เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 939 เครื่องหมายอักขระ
ไจ๋โหรวปัดป่ายมือไปมากลางอากาศอย่างตื่นเต้น
ฉู่ลั่วจึงก้าวเข้าไปจับมือหล่อนเอาไว้ “ดวงตาของคุณมีปัญหา
ทางองค์กรก็ควรจะจัดการให้คุณค่ะ ที่ฉันมาก็เพื่อจะทำให้มั่นใจว่า
ดวงตาของคุณจะหายดี”
ไจ๋โหรวตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นพวงแก้มก็แดงระเรื่อขึ้นอย่าง
รวดเร็ว มือตัวเองกำลังถูกฉู่ลั่วจับเอาไว้ “คือ.. ถ้าอย่างนั้น… จะเป็น
การรบกวนท่านเจ้านิกายน่ะสิคะ?”
“ปกติท่านเจ้านิกายก็ยุ่งมากขนาดนั้นแล้ว ยังต้องมีเรื่องเล็กน้อย
ของฉันไปกวนใจอีก”
“เรื่องดวงตาของคุณไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยค่ะ” คนที่สามารถฝึก
เคล็ดวิชาเนตรศักดิ์สิทธิ์ติดตามได้นั้น แน่นอนว่าย่อมมีพรสวรรค์ใน
การบำเพ็ญไม่ธรรมดา
เธอหมายถึงเช่นนั้น
แต่หลังจากที่ไจ๋โหรวได้ฟังแล้ว หล่อนก็ยกมุมของขึ้นอย่างไม่
สามารถควบคุมได้ราวกับเป็นลูกนกตัวน้อยอยู่ข้าง ๆ ฉู่ลั่ว น้าเสียงก็
ยิ่งนุ่มนวลขึ้นด้วย “อย่างนั้นก็รบกวนท่านเจ้านิกายด้วยนะคะ ฉัน
เชื่อค่ะว่าหัวหน้าต้องทำได้อย่างแน่นอน”
พ่อแม่ของไจ๋โหรว “…”
พวกเขามองลูกสาวตัวเองราวกับคนแปลกหน้า
แม้ว่าลูกสาวของพวกเขาจะมีหน้าตาน่ารัก แต่ฝีปากจัดจ้านมาก
หล่อนเคยมีท่าทีเขินอายแบบนี้เมื่อไหร่กัน นี่ถ้าไม่ใช่เพราะฉู่ลั่ว
เป็นผู้หญิง พวกเราก็คงจะคิดมากกันไปแล้ว
แม่ของไจ๋โหรวได้ยินเสียงพ่อโล่งอก…
“…”
ควรโล่งอกจริงไหมนะ
หรือเพราะว่าฉู่ลั่วเป็นผู้หญิงเลยควรต้องคิดมาก?
ฉู่ลั่วพาไจ๋โหรวไปนั่งลงที่เก้าอี้ที่เตรียมไว้ให้ก่อนแล้ว
“ไม่ต้องกลัวนะคะ”
ไจ๋โหรวตอบด้วยน้าเสียงที่ทั้งตื่นเต้นและเขินอาย “ฉันไม่กลัว
หรอกค่ะท่านเจ้านิกาย”
หลังจากพูดจบ ฉู่ลั่วก็ปล่อยมือ
ไจ๋โหรว “…”
ถ้าพูดว่ากลัวตอนนี้จะยังทันไหมนะ?
ไจ๋ฉางเดินออกมาพูดเสียงสูง “ดวงตาของไจ๋โหรวแย่เสียแล้ว
เจ้านิกายจึงมารักษาด้วยตัวเอง”
“วิชาเนตรศักดิ์สิทธิ์ติดตามที่สืบทอดในตระกูลไจ๋ของเรามา
หลายพันปีนั้น จนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบห้าร้อยปีแล้วที่ไม่สามารถ
รักษาได้หากมันเสียหาย”
“เราจะได้เห็นความสามารถของเจ้านิกายในตอนนี้”
พอเขาพูดจบ คนตระกูลไจ๋ส่วนใหญ่ก็ส่งเสียงหัวเราะออกมา
แม้แต่คนรุ่นหลังก็คิดว่าฉู่ลั่วไม่น่าจะรักษาได้
แม้ว่าพวกเขาจะขอบเห็นการแหกหน้า รู้ดีว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่จะได้
เห็นกันง่าย ๆ
พวกเขาเองในฐานะของคนตระกูลไจ๋ก็ยิ่งรู้ดีเลย ว่าหลังจากที่
เนตรศักดิ์สิทธิ์ถูกทำลายไปนั้นมันรักษายากแค่ไหน
แม้ว่าภายในห้องหนังสือของตระกูลจะมีวิธีการรักษาอยู่ แต่วิธี
เหล่านั้นก็ต้องใช้สมบัติสวรรค์ที่อยู่ในระดับสูง
แต่ว่าตอนนี้… มันยากมาก!
เรื่องดวงตาของไจ๋โหรวใช่ว่าผู้นำตระกูลกับพวกผู้อาวุโสจะไม่
เคยคิดวิธีรักษา แต่ตอนนี้แม้แต่ทำให้กลับมามองเห็นก็ยังทำไม่ได้
เลย
พวกเขาส่ายหัว
ในที่แห่งนั้นมีเสียงดูถูกมากมายดังขึ้นมา
ฉู่ลั่วใช้ปลายนิ้วทั้งสองคีบยันต์ผืนหนึ่งเอาไว้ ส่วนอีกนิ้วจิ้มไปที่
หว่างคิ้วของไจ๋โหรว
จากนั้นเธอก็ท่องคาถา ยันต์ผืนพลันชะงักค้าง
“เหอะ! นี่มันลูกไม้อะไรกัน”
ไม่รู้ว่าใครพูดออกมาด้วยเสียงที่ไม่ได้ดังมากแต่ก็ไม่ได้เบา
“คิดจะอาศัยยันต์ผืนเดียวมารักษาเนตรศักดิ์สิทธิ์อย่างนั้นสิ มัน
จะเป็นไปได้ยังไงล่ะ ถ้ารักษาได้สำเร็จจริง ๆ แล้วตระกูลไจ๋ของเราจะ
ยังมีที่ยืนอยู่ในลัทธิเต๋าอีกเหรอ?”
เสียงรบกวนหนักขึ้นเรื่อย ๆ
“…”
แต่แล้วจู่ ๆ เสียงเหล่านั้นก็หายไปจนหมด
พลังหยินถูกดูดออกไปจากดวงตาของไจ๋โหรว
พออักขระที่อยู่เต็มยันต์หายไป ฉู่ลั่วก็รีบเอายันต์ออกมาอีกหนึ่ง
ผืนแล้วท่องคาถาอีกทันที
หลังจากใช้ยันต์ไปสองผืน ฉู่ลั่วก็ไม่ปล่อยมือ
“มันคือเครื่องหมายอักขระ!”
มีใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมาอย่างตกใจ
เมื่อเห็นมีอักขระสองสายออกมาจากดวงตาของไจ๋โหรว ซึ่งล้วน
เป็นอักขระที่ใช้พลังวิญญาณสร้างขึ้น
จากนั้นฉู่ลั่วก็ตวัดนิ้วมือแล้วอักขระนั้นก็หายไป
แล้วเธอก็เก็บมือ
“เสร็จแล้วค่ะ”
ทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้น “…”
ฉู่ลั่วเห็นว่าไม่มีใครขยับเขยื้อนจึงเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง “รักษาเสร็จ
เรียบร้อย ลืมตาได้เลย”
สถานที่แห่งนั้นยังคงเงียบสงบ
ไจ๋ฉางตะลึงอยู่สักพักหนึ่งโดยที่ควบคุมสีหน้าไม่อยู่แล้ว
“เท่านี้น่ะเหรอ เสร็จแล้ว?”
“เจ้านิกาย คุณรู้ไหมว่าเคล็ดวิชาเนตรศักดิ์สิทธิ์ติดตามรักษา
ยากแค่ไหน”
เขาพ่นลมหายใจออกมา “ถ้าเจ้านิกายมาเพื่อหลอกพวกเรา
ตระกูลไจ๋ อย่างนั้นคุณก็ทำสำเร็จแล้วล่ะ”
เขากำลังจะโบกมือให้คนตระกูลไจ๋แยกย้ายกันไป
แต่ไจ๋โหรวกลับยกมือขึ้นถอดผ้าปิดตาออกอย่างช้า ๆ
เสียงความวุ่นวายโดยรอบก็ค่อย ๆ เงียบสงบลง
ไจ๋โหรวลืมตาขึ้นมองซ้ายทีขวาที จากนั้นก็ก้มลงมองมือของ
ตัวเอง ด้วยชะงักค้างไป
พ่อแม่ของไจ๋โหรวเองก็จ้องมองเธออย่างเคร่งเครียดเช่นกัน
“เสี่ยวโหรว ดวงตาของลูก… หายดีแล้วเหรอ?”
ไจ๋โหรวไม่ตอบอะไร ยังคงก้มมองมือของตัวเองอยู่