เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 970 นี่หรอผู้บ าเพ็ญฝั่งตะวันออก
ฉู่หร่านถามด้วยความตกใจ “ลั่วลั่ว เธอพูดภาษาอังกฤษได้ด้วย
เหรอ?”
ฉู่ลั่วพูดอย่างไม่ใส่ใจ “ฉันเคยเรียนม.ปลาย แล้วก็สอบเข้ามหา’
ลัยผ่านด้วย”
“แต่เธอไม่ได้เข้ามหา’ลัย ไม่มีปรัญญา ไม่เคยจ้างครูมาสอน
ส่วนตัว และไม่เคยจ้างครูต่างชาติมาสอน ทำไมถึงได้พูด
ภาษาอังกฤษได้ดีขนาดนี้?”
คนที่อยู่รอบ ๆ เงียบไปแล้ว เพราะคำพูดที่ดูตื่นเต้นของฉู่หร่าน
ทำให้ทุกคนต่างก็มองไปที่พวกเธอสองคน
“แน่นอนว่าฉันไม่เคยเข้าเรียนมหา’ลัย ไม่เคยจ้างครูมาสอน
ส่วนตัว และไม่เคยจ้างครูต่างชาติมาสอน แต่ฉันก็พูดได้” ฉู่ลั่วตอบ
อย่างเรียบเฉย “บางทีอาจจะเป็นเพราะครูสมัยมัธยมของฉันสอนได้ดี
เพราะเธอออกเสียงภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่ว”
ฉู่หร่านอยากจะพูดคำว่า ‘เป็นไปไม่ได้’ ออกมา
เย่อวิ๋นชูก็วิ่งออกมาเสียก่อน “แปลกตรงไหน? คนฉลาดเรียนรู้
นิดหน่อยก็ทำได้แล้ว”
“บางคนทั้งจ้างครูมาสอนส่วนตัว ทั้งจ้างครูต่างชาติ ไม่แน่ว่าต้อง
ถูกส่งไปต่างประเทศเพื่อสัมผัสบรรยากาศที่นั่นด้วยซ้า ถึงจะพูด
ภาษาต่างประเทศได้คล่อง”
“แต่พี่ลั่วของพวกเรามาจำเป็นเลย! พี่ลั่วเป็นคนฉลาด แค่เรียน
ม.ปลาย ก็พูดภาษาอังกฤษได้คล่องแล้ว”
ไอดอลสาวยิ้มสีหน้าอ่อนโยน “พี่หร่านหร่าน คุณคิดว่าเป็นไป
ไม่ได้ บางทีอาจจะเป็นเพราะตัวเองทำไม่ได้ หรือไม่ก็คงเป็นเพราะ
คุณไม่เคยเจอคนฉลาดแบบนี้มาก่อน”
“ถ้าได้พบเจอคนฉลาดบ่อย ๆ ก็จะรู้เอง”
ฉู่หร่าน “…”
คำพูดนี้ของเย่อวิ๋นชู ไม่ใช่แค่ด่าหล่อน แต่ยังด่าคนที่อยู่รอบตัว
หล่อนด้วย
ตอนนี้เอง รถพยาบาลก็มาถึง
ทุกคนถูกส่งไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ครอบครัวสตีฟก็
ตามไปด้วย ส่วนทีมงานรายการไปพร้อมกับฉู่หร่าน
ถึงโรงพยาบาล ทุกคนได้ตรวจร่างกายเรียบร้อยแล้ว
เอวาขยับไหล่ของตนเองเล็กน้อย พลางพูดกับฉู่ลั่วว่า “อีกเดี๋ยว
ฉันจะไปทำลายคฤหาสน์ คุณ…”
“ปรมาจารย์ทั้งสองท่านแย่แล้วครับ มอริสมีอาการแปลกไป”
ทีมงานวิ่งอย่างรีบร้อนมาหาพวกเขาสองคน
ฉู่ลั่วกับเอวามองหน้ากัน ไม่นานก็มาถึงหน้าห้องพักของมอริสอ
ย่างรวดเร็ว
มอริสฟื้นขึ้นมาแล้ว เขานอนพิงหัวเตียงผู้ป่วยท่าทางอ่อนแรง
แต่บนใบหน้ากลับมีอาการโกรธ “พ่อครับ แม่ครับ เมื่อกี้ผมได้ดูวิดีโอ
ที่พ่อกับแม่บอกแล้ว”
“ผมเชื่อว่าหร่านหร่านไม่ได้ตั้งใจ”
สองสามีภรรยาสตีฟทั้งพูดไม่ออกทั้งโกรธและผิดหวังในตัวลูก
ชาย “ลูกรู้ไหมว่าตัวเองกำลังพูดอะไรออกมา?”
“ผมรู้ครับ ผมรู้ดีกว่าพ่อกับแม่ด้วยซ้า หร่านหร่านทำเพื่อช่วย
ผม แต่เธอแค่ใสซื่อเกินไป เลยไม่รู้ว่าต้องใช้วิธีไหนมาช่วยผม”
พูดจบ เขาก็หันไปมองฉู่หร่านที่ยืนลังเลไม่สบายใจอยู่อีกด้าน
หนึ่ง “หร่านหร่าน คุณวางใจได้ ผมไม่ยอมให้ใครมาโทษคุณหรอก”
สามีภรรยาสตีฟ “…”
พวกเขามองสองสาวปรมาจารย์เต๋าและเอ็กซอร์ซิสต์ที่รีบมา
“ท่านปรมาจารย์ พวกคุณก็เห็นแล้ว เรื่องราวมันเป็นแบบนี้แหละค่ะ”
“มอริส ปรมาจารย์สองท่านนี้เป็นคนช่วยลูกนะ…”
“ผมรู้ครับ” มอริสพูดแทรกพ่อแม่ของตนขึ้นมา เขามองฉู่ลั่วกับ
เอวาด้วยสายตาเย็นชา “ผมขอบคุณที่พวกคุณสองคนช่วยเหลือผม
ไว้ แต่พวกคุณจะใช้เหตุผลที่ช่วยผม มาจงใจใส่ร้ายหร่านหร่าน”
“หร่านหร่านทำเพื่อช่วยผม พวกคุณจะเย็นชาและเย่อหยิ่งกับ
เธอเกินไปหรือเปล่า”
“เธอเป็นแค่คนธรรมดา เจอเรื่องแบบนี้แล้วไม่รู้จะรับมือยังไงก็
เป็นเรื่องปกติมากไม่ใช่เหรอ?”
“ทำไมพวกคุณถึงชี้นำความคิดเห็นของสาธารณชนมาโจมตี
เธอ?”
เอวากระพริบตา ชี้มาที่ตนเองกับฉู่ลั่ว “พวกเราชี้นำความเห็น
มาโจมตีเธอเหรอ? ตอนไหน!”
“ความคิดเห็นในอินเทอร์เน็ต ไม่ใช่พวกคุณสองคนที่จงใจชี้นำ
หรอกเหรอ?”
“มอริส มารยาทที่ได้รับการอบรมมาไปไหนหมด? นี่คือผู้มี
พระคุณที่ช่วยชีวิตลูกนะ” สองสามีภรรยาสตีฟมองลูกชายด้วยความ
โกรธ ก่อนจะหรี่สายตามองฉู่หร่านที่อยู่ข้าง ๆ
ฉู่หร่านก้มหน้าเสียใจ “ขอโทษค่ะ…”
“หร่านหร่านไม่ต้องขอโทษ ไม่ใช่ความผิดของคุณ”
สามีภรรยาสตีฟ “…”
เอวาหัวเราะเยาะอย่างหมดคำจะพูด “ใช่ ใช่ ใช่! ไม่ใช่ความผิด
ของเธอ พวกเราผิดเอง พวกเราก็แค่กินอิ่มนอนหลับแล้วไม่ได้มี
พระคุณอะไรกับคุณเลย! แค่ได้รับคำสั่งจากพระเจ้ามาช่วยคุณแค่
นั้น”
หล่อนขี้เกียจจะพูดคุยกับมอริส จึงพูดกับสามีภรรยาสตีฟว่า
“อีกเดี๋ยวฉันจะไปทำลายคฤหาสน์ พวกคุณรีบย้ายของออกจากให้
เร็วที่สุดนะคะ”
“คฤหาสน์หลังนั้นจะถูกทำลาย และเรายังต้องทำพิธีกรรม
บางอย่างด้วย”
“ห้ามให้ใครมาอยู่อย่างน้อยภายในสามสิบปีนี้”
สามีภรรยาสตีฟพยักหน้ารัว “พวกเราจะรีบขนของออกไปค่ะ”
เมื่อได้รับคำตอบ เอวาก็ดึงแขนของฉู่ลั่วออกไปจากห้องพัก
ผู้ป่วย
ตลอดทาง เอ็กซอร์ซิสต์เอาแต่ก่นด่าไม่หยุด
“คุณไม่โกรธเหรอ?” เอวาเห็นสีหน้าเรียบเฉยของฉู่ลั่ว ดูไม่ขุ่น
เคืองเพราะคำพูดของมอริสเลย
ฉู่ลั่วส่ายหน้า “ไม่มีอะไรต้องโกรธค่ะ มันเป็นหน้าที่ …ต่อให้เขา
ไม่ขอบคุณ พวกเราก็ยังต้องช่วยเขาอยู่ดี ไม่ใช่เหรอคะ”
เอวากลอกตามองบน “นี่หรอผู้บำเพ็ญฝั่งตะวันออก แม้แต่ความ
โกรธก็ไม่มีแล้ว?”
ฉู่ลั่วหัวเราะเบา ๆ โดยไม่ได้พูดอะไร