เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 981 กู่ตัวแม่
ทุกคนต่างร้องขอให้ไฉกู้เขียนชื่อและดื่มลงไป
สีหน้าของไฉกู้เย็นชาขึ้นมาแล้ว
“นายไม่ดื่ม? เพราะยันต์นี้มีปัญหาใช่ไหม” หรงอวี่ชวนโบกยันต์
ในมือ
ไฉกู้มองเพื่อนด้วยสายตาเย็นชามาก ไม่ปริปากพูดอะไรเลย
ท่าทีที่เปลี่ยนไปของเขาอยู่ในสายตาของทุกคน เหล่าแขกเหรื่อ
จึงเปลี่ยนสีหน้าเช่นกัน
“ยันต์นี่มีเอาไว้ใช้ทำอะไรกันแน่? ไฉกู้ นายคิดจะทำอะไร”
“หลอกพวกเรามาที่นี่ทำไม?”
“เป็นบ้าหรือไง! ถึงได้ทำของมาหลอกลวงคนอื่น!”
“ลูกนอกสมรสก็คือลูกนอกสมรส เชิดหน้าชูตาไม่ได้ แม้แต่จัด
งานเลี้ยงสักงานยังไม่สำเร็จ น่าผิดหวัง!”
“ฉันไม่อยู่แล้ว ไปล่ะ!”
“ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่ยันต์พวกนั้นที่ได้ไปก่อนหน้า งานเลี้ยง
ของลูกนอกสมรสแบบนี้ ฉันไม่มาให้เสียเวลาหรอก!”
มีคนหันหลังเดินกลับออกไปท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะ
ไฉกู้ที่ยืนอยู่บนโต๊ะพูลมีสีหน้ามืดมน เขาออกแรงบีบแก้วไวน์ใน
มือพลางจ้องมองคนที่จะเดินออกไปด้วยแววตาน่ากลัว
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง… ผู้หญิงที่พูดคำว่าลูกนอกสมรส
เพล้ง!
“ฉันจะดูสิว่า ใครจะออกไปจากที่นี่ได้” เขาปาแก้วไวน์ในมือลง
พื้นอย่างแรง “ถ้าไม่เขียนชื่อแล้วดื่มน้าผสมยันต์ลงไป ใครก็ออกไป
ไม่ได้ทั้งนั้น!”
ทุกคนมองไปที่เขา บางคนหัวเราะเยาะ บางคนก็ไม่ได้ถือสาอะไร
แต่ก็มีบางคนที่ซ่อนอาการดูถูกเหยียดหยามในแววตาเอาไว้
ไม่ได้ “ไฉกู้ นายคิดว่าตัวเองเป็นใคร? นายคิดว่าถ้าไม่ใช่เพราะยันต์
ที่นายเอาออกมาก่อนหน้านี้ นายจะมีคุณสมบัติมาสูดอากาศหายใจ
ร่วมกับพวกเราเหรอ”
“ไปกันเถอะ ป้ะ!”
ผู้หญิงที่กำลังจะก้าวเท้าออกไป พลันชะงักฝีเท้าทันที
ดวงตาเบิกกว้าง สีเลือดบนใบหน้าหายไปในชั่วพริบตา หล่อน
ยกมือขึ้นมากุมท้องก่อนจะล้มลงไปบนพื้น และกรีดร้องออกมาด้วย
ความเจ็บปวด
“เกิดอะไรขึ้น”
“มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
บนโต๊ะพูล ไฉกู้กำลังสั่นกระดิ่งขนาดเล็กที่อยู่ในมือ กระดิ่งนั้นมี
ขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือเท่านั้น มันถูกห้อยเอาไว้กับด้ายสีแดง
ทันทีที่เห็นไฉกู้สั่นกระดิ่ง ผู้หญิงที่อยู่บนพื้นก็กรีดร้องด้วยความ
เจ็บปวด
เขาสั่นกระดิ่งแรงขึ้น หล่อนก็ยิ่งกรีดร้องหนักกว่าเดิม
พอไฉกู้สั่นกระดิ่งช้า ๆ เสียงกรีดร้องของหญิงสาวก็เบาลง
“ไฉกู้ นายกำลังทำอะไร?”
“นี่มันคืออะไร?”
ไฉกู้สั่นกระดิ่งในมือเบา ๆ “นี่คือสิ่งที่ทำให้ทุกคนเชื่อฟังยังไงล่ะ”
เมื่อเห็นว่าบนสีหน้าหวาดกลัวของทุกคน ไฉกู้จึงมองพวกเขา
อย่างได้ใจ “นี่คือของที่จะทำให้พวกคุณทุกคน อยากอยู่ก็ไม่ได้อยู่
อยากตายก็ไม่ได้ตาย”
“นาย…”
บางคนโกรธจนอยากจะเข้าไปแย่งกระดิ่ง แต่แค่เข้าไปใกล้ ไฉกู้
ก็หยิบกระดิ่งออกมาอีกจำนวนหนึ่ง
ทันทีที่เขาสั่นเชือกแดงที่ห้อยอยู่บนข้อมือเบา ๆ
บรรดาลูกหลานคนรวยในห้องใต้ดินต่างเผยสีหน้าเจ็บปวด
ออกมากันหมด
หรงอวี่ซีดึงเยว่ฝานเบา ๆ แล้วขยิบตาให้คู่หมั้นพี่ชายครั้งหนึ่ง
เยว่ฝานเข้าใจในทันที หล่อนรีบกุมท้องเลียนแบบคนอื่น ๆ แล้ว
แกล้งทำเป็นเจ็บปวด
อีกด้าน สายตาของฉู่ลั่วยังคงจับจ้องไปที่หญิงสาวในชุดเดรสสี
แดง แม้ว่าอีกฝ่ายจะแสดงแววตาเจ็บปวดออกมา แต่ใบหน้าที่แดงก่า
ของหล่อนเห็นชัดว่ากำลังเสแสร้ง
หล่อนไม่ได้ถูกพิษ
แค่แกล้งทำ
ฉู่ลั่วหรี่ตาลงเล็กน้อย
เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดดังขึ้นมาเป็นระลอก ไฉกู้ก็
หัวเราะออกมาอย่าอวดดี “เธอ…”
เขาชี้ไปยังผู้หญิงที่ด่าเขาว่าเป็นลูกนอกสมรส “คุณหนูใหญ่
จากตระกูลเฮ่อ!”
“คุณหนูใหญ่เฮ่อผู้สูงส่ง วันนี้ฉันจะลอกคราบสูงส่งของเธอออก
ซะ ถอดชุดออก!”
แววตาของเฮ่อเข่อเอ๋อร์ทั้งเจ็บปวดทั้งหวาดกลัว
หล่อนล้มลงบนพื้น ชุดราตรีแสนสวยแผ่กระจาย เครื่องประดับ
ราคาแพงร่วงหล่นลงบนพื้นเพราะพยายามตะเกียกตะกาย
“พวกเรามาเพลิดเพลินไปกับเรือนร่างอันงดงามของคุณหนู
ใหญ่เฮ่อกันเถอะ!”
ไฉกู้หยิบกระดิ่งของเฮ่อเข่อเอ๋อร์ออกมา แล้วเริ่มสั่นกระดิ่ง
“คุณหนูใหญ่เฮ่อ ถ้าเธอไม่อยากเจ็บปวดจนตาย ก็ทำตามที่ฉันสั่ง”
“ไอ้เดรัจฉาน!” หรงอวี่ซีกัดฟันอย่างเดือดดาล “ไม่ใช่ว่าเมื่อก่อน
เขาเคยตามจีบเฮ่อเข่อเอ๋อร์ แต่ถูกเฮ่อเข่อเอ๋อร์ปฏิเสธเหรอ”
เยว่ฝานก็ขมวดคิ้วเช่นกัน “ไฉกู้คนนี้เป็นบ้าหรือเปล่า! ใช้
วิธีการน่ารังเกียจแบบนี้ก็คิดว่าตัวเองเป็นฮ่องเต้สั่งคนอื่นได้แล้วรึไง”
ทางฝั่งของหรงอวี่ซีพยายามอดทนต่ออาการเจ็บเกร็งที่หน้าท้อง
หล่อนพูดอย่างอ่อนแรงว่า “ถ้าพวกเราร่วมมือกันแย่งกระดิ่งมาจาก
มือเขาล่ะคะ?”
ฉู่ลั่วส่ายหน้า “กระดิ่งเป็นแค่สื่อกลาง แย่งมาก็ไม่มีประโยชน์
ทางที่ดีที่สุดคือหากู่ตัวแม่ให้เจอ”