เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 941 เคารพผู้แข็งแกร่ง
ผู้นำตระกูลหันไปมองไจ๋ฉีด้วยสีหน้าเย็นชา “ยังมีหน้ามาเถียง
ข้าง ๆ คู ๆ อีก! ถ้าไม่เคยทำจริง ๆ งั้นให้ทุกคนตรงนี้แหกตาดูนาย
เป็นหลักฐานดีไหม?”
ทันใดนั้นทุกอย่างก็สงบนิ่งไป
ไจ๋ฉางสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วหันไปพูดกับฉู่ลั่ว “เจ้านิกายช่าง
ยอดเยี่ยมจริง ๆ ครับ! เรายังมีเรื่องภายในนิกายที่ต้องจัดการกันอีก
ไม่รบกวนเจ้านิกายแล้วครับ”
“ค่ะ”
ฉู่ลั่วพยักหน้าแล้วถาม “ยังอยากจะ… กลับไปทำงานที่องค์กร
ศักดิ์สิทธิ์ไหม?”
“ไปแน่นอนค่ะ!” ไจ๋โหรวตอบอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
“ดีค่ะ ฉันมีเรื่องที่อยากจะถามพอดี เดี๋ยวถ้าคุณจัดการเรื่องทาง
นี้เสร็จแล้วก็ไปที่องค์กรนะ”
ไจ๋โหรวไม่สนใจเรื่องในตระกูลไจ๋แล้ว เธอรีบบอกทันที “เรื่อง
ของสำนัก ปกติแล้วพวกผู้ใหญ่เขาจัดการกัน ไม่ต้องให้เด็กอย่างฉัน
เข้าไปร่วมด้วยหรอกค่ะ”
“ฉันไปพร้อมกับท่านเจ้านิกายเลยดีกว่า ท่านมีอะไรอยากถามก็
ถามได้เลยค่ะ!”
หลังจากที่เธอหันกลับไปบอกพ่อแม่เสร็จแล้วก็พูดกับคนตระกูล
ไจ๋อย่างสุภาพ จากนั้นก็เดินตามฉู่ลั่วไปข้างนอกอย่างยิ้มแย้ม
พวกคนรุ่นหลังต่างมองกันไปมองกันมา “เอ่อ… ฉันเพิ่งจะอายุ
สิบเจ็ดสิบแปดเอง ไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่งเรื่องใหญ่ของทางนิกายหรอก
ไปก่อนดีกว่า”
“แล้วฉันมีสิทธิ์ที่ไหนล่ะ! ให้พวกลุง ๆ เขาตัดสินกันไปน่ะดีแล้ว”
“พวกลุง ๆ ตามสบายเลยนะ ฉันยังไม่ได้ส่งบทความวิจัยให้
มหาวิทยาลัยเลย ขอตัวก่อนนะ”
…
กระทั่งพวกไจ๋โหรวออกมาแล้ว ด้านหลังก็มีกลุ่มวัยรุ่นในตระกูล
ไจ๋ตามหลังมาอีกสิบกว่าคน
ไจ๋โหรวมองพวกเขาอย่างหมดคำพูด “พวกเธอเป็นบ้าหรือไง?
ตอนแรกฉันแอบหนีไปที่องค์กร พวกเธอยังยิ้มเหยียดใส่ฉันอยู่เลย
หาว่าฉันไปอยู่องค์กรณ์เถื่อนอะไรนั่น”
“ตอนนี้กลับตามหลังมาติด ๆ …หน้าไม่อาย!”
มีคนหัวเราะพลางพูดออกมา “เป็นคนของลัทธิเต๋าก็ต้องเคารพผู้
แข็งแกร่งสิ ทุกคนเห็นความสามารถของเจ้านิกายแล้วนี่”
“อีกอย่างนะ… ท่านเจ้านิกายก็เป็นเจ้านิกายของทั้งลัทธิเต๋าด้วย
ไม่ใช่เจ้านิกายของเธอคนเดียวสักหน่อย”
ไจ๋โหรว “…”
เธอทำได้แค่จ้องมองกลุ่มคนที่รุมล้อมอยู่ข้างกายฉู่ลั่วด้วย
ใบหน้าบูดบึ้ง พร้อมกับเอามือกอดอก
…
ณ องค์กรศักดิ์สิทธิ์
ซู่เซี่ยงหยางมองกลุ่มวัยรุ่นที่ตามหลังฉู่ลั่วมาสิบกว่าคน “นี่
คือ…”
ไจ๋โหรวจึงตอบอย่างไม่สบอารมณ์ “เจ้านิกายเสน่ห์แรงมาก พอ
ไปที่สำนักของเรา… ก็เลยมีหนุ่มสาวมาคลั่งไคล้ไม่น้อยทีเดียว”
“โหรวโหรว ดวงตาของเธอหายดีแล้วเหรอ?”
มีคนสังเกตเห็นไจ๋โหรวจึงร้องทักขึ้นมาอย่างตื่นเต้น
“ดวงตาของไจ๋โหรวหายดีแล้ว!”
“โหรวโหรว พวกเรากลัวมากเลยว่าดวงตาเธอจะเป็นอะไรไป…”
จากนั้นไจ๋โหรวก็ถูกเพื่อนร่วมงานรุมล้อมทันที
ฉู่ลั่วหันไปพูดกับซู่เซี่ยงหยาง “พวกเขาเป็นคนตระกูลไจ๋ทั้งหมด
เลย บำเพ็ญเคล็ดวิชาเนตรศักดิ์สิทธิ์ติดตามกันได้ดีมาก ตอนนี้เต็ม
ใจที่จะมาทำงานที่องค์กรแล้ว ที่องค์กรขาดคนอยู่ไม่ใช่เหรอ?”
“ขาดแคลนอยู่เลย ผมจะจัดการให้พวกเขาไปทำเรื่องการ
ตรวจสอบตอนนี้เลย…”
ซู่เซี่ยงหยางรีบจัดคนไปดำเนินการตรวจสอบคนตระกูลไจ๋
เหล่านั้น
เขาเดินตามหลังของฉู่ลั่วไปอย่างตื่นเต้น “พอมีคุณออกหน้า
ทุกอย่างมันก็ดีขึ้นกว่าเดิมเลย! ไจ๋โหรวกลับมามองเห็นอีกครั้ง แถม
ยังได้คนตระกูลไจ๋เข้ามาทำงานอีก ถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไป เกรงว่าทั่ว
ทั้งลัทธิเต๋าจะต้องฮือฮากันอีกแน่ ๆ”
“กฎของลัทธิเต๋าเข้มมาก ไม่เพียงแต่ประเด็นเรื่องอุดมการณ์
เท่านั้น ยังมีเรื่องกฎภายในของแต่ละตระกูลใหญ่อีก ถ้าอยากจะ
เปลี่ยนแปลงให้เด็ดขาดมันยากมาก ๆ!”
ใบหน้าซู่เซี่ยงหยางเต็มไปด้วยความหวัง
“ยังไงซะเมื่อมีเสาหลักอย่างคุณอยู่ ก็ย่อมจะดึงดูดคนแข็งแกร่ง
เข้ามาได้ เขากล่าวอย่างมีความสุข “อีกอย่างคนที่คุณดึงดูดเข้ามาก็
ล้วนเป็นคนหนุ่มสาวลัทธิเต๋าที่สามารถรับเรื่องใหม่ ๆ ได้ด้วย”
เขากระซิบเสียงเบาลงไปอีก “ดีกว่าพวกที่มีคุณธรรมบารมีสูงส่ง
อะไรนั่นเยอะเลย”
ฉู่ลั่ว “…”
“คุณอย่าไปพูดแบบนี้ต่อหน้าพวกผู้บำเพ็ญของตระกูลในลัทธิ
เต๋าพวกนั้นนะ”
“ผมไม่ได้โง่นะครับ!”
กระทั่งไจ๋โหรวหลุดพ้นออกมาจากการรุมล้อมของเพื่อนร่วมงาน
แล้ว พนักงานในองค์กรก็พาพวกคนตระกูลไจ๋ที่ดูตื่นเต้นเข้ามาดูใน
สำนักงานแล้ว
หล่อนมองคนในตระกูลที่ดูมีความสุขเหล่านั้นแล้วเบ้ปากเข้า
ห้องประชุมไป
ภายในห้องประชุม ฉู่ลั่วกำลังดูรายงานการติดตามของไจ๋โหรว
ก่อนหน้านี้อยู่ เพียงแต่ตอนนั้นดวงตาของไจ๋โหรวได้รับบาดเจ็บ
รายงานก็เลยไม่สมบูรณ์
พอไจ๋โหรวเข้ามานั่งแล้ว จึงได้เริ่มอธิบายสถานการณ์ในตอน
นั้น
“ตอนนั้นฉันตามไปค่ะ เดิมทีทุกอย่างก็ราบรื่นดีนะคะ” เธอเล่าใน
สิ่งที่ตัวเองเห็นออกไป มีคนบันทึกแล้วเริ่มหาสถานที่เธอพูดถึง
“กระทั่งฉันมองตามไปถึงข้างใน ก็รู้สึกว่าห้องนั้นมันแปลกมาก
ค่ะ!”
ไจ๋โหรวขมวดคิ้วมุ่น “บนกำแพงติดยันต์เอาไว้จนทั่วไปหมด ฉัน
ไม่เคยเห็นอักขระนั้นเลย แต่ที่แปลกก็คือ เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าเป็นสถานที่
ที่มีพลังหยางสมบูรณ์มาก แต่ฉันกลับรู้สึกไม่สบายเลย”
“ฉันติดตามผู้ชายคนหนึ่งไป บนร่างกายเขามีร่องรอยของการ
โดนผลสะท้อนกลับอยู่ บนใบหน้าและลำคอก็เต็มไปด้วยอักขระย้อน
เข้าตัวสีแดง ๆ”
“หลังจากนั้นเขาก็สังเกตเห็นฉันค่ะ”