เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 968 ถอด
พ่อแม่ของมอริสกอดกันแน่น พวกเขามองหน้าจอมอนิเตอร์
ขนาดใหญ่ทั้งน้าตา
พวกเขารู้ ตอนนี้ไม่ว่าตนเองจะพูดอย่างไร ก็ช่วยลูกชายของ
ตนเองไว้ไม่ได้แล้ว
“พวกเธอจะฆ่าลูกชายของฉันไม่ได้นะ”
“พวกเธอมีสิทธิ์อะไร มาตัดสินความเป็นความตายให้ลูกของ
ฉัน?”
“พวกเธอกำลังจะฆ่าคนนะ!”
ที่ตรงนั้นเงียบจนไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย
ไม่มีใครตอบกลับพวกเขา
ได้ยินเพียงเสียงที่ดังออกมาจากช่องไลฟ์สตรีมเท่านั้น เป็น
น้าเสียงที่เยือกเย็นและเด็ดขาดของเอวา
หล่อนเดินมาหาหน้าจอ แล้วพูดกับกล้องว่า “ถ้าพวกเราไม่ลง
มือตอนนี้ แล้วพามอริสออกไป คุณรู้ไหมว่าเขาจะเป็นยังไง?”
“เขาจะถูกนำตัวไปที่ห้องทดลอง หรือถูกคนที่มีเจตนาไม่ดีจับตัว
ไป…”
“ถ้าฆ่าเขาที่นี่ ถือเป็นการดีต่อตัวเขาเอง!” เอวาสูดลมหายใจ
เข้าลึก หลับตาลงช้า ๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นมาอย่างแน่วแน่ “ฉันลงมือ
เอง ความผิดนี้ ฉันจะรับเอาไว้คนเดียว!”
ฆ่าคนเป็นสิ่งผิดกฎหมาย
ถ้าอย่างนั้นก็ให้ฉันรับความผิดทั้งหมดนี้เอาไว้คนเดียว
เอ็กซอร์ซิสต์เดินเข้าไปหาร่างถูกสิงทีละก้าว ๆ
พ่อแม่ของมอริสเห็นภาพนั้น ก็ร้องไห้จนควบคุมตัวเองไม่อยู่
เอวาบอกฉู่ลั่วที่ยืนอยู่ข้างมอริส “ฉันลงมือเองค่ะ คุณพาพวก
เขาออกไปเถอะ”
ฉู่หร่านถูกตากล้องช่วยประคองให้ยืนขึ้นมา หล่อนเอนตัวพิง
อย่างหมดเรี่ยวแรง “ลั่วลั่ว พวกเรารีบออกไปเถอะ! ฉันอยากไปตรวจ
ที่โรงพยาบาลสักหน่อย ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเอง… เหมือนตัวเอง
จะติดเชื้อแล้ว”
เอวาก็เร่งเร้า “พวกคุณรีบออกไปเถอะค่ะ!”
เอ็กซอร์ซิสต์กดเสียงต่า ใช้เสียงที่ได้ยินกันแค่สองคนเท่านั้น
“พวกคุณออกไป แล้วไม่ต้องไลฟ์สตรีม หลังจากนี้ฉันยังมีช่องทาง
ไม่ให้กลับมาได้”
“ถ้าไม่ไลฟ์สตรีมให้เห็นทุกขั้นตอน…”
“ฉันจัดการวิญญาณร้ายในตัวเขาได้!”
แค่ประโยคเดียว ก็ทำให้เอวากลืนคำพูดทั้งหมดลงคอไปแล้ว
เอวาอ้าปากค้างมองฉู่ลั่วนิ่ง ๆ
หล่อนชี้ไปที่ฉู่ลั่ว ก่อนจะชี้ไปที่มอริส
“คุณจัดการวิญญาณร้ายในตัวเขาได้เหรอ?”
“อืม”
“แต่ว่า…”
“ฉันทำได้ค่ะ”
เอวาถอยหลังไปหนึ่งก้าว “เชิญคุณเลย”
พลังของฉู่ลั่วเป็นอย่างไรกันแน่ หล่อนเองก็ไม่ทราบแน่ชัด ครั้งนี้
เป็นโอกาสดีที่จะได้เห็นอย่างชัดเจน
วิญญาณร้ายที่หล่อนไม่มีวิธีจัดการได้ ฉู่ลั่วจะทำได้จริงเหรอ?
ฉู่หร่านที่อยู่อีกด้านหน้าซีด หายใจลำบาก และหอบหายใจ “เอ็ก
ซอร์ซิสต์เอวา คุณช่วยพาพวกเราออกไปได้ไหมคะ? ฉันทนไม่ไหว
แล้ว!”
เอวาไม่แม้แต่จะหันมา สายตาจับจ้องเพียงแค่ฉู่ลั่ว “จนกว่าค่าย
กลจะถูกทำลาย พวกเราออกไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ไม่อย่างนั้น
วิญญาณร้ายพวกนี้จะติดตามพวกคุณ…”
“แต่ฉันทนไม่ไหวแล้ว”
เอวาย้า “ทนซะ”
ฉู่หร่าน “…”
เอวาเห็นฉู่ลั่วถอดเสื้อผ้ามอริสออก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อเรียบ
เนียนของเขา
ตากล้องที่เดิมทียังประคองฉู่หร่านเอาไว้ดวงตาเป็นประกาย เขา
รีบปล่อยมือจากหล่อน และยกกล้องขึ้นมา เตรียมจะถ่ายต่อ
ฉู่หร่านพิงกำแพง พูดเสียงแผ่วว่า “ตอนนี้สิ่งสำคัญคือถ่ายทำ
เหรอคะ ตอนนี้สิ่งสำคัญไม่ใช่ฉันเหรอ?”
ตากล้อง “ผมคิดว่าตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการถ่ายทำ ถ้าเกิด
ว่าคุณไม่เชื่อ ก็เชิญอ่านความคิดเห็น”
ฉู่หร่าน “…”
ฉันได้รับบาดเจ็บหนักขนาดนี้แล้ว
ไม่เชื่อหรอกว่าแฟนคลับจะเห็นการถ่ายทำสำคัญกว่า
แน่นอนว่าฉันต่างหากที่สำคัญ
มือสั่นเทาของเธอกดเข้าไปในช่องไลฟ์สตรีมของตนเอง
[ว้าว! ซูมเข้าไปใกล้อีก!]
[เปิดไฟหน่อย!]
[เปิดไฟทำไม? แสงสลัวแบบนี้แหละถึงจะสวย!]
[สองคำเลยนะ แต่งค่ะ!]
[หร่านหร่าน ถ้าเธอเข้ามา ฉันขอเตือนเธอครั้งเดียวว่า อย่า บัง
กล้อง หลบไปหน่อย]
[ถ้าเป็นไปได้ เอ็กซอร์ซิสต์เอวาก็ช่วยหลบหน่อยได้ไหม ไม่ใช่
อะไรนะ ฉันแค่อยากเห็นวิธีที่เทพธิดาช่วยพ่อหนุ่มต่างชาติน่ะ]
[ไม่มีเหตุผลอื่น แค่อยากดูท่านเทพธิดาเท่านั้น]
[ไม่มี้ ไม่มี ไม่ได้คิดอะไรอย่างอื่นเลยนะ แค่อยากเห็นงเทพธิดา
ใช้วิชา]
[ว้าว เลือดของฉู่ลั่วบนร่างกายของพี่ชายสุดหล่อ… ภาพนี้… ฉัน
แต่งนิยายในหัวได้หนึ่งเรื่องแล้ว!]
[ซี๊ด ซี๊ด!]
[น้าลายใครไหล กรี๊ด! ที่แท้ก็น้าลายฉันเอง!]
ฉู่หร่าน “…”
หล่อนกำโทรศัพท์มือถือแน่น พลางจ้องมองด้วยสายตาน่ากลัว
ก็แค่ร่างกายของผู้ชายคนหนึ่งไม่ใช่เหรอ มีอะไรน่าดู?
มีอะไรให้กรี๊ด!
ฉู่ลั่วกัดนิ้วจนเป็นแผล แล้วใช้เลือดของตัวเองวาดยันต์ลงบนร่าง
ของมอริส
วาดตั้งแต่ไหล่ลงมาถึงเอว จากอกถึงกล้ามท้อง
ฉู่ลั่วมองอยู่สักพัก “ยังต้องถอดเพิ่มอีก”