เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 940 คุณหนูปากแจ๋วกลับมาแล้ว
“หายดีอะไรกันล่ะ? ถ้าหายดีได้จริง ๆ ตระกูลไจ๋ของเราจะไม่…”
ยังไม่ทันที่ไจ๋ฉางจะพูดจบ ไจ๋โหรวก็ลุกขึ้นเผชิญหน้ากับไจ๋ฉาง
จากนั้นก็พูดด้วยน้าเสียงนุ่มนวล “ผู้นำตระกูลคะ วันนี้คุณก็ยังใส่เสื้อ
ถังจวนอีกเหรอคะ สีนี้ดูไม่ค่อยสวยเท่าไหร่เลย”
“ลุงโม่ ลุงก็ไม่เตือนผู้นำตระกูลเลยนะ ชุดถังจวนสีม่วงมันดูสง่าก็
จริง แต่ดูคนด้วยสิ คิดว่ามันเป็นสีที่ใครใส่ก็ดูดีคะ?”
ไจ๋ฉาง “…”
พ่อแม่ไจ๋โหรววิ่งเข้ามาอย่างตื่นเต้นทันที “เสี่ยวโหรว ลูก
มองเห็นแล้วจริง ๆ เหรอ?”
“ค่ะ”
“จริงเหรอลูก? ไหนแม่ขอตรวจดูหน่อย”
ไจ๋โหรวหมดคำพูด “แม่คะ ตรวจอะไรล่ะคะ นี่แม่นอนไม่หลับมา
หลายวันแล้วใช่ไหมคะ หนูว่าผิวแม่ดูเหลืองซีด ๆ ไปนะคะ”
“แล้วก็พ่อด้วย พ่อไม่ได้เปลี่ยนชุดเหรอคะ? วันนั้นที่หนูไปพ่อก็
ใส่ชุดนี้นี่นา ทำไมตอนนี้ยังใส่ชุดนี้อยู่อีกล่ะคะ!”
พ่อแม่ของไจ๋โหรวตื่นเต้นกันมาก เข้ามาตรวจดูดวงตาของลูก
สาวกันใหญ่หลังจากรู้ว่าเธอมองเห็นแล้วจริง ๆ
แม่ของไจ๋โหรวถึงกับร้องไห้ออกมาเลย
“กลับมามองเห็นได้แล้วยังไงล่ะ เคล็ดวิชาเนตรศักดิ์สิทธิ์ติด
ตามที่บำเพ็ญมาตั้งหลายปีนั่นก็เสียเปล่าไปน่ะเหรอ?”
คนหนึ่งจากในกลุ่มนั้นเสียงแตกขึ้นมา
แม่ของไจ๋โหรวจึงรีบพูดทันที “จะบำเพ็ญหรือไม่มันไม่สำคัญ!
ขอแค่เสี่ยวโหรวลูกฉันสุขภาพแข็งแรง แค่นั้นมันก็สำคัญยิ่งกว่าอะไร
ทั้งหมดแล้ว”
พ่อของไจ๋โหรวก็พยักหน้าอยู่ข้าง ๆ
ไจ๋โหรวเองก็ทำหน้าเฉยเมยแล้วพูดอย่างผิดหวัง “อย่างนั้น
ต่อไปฉันคงจะไปทำงานที่องค์กรไม่ได้แล้วสิ ไม่ทราบว่าองค์กรรับคน
ธรรมดาทำงานไหมคะ ไม่รู้ว่าพอฉันบาดเจ็บจากการทำงานแล้วจะยัง
อยู่ในตำแหน่งได้หรือเปล่า? ย้ายไปทำงานฝั่งคนธรรมดาก็ได้ค่ะ!”
หล่อนกะพริบตาปริบ ๆ มองฉู่ลั่วอย่างน่าสงสาร
หวังว่าท่านเจ้านิกายจะใช้ตำแหน่งผู้นำองค์กรมาช่วยได้
ฉู่ลั่วถาม “ใครบอกว่าคุณไม่สามารถบำเพ็ญเนตรศักดิ์สิทธิ์
ติดตามได้อีกแล้วคะ?”
ทุกคน “…”
“พลังหยินที่ย้อนเข้าหาตัวถูกกำจัดไปแล้ว ค่ายกลอักขระก็
หายไปแล้ว ตอนนี้คุณสามารถใช้เคล็ดวิชาเนตรศักดิ์สิทธิ์ติดตามได้
เรียบร้อยแล้วค่ะ”
ว่าแล้วก็ขมวดคิ้ว “หรือคุณไม่รู้สึกเหรอคะว่าพลังเนตรของคุณ
ไม่ได้พร่องลงเลย?”
ฉู่ลั่วค่อนข้างสงสัย และอยากจะก้าวเข้าไปตรวจดูดวงตาของไจ๋
โหรวสักหน่อย
แต่ในวินาทีต่อมาไจ๋โหรวก็เบิกตาโพลง “ห้ะ! ฉันไม่รู้ตัวเลยค่ะ
ว่าในดวงตาฉันมีพลังไหลเวียนอยู่”
เมื่อครู่เพิ่งจะได้กลับมามองเห็นก็เลยตื่นเต้นไปหน่อย ไม่ได้
สังเกตพลังวิญญาณของตัวเองเลย
“จริงเหรอ? หลังจากการรักษาการย้อนเข้าตัวของเคล็ดวิชา
เนตรศักดิ์สิทธิ์ติดตามแล้วน้อยคนมากนะที่จะได้ฟื้นฟูคืนกลับมา” มี
คนพูดข้อสงสัยขึ้นมาอีกครั้ง
ไจ๋โหรวหันไปมองทางคนต้นเสียงคนนั้น “ถ้าคุณไม่เชื่อ ฉันจะ
ลองกับคุณดู!”
สีหน้าที่เดิมทีดูอ่อนหวานเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมทันที
หล่อนประสานอินขึ้นมาท่องคาถา
วินาทีต่อมาก็ลืมตาขึ้น เลนส์ตาที่เป็นสีดำก็กลายเป็นสีขาวหม่น
ทันที
“นี่! ลุงฉี ลุงอายุมากขนาดนี้แล้วยังจะเที่ยวออกไปเลี้ยงสาวข้าง
นอกแถมยังมีลูกด้วยกันอีก! การละทิ้งคู่แต่งงานเป็นข้อห้ามของ
ตระกูลไจ๋เรานะคะ! มิน่าหลายปีมานี้การบำเพ็ญของลุงฉีถึงแต่
ถดถอยลง ที่แท้ก็ฝ่าฝืนข้อห้ามนี่เอง”
“เหอ ๆ ลุงอายุตั้งห้าสิบกว่าแล้วแต่ไปหาเด็กสาวอายุยี่สิบต้น ๆ
นี่มันดูไม่เหมาะไม่ควรไหมคะ!”
ไจ๋ฉีหน้าแดงขึ้นมาทันที “หุบปากไปเลยนะ! เด็กอย่างเธอมัน
พูดจาเหลวไหล! ฉันไปมีผู้หญิงอยู่ข้างนอกตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”
“เธอคิดว่าการที่ตัวเองพูดจาใส่ร้ายป้ายสีฉันแล้วจะพิสูจน์ได้
เหรอว่าวิชาเนตรกลับคืนมาแล้ว?”
เขาโกรธเป็นอย่างมาก
แต่ไจ๋โหรวไม่ได้สนใจแล้วพูดต่อ “ลุงฉี ลุงไม่รู้หรอกค่ะว่าเธอพูด
อะไรบ้างลับหลังลุง”
“เธอบอกว่าลุงมีคารมคมคายแต่ร่างกายไม่ไหวเลย… ส่วนคำพูด
ที่เหลือ ฉันพูดไม่ได้ค่ะ”
“ยิ่งไปกว่านั้น…”
ไจ๋โหรวพ่นลมหายใจออกมาด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ “ลุงฉีคะ
นี่การดูดวงของลุงแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ? หรือว่าลุงไม่เห็นว่าลูกชาย
ของผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ลูกของลุง”
“พลังจากการบำเพ็ญตั้งมากมายที่ลำบากลำบนมาตั้งหลายปีไป
ไหนหมดเสียล่ะคะ”
“หุบปาก ๆๆ!” ไจ๋ฉีโกรธจนอารมณ์พลุ่งพล่านอยากจะสั่งสอนไจ๋
โหรว
พ่อแม่ของไจ๋โหรวจึงก้าวมาบังลูกสาวเอาไว้
ไจ๋ฉีเดือดดาล “พวกแกก็ไม่สั่งสอนลูกให้ดี ๆ ล่ะห้ะ!”
แม่ของไจ๋โหรวยิ้มเยาะ “วางใจได้ค่ะ! ลูกของเรา เราย่อมต้อง
ดูแลอย่างดีอยู่แล้ว ไม่ทราบว่ากฎร่วมของตระกูลไจ๋ยังมีอยู่ไหมคะ”
“ผู้นำตระกูลคะ มีคนเพิกเฉยต่อกฎร่วมและละเมิดคำสอนของ
บรรพบุรุษตระกูลไจ๋ เราควรจะจัดการยังไงกันดีคะ?”
ไจ๋ฉางสีหน้าดูแย่ลงไปทุกที ๆ
เดิมทีเสียหายเพราะถูกฉู่ลั่วฉีกหน้าต่อหน้าทุกคนก็ว่าแย่แล้ว
ตอนนี้ไจ๋ฉียังมาท้าทายกฎร่วมของตระกูลอย่างเปิดเผยอีก