เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 963 ต้องฆ่ามอริส
ในช่องไลฟ์สตรีมมีเพียงเสียงของเอวา กับเสียงค้อน
ฉู่หร่านถูกคำพูดไม่กี่คำก็ทำให้สะอึกจนพูดไม่ออก
ทำได้เพียงเม้มปากไม่พูดอยู่อะไรอยู่อีกด้าน
จนกระทั่งเจอหัวมนุษย์อันแล้วอันเล่า
ในห้องครัว ห้องน้า ห้องนอน…
มีทั้งหมดสิบสองหัว
ทั้งหัวคนแก่ เด็กเล็ก ผู้หญิง ผู้ชาย…
หัวมนุษย์ของพวกเขากระจายไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ในคฤหาสน์
แต่ละอันต่างก็ตามหาร่างของตัวเอง
เมื่อมองเห็นหัวมนุษย์อันสุดท้ายที่ฝังเอาไว้ในผนัง มันเป็นของ
เด็กเล็กอายุเจ็ดแปดขวบ เวลาเธอยกมุมปากจะมีลักยิ้มเล็ก ๆ ทั้งสอง
ข้าง
เธอยังถามพวกเขาอย่างน่ารักน่าเอ็นดูว่า… ตัวของหนูอยู่ที่
ไหน?
เอวาปิดประตูตู้เสื้อผ้าด้วยสีหน้าหนักใจ
ยังมีเสียงเบา ๆ ของเด็กผู้หญิงดังออกมาจากในตู้
“ไอ้ !@#$%!” เอ็กซอร์ซิสต์สาวออกแรงทุบกำแพงอย่างแรงไป
พร้อมพ่นคำด่าทอ “มันเป็นใครกันแน่ ใครที่เอาคนพวกนี้มาทำเป็น
ค่ายกล?!”
หล่อนด่าออกมาหลายประโยค ด่าจนไลฟ์สตรีมถูกเตือนไป
หลายครั้ง
ฉู่หร่านกระซิบบอกว่า “เอ็กซอร์ซิสต์เอวาคะ คุณด่าคนไม่ได้นะ
ด่าขนาดนี้ไม่มีมารยาทเลย…”
ไม่รอให้หล่อนพูดจบ เอวาก็หัวเราะเย็นชา “ฉันด่าคนก็แปลว่าไร้
มารยาทแล้วเหรอ! คุณคิดว่าคนที่ทำร้ายพวกเขา ไม่สมควรถูกด่า
ใช่ไหม?”
ฉู่หร่าน “…ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น”
“ไม่ได้หมายความแบบนี้ คุณก็หุบปากไปเถอะ!” เอวาถอน
หายใจอย่างแรง หล่อนพูดกับฉู่ลั่วว่า “วิญญาณของพวกเขาถูกขัง
ไว้ในคฤหาสน์หลังนี้ ร่างกาย…”
“ก็เป็นหนึ่งเดียวกับที่นี่แล้ว”
“ตอนนี้ความแค้นทั้งหมดไปรวมอยู่ในตัวของมอริส ขอแค่ตาม
หาตัวให้เจอ แล้วกำจัดเขา…”
“คนพวกนี้ถึงจะได้รับการปลดปล่อย” พูดจบ หล่อนก็ถลึงตามอง
ฉู่หร่าน “แน่นอนว่า ถ้าไม่ใช่เพราะคนบางคนจงใจทำลายยันต์ที่ฉัน
สร้างขึ้น มอริสก็คงไม่ถูกวิญญาณชั่วร้ายสิงแบบนี้!”
“วิญญาณชั่วร้ายเหล่านี้ก็จะหลับใหลไป รอจนกระทั่งมอริสแก่
ตาย ฉันก็จะสามารถทำลายวิญญาณร้ายในร่างของเขาไปพร้อมกับ
คฤหาสน์หลังนี้ได้”
“ฮึ! ถ้าใครบางคนเลิกสอดรู้ได้บ้างก็คงดี!”
“เพราะความขี้เ*อกของตัวเอง กลับต้องมาชดใช้ด้วยชีวิตของ
คนอื่น”
ได้ยินคำพูดนี้ของเอวา สีหน้าของฉู่หร่านก็ย่าแย่ลง “เอ็กซอร์
ซิสต์เอวา ฉันเคยอธิบายไปแล้ว ว่ามอริสทำลายค่ายกลเอง ไม่ได้
เกี่ยวอะไรกับฉันเลย”
“ฉันยังห้ามเขาแล้วด้วย!”
เอวาหันไปมองหล่อนเล็กน้อย “ฉันพูดชื่อคุณเหรอ ฉันไม่ได้พูด
ถึงคุณเลยนะ! คุณหนูฉู่ อย่าอ่อนไหวนักสิคะ!”
“ฉันพูดถึงใครบางคนต่างหาก”
ฉู่หร่าน “…”
หล่อนยังคิดจะพูดบางอย่าง แต่เอวาหันไปคุยกับฉู่ลั่วแล้ว
“ฉันเข้าใจค่ายกลได้ทะลุปรุโปร่งแล้ว มันเป็นค่ายกลอัญเชิญ
และคุมขัง เป็นการเรียกดวงวิญญาณคนที่ตายไปแล้ว”
“ตามตำแหน่งที่วาง ตอนนี้ฉันหาจุดกึ่งกลางของค่ายกลได้แล้ว
ค่ะ”
เอ็กซอร์ซิสพาฉู่ลั่วมาถึงประตูทางเข้าห้องใต้ดิน
“จุดกึ่งกลางของค่ายกลน่าจะอยู่ที่นี่”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ทั้งบ้านหลังนี้ มีแค่ที่นี่ที่พลังหยินน้อยที่สุด”
“เพื่อป้องกันไม่ให้พลังงานหยินรั่วไหลออกมาข้างนอก บริเวณนี้
เลยมีค่ายกลขนาดเล็กมากอยู่อีกหนึ่งอันค่ะ แต่เพราะค่ายกลมีขนาด
เล็กเกินไป พออยู่ใต้ค่ายกลขนาดใหญ่ พวกเราเลยรู้สึกถึงมันไม่ได้”
เอวาเดินไปถึงทางเข้าห้องใต้ดิน มือหนึ่งกดลงไปบนที่จับประตู
หล่อนมองฉู่ลั่วด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ตอนนี้มอริสถูกวิญญาณชั่ว
ร้ายสิงไปแล้ว”
“ฉันรู้ค่ะ”
“เขาไม่ใช่มอริสคนเดิมอีกแล้ว ถ้าไม่สามารถแยกวิญญาณชั่ว
ร้ายออกจากร่างได้ พวกเราก็ต้องฆ่าเขาแล้วล่ะ…”
“ให้เขาตายไปพร้อมกับคฤหาสน์หลังนี้”
“ไม่ได้!” ฉู่หร่านร้องห้ามเสียงดัง “พวกเราต้องช่วยมอริสให้ได้
ครอบครัวของมอริสยังรอให้เขากลับไป”
เอวาไม่ได้สนใจฉู่หร่าน และมองแค่ฉู่ลั่วเท่านั้น “คุณแน่ใจเหรอ
ว่าจะเข้าไป?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
เอวาถอนหายใจ “ที่จริงฉันเข้าไปคนเดียวได้นะคะ”
ว่าแล้วก็มองฉู่หร่านแวบหนึ่ง “คุณอยู่ข้างนอกกับหล่อนก็ได้”
ฉู่ลั่วส่ายหน้า
เอวาใช้น้าเสียงที่มีเพียงพวกเธอสองคนที่ได้ยิน กระซิบบอกว่า
“พาพวกเขาไปด้วย พวกเราจะลงมือได้ยังไง”
หรือจะไลฟ์สตรีมฆ่าคนเหรอ?
ฉู่ลั่วเอ่ย “ไปดูสถานการณ์ก่อน เราอาจจะไม่ต้องฆ่ามอริสค่ะ”