีใครขวางอีกก็ลากออกไปเลย ไม่ต้องเกรงใจตระกูลฉู่”
พี่ฟางรับคำแล้วสั่งคนในทีมรถให้เข้ามาลากฉู่หร่านออกไป
คราวนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยถึงหามคนเจ็บไปได้
ฉู่หร่านถูกขวางไว้ แต่ก็ยื่นมือไปหาฉู่จ้าน “พี่สาม พวกคุณจะ
พาพี่สามไปไหน? พวกคุณส่งตัวพี่สามคืนมาให้ฉันนะ คืนมาสิ…”
หล่อนร้องไห้ทรุดลงไปกับพื้น น้าตาไหลรินเป็นทาง
แล้วมือถือก็ตกลงที่พื้น ถ่ายเห็นใบหน้าของฉู่หร่านพอดี
[ให้ตายเถอะ หร่านหร่านในตอนนี้สวยจัง!]
[แม้ว่าฉันจะไม่ควรคิดแบบนี้ในเวลานี้ แต่เทพธิดาน้อยหร่านห
ร่านร้องไห้สวยมากจริง ๆ]
[คนดูดี ร้องไห้ยังไงก็ดูดีไปหมด]
[หร่านหร่านไม่ต้องร้องนะ หม่าม้ากอด ๆ]
[สามีกอด ๆ นะ!]
[ฉันว่าแล้วว่าตระกูลฉู่ปฏิบัติต่อหร่านหร่านโหดร้ายมาก เมื่อกี้
ยังให้คนตบหร่านหร่านด้วย!]
[เครือบริษัทฉู่ช่วงนี้หุ้นตกติดกันมาหลายวันแล้ว เป็นเวรกรรม
สินะ]
ฉู่เหิงมองฉู่หร่านที่ร้องไห้อยู่ในจอนั้นพร้อมทั้งความคิดเห็นที่
ปกป้องฉู่หร่านเหล่านั้นด้วยสายตาเย็นชา มุมปากยิ้มบิดเบี้ยว
เขาต่อสายหาฉู่ลั่ว
“ลั่วลั่ว…”
ไม่ทันที่เขาจะพูดจบ ฉู่ลั่วก็พูดขึ้นมาก่อน “เขารอดชีวิตแล้วค่ะ”
ฉู่เหิงโล่งใจราวกับยกภูเขาออกจากอก
“แต่ว่า…”
ฉู่เหิงใจกระตุก
“อาจจะบาดเจ็บร้ายแรงมากค่ะ”
บาดเจ็บร้ายแรง!?