เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 969 ขับไล่วิญญาณร้าย
เอวาเลิกคิ้ว “ถอดอีก? ถ้ายังต้องถอด ก็จะไลฟ์สตรีมไม่ได้แล้ว!”
หล่อนมองไปกล้อง
ตากล้อง “…”
เขาหันหนีอัตโนมัติ ไปถ่ายเงาพร่ามัวบนกำแพงแทน
[อ้ากกก! ทำไมถึงไม่ให้พวกเราดูล่ะ! หรือว่ามีอะไรที่วีไอพีอย่าง
ฉันดูไม่ได้อย่างนั้นเหรอ?]
[ฉันจ่ายเงินเพิ่ม จ่ายเงินเพิ่มก็พอแล้วใช่ไหม!]
[ขนาดเห็นแค่เงา ฉันยังน้าลายหกไปเป็นกิโลแล้ว]
[ถอดแล้ว ถอดแล้ว…]
[อิจฉาคนที่อยู่ในเหตุการณ์!]
[ไม่มีใครเคยบอกฉัน ว่าผู้บำเพ็ญมีข้อดีแบบนี้ด้วย! ถ้าบอกฉัน
เร็วกว่านี้ ฉันจะพยายามยิ่งกว่าสอบเข้ามหา’ลัยอีก!]
ฉู่หร่านที่ให้ความสนใจกับช่องไลฟ์สตรีมเป็นระยะ เมื่อเห็นความ
คิดเห็นเหล่านี้ ก็กลอกตาอย่างหมดคำจะพูด
หล่อนค่อย ๆ ขยับเข้ามาหน้ากล้อง เผยใบหน้าปรากฏบน
หน้าจอ พลางเอนพิงกำแพงอย่างไร้เรี่ยวแรง และหอบหายใจแผ่วเบา
หล่อนพูดต่อหน้ากล้องว่า “ลั่วลั่ว เธอมีคู่หมั้นแล้วนะ จะมาถอด
เสื้อผ้าผู้ชายตามใจแบบนี้ได้ยังไง?”
“เธอทำแบบนี้ คนตระกูลฮั่วรู้เข้า ต้องโกรธแน่นอน”
ฉู่หร่านพูดจบ ก็เห็นฉู่ลั่วยังคงลงมือต่อไป ไม่ได้รับผลกระทบ
จากคำพูดของหล่อนเลยแม้แต่น้อย
หล่อนจึงก้มหน้าลง แล้วสังเหตุการณ์ในช่องไลฟ์สตรีมต่อ
ฉันแสดงออกว่าอ่อนแอขนาดนี้ แฟนคลับต้องเป็นห่วงแน่นอน
แล้วก็ฉู่ลั่ว…
ฉู่ลั่วที่มีคู่หมั้นกลาย ๆ อยู่แล้ว แต่ยังกล้าถอดเสื้อผ้าผู้ชายอย่าง
โจ่งแจ้งแบบนี้
ชาวเน็ตในช่องไลฟ์สตรีมต้องประนามเธอแน่นอน!
แต่เมื่อก้มหน้าลงอ่าน สีหน้าของฉู่หร่านก็ชะงักไป
[ออกไปหน่อยได้ไหม! บังกล้องของฉันหมดแล้ว!]
[ฉู่ลั่ว เธอทำใจกล้าถอด ๆ ไปเถอะ พวกเรารู้ดีว่าเธอทำเพื่อ
ช่วยเหลือคน]
[ฉันคือฮั่วเซียวหมิง! ฉันไม่โกรธ!]
[ไม่ถอดจะวาดยันต์ได้ยังไง ต้องถอดอยู่แล้วสิ! ถ้าฉันอยู่ที่นั่น
ฉันก็ไม่ยอมให้เทพธิดาลงมือหรอก ฉันยินดีลงมือเอง!]
[คอมเมนต์บนอย่ามาแย่งหน้าที่ฉัน! นี่คือหน้าที่ที่ลูกศิษย์อย่าง
ฉันต้องทำ]
[โอ๊ย ดูหมือนจะมีส่วนเกินเข้ามาในจอนะ]
[ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ฉันคือฮั่วเซียวหมิง ฉันไม่ถือ]
ฉู่หร่านมองหน้าจอที่เต็มไปด้วยข้อความว่า [ฉันคือฮั่วเซียวหมิง
ฉันไม่ถือ] ของพวกชาวเน็ต ประโยคนี้ทำหล่อนโกรธจนหน้าเปลี่ยน
แล้ว
ความสนใจทั้งหมดของฉู่ลั่วอยู่บนตัวมอริส เธอวาดยันต์จนเต็ม
ตัวเขา ก่อนจะถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว
เอวาก็ถอยหลังออกไปเช่นกัน
ฉู่ลั่วประสานมือทั้งสองข้าง พลางท่องคาถา
ยันต์ที่ตอนแรกติดอยู่บนตัวมอริส สลายหายไปในทันที
ชายหนุ่มที่หลับตามาตลอดเหมือนกับรูปปั้น เบิกตาโพล่งขึ้นมา
เขาร้องคำรามจะพุ่งเข้าใส่ฉู่ลั่วที่อยู่ตรงหน้า แต่ตอนที่เข้าไป
ใกล้ อักขระเลือดที่อยู่บนตัวกลายเป็นตาข่าย ยึดเขาเอาไว้บนพื้น
ฉู่ลั่วท่องคาถาต่อไป
พลังหยินดวงแล้วดวงเล่าโผล่ออกมาจากร่างกายของมอริส
มันลอยวนในอากาศ พยายามจะกลับเข้าไปในร่างของเขา แต่
ถูกอักขระขวางเอาไว้ข้างนอก
ตากล้องยกกล้องขึ้นมาแล้วถอยหลังออกไปเรื่อย ๆ จนกระทั่ง
ถอยไปถึงมุมกำแพง แต่เขายังคงแพนกล้องไปที่เงาบนกำแพง เพื่อ
ถ่ายทอดสดกระบวนการทั้งหมด
กระบวนการทั้งหมดกินเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง จนกระทั่งอักขระ
เลือดบนร่างกายของมอริสค่อย ๆ หายไป เขาถึงล้มลงกับพื้นเสียงดัง
ฉู่ลั่วเก็บมือ “เสร็จแล้ว!”
เอวาเดินไปข้างหน้า ก่อนตรวจดูมอริส “ไม่มีแล้วจริง ๆ!
วิญญาณชั่วร้ายในตัวเขาถูกกำจัดไปหมดแล้ว”
ฉู่ลั่วดึงยันต์แผ่นหนึ่งออกมา ส่งให้เอวา “แปะลงบนตัวเขา เพื่อ
ป้องกันไม่ให้วิญญาณร้ายกลับมาสิงร่างเขาอีก”
พริบตาเดียว เอวาก็แปะยันต์ลงบนร่างกายของมอริสแล้ว ก่อนจะ
รีบใส่เสื้อผ้าให้เขาอย่างรวดเร็ว
เมื่อพวกเขาเดินออกมานอกคฤหาสน์ ท้องฟ้าก็เปลี่ยนเป็นสีเทา
แล้ว
ในอากาศเต็มไปด้วยความชื้น
“ว้าว! พวกเขาออกมาแล้ว!”
ทันทีที่พวกเขาออกมา ก็เห็นผู้คนมากมายรวมตัวกันอยู่ด้าน
นอกคฤหาสน์
สถานีโทรทัศน์ เน็ตไอดอล กลุ่มชาวมุง…
ทั้งหมดรวมตัวกันอยู่ด้านนอกคฤหาสน์ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ
กันไว้ข้างนอก
“พวกเขาออกมากันหมดแล้ว”
“มอริสยังมีชีวิตอยู่!”
“เขายังมีชีวิตอยู่ใช่ไหม?”
“สาวสวยคนนั้นใช้คาถาอะไร เป็นเวทมนตร์ของทางตะวันออก
เหรอ?”
สองสามีสตีฟวิ่งมาทั้งน้าตาไหลพราก พวกเขาเข้ามารับตัวมอ
ริสไว้พร้อมตะโกนเรียกท่าทางร้อนรน เมื่อเห็นว่าลูกชายไม่
ตอบสนองอะไรก็ยิ่งกระวนกระวายกว่าเดิม
“เขาถูกวิญญาณร้ายสิงร่าง แค่เสียพลังไปเยอะ พักผ่อนสักระยะ
ก็หายดีแล้วค่ะ”
ฉู่ลั่วเอ่ยปากพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว ทำให้เอวา
ตกใจเล็กน้อย
ฉู่หร่านที่ถูกทีมงานรายการล้อมเอาไว้ก็หน้าแตกไปตามระเบียบ