เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 982 เธอเป็นใครกัน
มีคนหันหลังเดินกลับออกไปท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะ
ไฉกู้ที่ยืนอยู่บนโต๊ะพูลมีสีหน้ามืดมน เขาออกแรงบีบแก้วไวน์ใน
มือพลางจ้องมองคนที่จะเดินออกไปด้วยแววตาน่ากลัว
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง… ผู้หญิงที่พูดคำว่าลูกนอกสมรส
เพล้ง!
“ฉันจะดูสิว่า ใครจะออกไปจากที่นี่ได้” เขาปาแก้วไวน์ในมือลง
พื้นอย่างแรง “ถ้าไม่เขียนชื่อแล้วดื่มน้าผสมยันต์ลงไป ใครก็ออกไป
ไม่ได้ทั้งนั้น!”
ทุกคนมองไปที่เขา บางคนหัวเราะเยาะ บางคนก็ไม่ได้ถือสาอะไร
แต่ก็มีบางคนที่ซ่อนอาการดูถูกเหยียดหยามในแววตาเอาไว้
ไม่ได้ “ไฉกู้ นายคิดว่าตัวเองเป็นใคร? นายคิดว่าถ้าไม่ใช่เพราะยันต์
ที่นายเอาออกมาก่อนหน้านี้ นายจะมีคุณสมบัติมาสูดอากาศหายใจ
ร่วมกับพวกเราเหรอ”
“ไปกันเถอะ ป้ะ!”
ผู้หญิงที่กำลังจะก้าวเท้าออกไป พลันชะงักฝีเท้าทันที
ดวงตาเบิกกว้าง สีเลือดบนใบหน้าหายไปในชั่วพริบตา หล่อน
ยกมือขึ้นมากุมท้องก่อนจะล้มลงไปบนพื้น และกรีดร้องออกมาด้วย
ความเจ็บปวด
“เกิดอะไรขึ้น”
“มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
บนโต๊ะพูล ไฉกู้กำลังสั่นกระดิ่งขนาดเล็กที่อยู่ในมือ กระดิ่งนั้นมี
ขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือเท่านั้น มันถูกห้อยเอาไว้กับด้ายสีแดง
ทันทีที่เห็นไฉกู้สั่นกระดิ่ง ผู้หญิงที่อยู่บนพื้นก็กรีดร้องด้วยความ
เจ็บปวด
เขาสั่นกระดิ่งแรงขึ้น หล่อนก็ยิ่งกรีดร้องหนักกว่าเดิม
พอไฉกู้สั่นกระดิ่งช้า ๆ เสียงกรีดร้องของหญิงสาวก็เบาลง
“ไฉกู้ นายกำลังทำอะไร?”
“นี่มันคืออะไร?”
ไฉกู้สั่นกระดิ่งในมือเบา ๆ “นี่คือสิ่งที่ทำให้ทุกคนเชื่อฟังยังไงล่ะ”
เมื่อเห็นว่าบนสีหน้าหวาดกลัวของทุกคน ไฉกู้จึงมองพวกเขา
อย่างได้ใจ “นี่คือของที่จะทำให้พวกคุณทุกคน อยากอยู่ก็ไม่ได้อยู่
อยากตายก็ไม่ได้ตาย”
“นาย…”
บางคนโกรธจนอยากจะเข้าไปแย่งกระดิ่ง แต่แค่เข้าไปใกล้ ไฉกู้
ก็หยิบกระดิ่งออกมาอีกจำนวนหนึ่ง
ทันทีที่เขาสั่นเชือกแดงที่ห้อยอยู่บนข้อมือเบา ๆ
บรรดาลูกหลานคนรวยในห้องใต้ดินต่างเผยสีหน้าเจ็บปวด
ออกมากันหมด
หรงอวี่ซีดึงเยว่ฝานเบา ๆ แล้วขยิบตาให้คู่หมั้นพี่ชายครั้งหนึ่ง
เยว่ฝานเข้าใจในทันที หล่อนรีบกุมท้องเลียนแบบคนอื่น ๆ แล้ว
แกล้งทำเป็นเจ็บปวด
อีกด้าน สายตาของฉู่ลั่วยังคงจับจ้องไปที่หญิงสาวในชุดเดรสสี
แดง แม้ว่าอีกฝ่ายจะแสดงแววตาเจ็บปวดออกมา แต่ใบหน้าที่แดงก่า
ของหล่อนเห็นชัดว่ากำลังเสแสร้ง
หล่อนไม่ได้ถูกพิษ
แค่แกล้งทำ
ฉู่ลั่วหรี่ตาลงเล็กน้อย
เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดดังขึ้นมาเป็นระลอก ไฉกู้ก็
หัวเราะออกมาอย่าอวดดี “เธอ…”
เขาชี้ไปยังผู้หญิงที่ด่าเขาว่าเป็นลูกนอกสมรส “คุณหนูใหญ่
จากตระกูลเฮ่อ!”
“คุณหนูใหญ่เฮ่อผู้สูงส่ง วันนี้ฉันจะลอกคราบสูงส่งของเธอออก
ซะ ถอดชุดออก!”
แววตาของเฮ่อเข่อเอ๋อร์ทั้งเจ็บปวดทั้งหวาดกลัว
หล่อนล้มลงบนพื้น ชุดราตรีแสนสวยแผ่กระจาย เครื่องประดับ
ราคาแพงร่วงหล่นลงบนพื้นเพราะพยายามตะเกียกตะกาย
“พวกเรามาเพลิดเพลินไปกับเรือนร่างอันงดงามของคุณหนู
ใหญ่เฮ่อกันเถอะ!”
ไฉกู้หยิบกระดิ่งของเฮ่อเข่อเอ๋อร์ออกมา แล้วเริ่มสั่นกระดิ่ง
“คุณหนูใหญ่เฮ่อ ถ้าเธอไม่อยากเจ็บปวดจนตาย ก็ทำตามที่ฉันสั่ง”
“ไอ้เดรัจฉาน!” หรงอวี่ซีกัดฟันอย่างเดือดดาล “ไม่ใช่ว่าเมื่อก่อน
เขาเคยตามจีบเฮ่อเข่อเอ๋อร์ แต่ถูกเฮ่อเข่อเอ๋อร์ปฏิเสธเหรอ?”
เยว่ฝานก็ขมวดคิ้วเช่นกัน “ไฉกู้คนนี้เป็นบ้าหรือเปล่า! ใช้
วิธีการน่ารังเกียจแบบนี้ก็คิดว่าตัวเองเป็นฮ่องเต้รึไง สามารถควบคุม
คนอื่นได้แล้วเหรอ?”
ทางฝั่งของหรงอวี่ซีพยายามอดทนต่ออาการเจ็บเกร็งที่หน้าท้อง
หล่อนพูดอย่างอ่อนแรงว่า “ถ้าพวกเราร่วมมือกัน แย่งกระดิ่งมาจาก
มือเขาล่ะคะ?”
ฉู่ลั่วส่ายหน้า “กระดิ่งเป็นแค่สื่อกลาง แย่งมาก็ไม่มีประโยชน์
ทางที่ดีที่สุดคือหากู่ตัวแม่ให้เจอ”
หรงอวี่ซีเบ้ปาก “ฉันกลัวว่าไม่ทันหากู่แม่เจอ พวกเราก็จะถูกไอ้
บ้าไฉกู้ทรมารให้อับอายจนตายก่อนน่ะสิคะ”
ไฉกู้ให้บอดี้การ์ดไปหยิบกล้องถ่ายวิดีโอออกมา แล้วจับภาพไป
ที่คุณหนูใหญ่เฮ่อที่อยู่บนพื้น
เฮ่อเข่อเอ๋อร์เจ็บจนร่างกายบิดไปมา ไม่เหลือท่าทางหยิ่งยโส
เหมือนเมื่อครู่อีกต่อไป
“ไม่ถอดเหรอ?”
“ไม่ถอด ก็เจ็บปวดต่อไปแล้วกัน”
ดวงตาของไฉกู้บ้าไปแล้ว เขาหยิบยาลูกกลอนเม็ดเล็กเม็ดหนึ่ง
ออกมายัดเข้าไปในกระดิ่ง
เฮ่อเข่อเอ๋อร์ที่เดิมทีก็หวีดร้องด้วยความเจ็บปวดอยู่แล้ว พลัน
กรีดร้องเสียงแหลมแสบแก้วหูกว่าเดิม
เดิมที่ตอนแรกยังอดทนอยู่ได้ ในตอนนี้กลับเจ็บปวดจนพูดไม่
ออก
มือของหล่อนดึงชุดเดรสของตัวเองอย่างไม่อาจควบคุม มือข้าง
หนึ่งดึงสายเสื้อลงจากไหล่ มือข้างหนึ่งดึงชายกระโปรงของตัวเอง
ขึ้นมา
ใบหน้าของเฮ่อเข่อเอ๋อร์เต็มไปด้วยความอัปยศ เครื่องสำอางบน
ใบหน้าเปื้อนน้าตา
ไฉกู้มองเฮ่อเข่อเอ๋อร์จากบนที่สูง
จนกระทั่งกระโปรงถูกดึงสูงขึ้นเรื่อย ๆ ฉู่ลั่วจึงเดินเข้าไปหา
เธอยกมือรวบรวมพลังวิญญาณแล้วแตะลงบนหน้าผากเหยื่อ
เฮ่อเข่อเอ๋อร์หยุดนิ่ง มือเท้ากลับมาควบคุมได้เหมือนเดิม
ฉู่ลั่วมองไปที่หรงอวี่ชวน “ขอเสื้อคลุมหน่อยค่ะ”
หรงอวี่ชวนอดทนต่อความเจ็บปวด แล้วถอดเสื้อสูทตัวนอกของ
ตนเองออกมา
ฉู่ลั่วเอาเสื้อสูทคลุมลงบนตัวของเฮ่อเข่อเอ๋อร์ ก่อนจะมองไป
ที่ไฉกู้ซึ่งยืนอยู่ยนโต๊ะพูล
“ก่อนหน้านี้ฉันคิดมาตลอด ว่ากู่ตัวแม่อยู่ที่ไหน?”
“ตอนนี้ฉันรู้แล้ว”
ไฉกู้เบิกตากว้างทันที เขาออกแรงสั่นกระดิ่งในมือ คนที่อยู่ใน
ห้องใต้ดินต่างกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
แต่สีหน้าของฉู่ลั่วไม่ได้เปลี่ยนไป เธอเหาะเข้ามาหาเขา
“พวกนาย… พวกนายขวางเธอเอาไว้!” ไฉกู้พยายามจะหยิบยา
เม็ดลูกกลอนออกมาจากกระเป๋าเสื้อให้เร็วที่สุด แต่เพียงพริบตาเดียว
ฉู่ลั่วก็มาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว
เจ้านิกายลอยลงมาบนโต๊ะพูล มือข้างหนึ่งคว้าข้อมือของไฉกู้
เอาไว้
ยาเม็ดขนาดเท่าเมล็ดข้าวหล่นเกลื่อนพื้น
ฉู่ลั่วหยิบขึ้นมาเม็ดหนึ่งคีบไว้กระหว่างนิ้วทั้งสอง หลังจากจ้อง
มองอยู่สักพักก็หันไปหาไฉกู้ “คุณไม่กลัวตายจริง ๆ ถึงกับเก็บกู่ตัว
แม่ไว่ในร่างกาย”
“เธอ… เธอเป็นใครกันแน่?”
ไม่รอให้ฉู่ลั่วพูดอะไร หรงอวี่ซีที่อยู่ข้างล่างก็ตะโกนด้วยความ
ตื่นเต้นว่า “นายไม่รู้จักแม้กระทั่งปรมาจารย์ฉู่ลั่ว ยังกล้าทำยันต์
ออกมาอีก อับอายขายหน้าเขาไหมนั่น!”
ไฉกู้หรี่ตา “ฉู่ลั่ว?”
ในกลุ่มคนก็มีคนที่รู้จักเจ้านิกายสาวอยู่เช่นกัน “ฉู่ลั่ว!”
“คนที่เก่งมาก ๆ ที่เห็นทางทีวีก่อนหน้านี้คนนั้นน่ะเหรอ?”
“ได้ยินว่าเธอสุดยอดมาก”
ผู้คนที่ตอนแรกกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ตอนนี้พากันพูด
ซุบซิบขึ้นมา
เยว่ฝานกระซิบคุยกับหรงอวี่ซี “เธอดูสิ การนินทาคือธรรมชาติ
ของมนุษย์จริง ๆ นะ”
ฉู่ลั่วแย่งกระดิ่งมาจากมือของไฉกู้
มืออีกข้างหนึ่งก็กดตัวไฉกู้เอาไว้ พลางเอ่ยถามว่า “เขาอยู่
ไหน?”
“ใคร?”
“คนที่ให้กู่แม่กับนาย คนที่ให้ยันต์พวกนี้กับนายไง”
แต่ไฉกู้ไม่ตอบ เขาเพียงแค่หันหน้ามามองฉู่ลั่ว “ที่แท้ก็เป็นเธอ
นี่เอง”
“…”
“เพราะเธอทำร้ายจนท่านปรมาจารย์ต้องย้ายมาหลบอยู่กับฉัน
ตอนแรกแผนของท่านปรมาจารย์จะสำเร็จอยู่แล้ว แต่เพราะการ
ปรากฏตัวของเธอ ที่ทำให้แผนของท่านปรมาจารย์ล้มเหลว”
สีหน้าของฉู่ลั่วไม่ได้เปลี่ยนไปเลย
ไฉกู้หัวเราะเย็นชา “เธอคิดว่าตัวเองควบคุมฉันได้แล้ว ก็
สามารถเอาชนะท่านปรมาจารย์ได้อย่างนั้นเหรอ? จะดูถูกท่าน
ปรมาจารย์เกินไปแล้ว!”
ทันทีที่สิ้นเสียงไฉกู้ ก็มีเสียงกรีดแหลมดังขึ้นมาจากด้านข้าง
ฟึบ
กระบี่วิญญาณเล่มหนึ่งพุ่งออกทมาจากฝูงชน ฉู่ลั่วเบี่ยงตัวหลบ
ออกไปได้ แต่กระบี่วิญญาณติดตามเธอมา ทั้งยังโจมตีเข้ามาอย่าง
รวดเร็ว
ฉู่ลั่วหลบไปมาหลายครั้งก่อนอัญเชิญกระบี่ชิงเจวี๋ยมาปรากฏ
ขึ้นในมือ เพียงการโจมตีเพียงครั้งเดียวก็ได้ยินเสียงแตกร้าวดังขึ้นมา
พลัง
เปรี้ยง!
กระบี่วิญญาณแตกออกเป็นสองส่วน ร่วงลงบนพื้น
ฉู่ลั่วหยิบกระบี่ขึ้นมา พลางมองไปยังนักพรตที่ไม่รู้ว่าปรากฏตัว
ออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่
นักพรตร่อนลงมาอยู่ข้างไฉกู้ พร้อมกับมองเขาด้วยสายตา
รังเกียจ “ขยะ เรื่องเล็กแค่นี้ยังจัดการไม่ได้”
ไฉกู้นวดข้อมือ ก่อนจะไปหลบข้างหลังนักพรต “ท่านปรมาจารย์
ผมไม่รู้นี่ครับว่าจะมีคนบุกเข้ามาในค่ายกลของท่านปรมาจารย์ได้!”
“…” นักพรตมองไปที่ฉู่ลั่ว เขาก็คิดไม่ถึงเช่นกันว่าเธอจะ
สามารถบุกเข้ามาในค่ายกลชิงวิญญาณได้ “ฉันดูถูกเธอเกินไป”