เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 942 เครื่องหมายตัวตายตัวแทน
“คุณอธิบายรูปร่างหน้าตาของเขาหน่อยได้ไหม”
“ได้ค่ะ”
“แล้วอธิบายอักขระที่คุณเห็นบนกำแพงกับบนตัวของผู้ชายคน
นั้นได้ไหม”
“ได้ค่ะ”
มีคนพาไจ๋โหรวย้อนกลับไปในฉากที่เห็นอีกครั้ง
ซู่เซี่ยงหยางถอนหายใจ “ดูท่าทางผมคงต้องส่งองค์กรารวิจัยอัน
ใหม่ไปให้ทางสถาบันวิจัยอีกแล้ว ถ้าได้เห็นฉากที่ตาของไจ๋โหรวเห็น
ได้ ก็บันทึกเอาไว้นะ ไม่ต้องทำหลายขั้นตอนด้วย”
ฉู่ลั่วกวาดสายตามองซู่เซี่ยงหยางที่กำลังบันทึกความคิดของ
ตัวเองลงไป
แล้วจากริมฝีปากก็ขยับ “ฉันได้ยินมาว่าคุณเสนอวิจัยไปให้ทาง
สถาบันวิจัยสิบกว่าชิ้นแล้ว คุณแน่ใจเหรอว่าถ้ายื่นไปอีกจะไม่ถูกตี
กลับมา?”
“เมื่อมีความต้องการก็ต้องเสนอครับ พวกเขาจะทำเรื่องของพวก
เขาสำเร็จหรือไม่ หรือเราจะเสนอไปหรือไม่ มันก็เป็นสิทธิ์ของเรา
ครับ”
ซู่เซี่ยงหยางบ่นพึมพำถึงสิ่งที่ต้องปรับปรุงในองค์กรแล้วจดสิ่งที่
คิดลงไปทั้งหมดโดยที่ไม่เงยหน้าขึ้นมาเลย
และข้าง ๆ ก็ยังมีพนักงานให้คำแนะนำอยู่ด้วย
ฉู่ลั่ว “…”
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ไจ๋โหรวก็กลับมาพร้อมกับข้อมูลที่พิมพ์
ออกมาด้วย
“นี่คือแผนผังห้อง รูปร่างหน้าของชายคนนั้น แล้วก็รูปร่างของ
อักขระย้อนเข้าตัวที่วาดขึ้นมาจากคำบรรยายของโหรวโหรว”
แล้วก็ส่งข้อมูลจำนวนหลายชุดให้ทุกคน
ฉู่ลั่วหยิบข้อมูลขึ้มาดู จนกระทั่งสายตาไปเห็นอักขระย้อนเข้าตัว
“เจ้านิกายคะ อักขระนี้มีอะไรผิดปกติเหรอคะ?” ไจ๋โหรวเอ่ยถาม
ฉู่ลั่วส่ายหน้า “เปล่าหรอก แต่อักขระนี้เป็นพลังย้อนเข้าตัวที่พลัง
วิญญาณของฉันสร้างขึ้นมา”
“พลังวิญญาณของคุณ?”
“พลังวิญญาณของเจ้านิกาย?”
ทุกคนต่างก็มองไปทางฉู่ลั่วอย่างประหลาดใจ
ฉู่ลั่วพูดขึ้นมา “ตอนนี้ผู้บำเพ็ญที่ถูกผลสะท้อนกลับไปมีเพียง
แค่สองคน คนหนึ่งคือจินหยางผู้บำเพ็ญของซ่งอวิ๋นไท่ และอีกคน
หนึ่งก็คือผู้บำเพ็ญที่เอาบ้านหลังที่สองไปแลกชะตาบ้านใหญ่ของ
ตระกูลเฉิน”
“อักขระย้อนเข้าตัวอันนี้น่าจะไม่ใช่จินหยาง”
อย่างนั้นก็…
ซู่เซี่ยงหยางตื่นเต้นขึ้นมาทันที “หลังจากที่บ้านหลังที่สองของ
ตระกูลเฉินไม่ได้ตกต่าลง เรากับบ้านหลังที่สองของตระกูลเฉินก็
ติดต่อกันอยู่ พวกเขาบอกว่าจำไม่ได้แล้ว”
“ถ้าเป็นผู้บำเพ็ญคนนั้นจริง ๆ ก็ไม่ได้เป็นวัยรุ่นสักเท่าไหร่”
เมื่อสี่สิบกว่าปีก่อนก็คือผู้บำเพ็ญคนนี้
แต่หลังจากผ่านไปสี่สิบกว่าปี คนคนนี้ก็ยังคงดูรูปร่างหน้าตา
เหมือนอายุประมาณห้าสิบเท่านั้นเอง
“ฉันไม่ได้ดูผิดแน่ค่ะ หน้าตาแบบนี้แหละ ภาพวาดออกมาดี
มาก”
ซู่เซียงหยางมองไจ๋โหรวที่ตื่นเต้นอยู่ “ผมไม่ได้บอกว่าคุณดูผิด
แล้วก็ไม่ใช่ว่าภาพวาดไม่ดี”
“แต่คนคนนี้ผ่านไปสี่สิบปีแล้วก็ยังไม่แก่เลยต่างหาก”
คงไม่มีทางเป็นไปได้ว่าตอนที่เขามาจัดฮวงจุ้ยให้กับตระกูลเฉิน
นั้นเพิ่งจะอายุสิบกว่าปีหรอกมั้ง!
ตอนที่ฉู่ลั่วเปิดไปดูภาพใบหน้านั้น เธอก็ขมวดคิ้วยิ่งกว่าเดิม
แล้วชี้ไปที่อักขระบนกำแพง พลางเอ่ยถาม “คุณแน่ใจนะว่าคุณเห็น
สิ่งเหล่านี้?”
ไจ๋โหรวมองไปแล้วตอบ “ฉันแน่ใจค่ะ! เจ้านิกายคะ อักขระพวก
นี้มีอะไรผิดปกติเหรอคะ”
จี้ไจ่เองก็สีหน้าไม่สู้ดีเช่นกัน “นี่เป็นเครื่องหมายตัวตายตัวแทน”
“เครื่องหมายตัวตายตัวแทน?” ซู่เซี่ยงหยางมองที่ข้อมูลในมือ
อย่างไม่เข้าใจ “มันรุนแรงมากเหรอครับ?”
จี้ไจ่พยักหน้า “ปกติแล้วคนที่ใช้เครื่องหมายตัวตายตัวแทนจะให้
คนที่มีชะตาใกล้เคียงกับตัวเองมาเป็นตัวแทน ถ้าเกิดตัวเองได้รับผล
สะท้อนกลับ สิ่งที่ย้อนเข้าตัวนั้นย้ายไปอยู่ที่ร่างของตัวตายตัวแทน”
“บางคนก็จะเลือกคนที่มีเชื้อสายเดียวกับตัวเอง และบางคนก็จะ
ไปซื้อ…”
เขาหยุดไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “เด็ก!”
“เด็ก?”
จี้ไจ่ตอบด้วยสีหน้าหนักใจ “ตัวแทนที่ดีที่สุดคือเด็กที่เลี้ยงดูมา
ตั้งแต่ยังเล็ก ยิ่งเลี้ยงเล็กมากเท่าไหร่ทำดีด้วยมากเท่าไหร่ ก็จะมี
ความรู้สึกที่ลึกซึ้งกับเขามากเท่านั้น สุดท้ายผลสะท้อนกลับก็จะยิ่ง
มาก”
“ผู้บำเพ็ญที่ไร้ศีลธรรมส่วนมากจะเลือกเอาเด็กทารกมาเลี้ยง
เป็นตัวแทน”
พอดูข้อมูลในมือต่อ ซู่เซี่ยงหยางก็รูกสึกขนลุกขึ้นมา เขาชี้ไปที่
ข้อมูลในนั้นด้วยมือสั่น ๆ “ดังนั้น…ที่จริงแล้วห้องนี้ก็เป็นห้องที่เขา
เตรียมไว้ให้ตัวแทนเหรอครับ?”
“ครับ”
“ในห้องนี้มีเด็กอยู่หนึ่งคนเหรอ?”
“อาจจะไม่ได้มีแค่คนเดียว”
ซู่เซียงหยางเด้งตัวลุกขึ้น “มันจะเป็นไปได้ยังไงครับ? ผมจะไปทำ
รายงานเดี๋ยวนี้เลย พวกเราไปต่างประเทศกัน”
พูดจบเขาก็พุ่งตัวออกไปโดยไม่รอคำตอบของทุกคนเลย
ฉู่ลั่วมองไปทางไจ๋โหรวแล้วพูด “ครั้งนี้คงจะต้องให้คุณเดินทาง
ไปกับพวกเราด้วยนะคะ”
“ไม่มีปัญหาเลยค่ะ ฉันเองก็เป็นส่วนหนึ่งในองค์กร ขอเพียง
องค์กรต้องการฉัน จะบุกน้าหรือลุยไฟฉันก็ไปค่ะ” ไจ๋โหรวพูดอย่าง
นอบน้อม มองเจ้านิกายด้วยตาเป็นประกายระยิบระยับ
ฉู่ลั่ว “…”
มันก็ไม่ถึงขั้นต้องบุกน้าลุยไฟหรอก