เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 983 ยันต์ศักดิ์สิทธิ์ระดับกลาง
ฉู่ลั่วมองนักพรตด้วยสายตาเย็นชา “ฉันคิดง่ายเกินไป คุณไม่ใช่
แค่ใช้พลังปีศาจมาสร้างยันต์เท่านั้น แต่ยังใช้แมลงกู่มาควบคุมโชค
ของคนเหล่านี้ด้วย”
“คุณคิดจะใช้วิธีนี้ในการขโมยโชคลาภของพวกเขาไป โดยไม่
ต้องรับผมกรรมตามสนอง”
นักพรตไม่ตอบ เขาเพียงแค่สะบัดมือข้างหนึ่ง อัญเชิญกระบี่
วิญญาณที่เคยหักไปแล้วกลับมาอยู่ในมือ ก่อนจะคืนสภาพเป็นกระบี่
วิญญาณที่สมบูรณ์อีกครั้ง
เขาใช้มือหนึ่งกวาดธุลี มาแบกด้ามกระบี่เอาไว้
“วันนี้ให้ฉันชมฝีมือของอัจฉริยะคนใหม่ของลัทธิเต๋าหน่อย”
เขาลอยตรงเข้ามาหาฉู่ลั่วโดยมีกระบี่วิญญาณพุ่งตามมาอย่าง
ใกล้ชิด
“ท่านปรมาจารย์!”
หรงอวี่ซีร้องตะโกนด้วยความเป็นห่วง
ฉู่ลั่วไม่เปลี่ยนสีหน้าแม้แต่น้อย เพียงเสียบกระบี่ชิงเจวี๋ยลงกับ
พื้น แล้วหยิบยันต์ปึกหนึ่ง สองมือประสานกันบริกรรมคาถา
ยันต์นับร้อยลอยขึ้นไปกลางอากาศในพริบตา ก่อตัวเป็นโดม
ป้องกันขนาดพอดีตัวผู้ใช้
นักพรตโจมตีเข้ามาถึงพอดี
ฟุบ
ธุลีแหลมคมกับกระบี่วิญญาณถูกม่านป้องกันขวางเอาไว้ด้าน
นอก
นักพรตอึ้งไปเล็กน้อย พลางมองยันต์ที่ลอยอยู่กลางอากาศอย่าง
ตกตะลึง “นี่คือ… ยันต์วิญญาณม่วง”
ยันต์ศักดิ์สิทธิ์ระดับกลาง
ตอนนี้ในยุคที่พลังวิญญาณเสื่อมถอย นักพรตจำนวนมาก
สามารถสร้างได้แค่ยันต์ศักดิ์สิทธิ์ระดับล่างเท่านั้น
ยันต์ศักดิ์สิทธิ์ระดับกลางเป็นของหายากมากแล้วในโลกนี้
แต่ฉู่ลั่ว…
อีกทั้งยังหยิบมาใช้มากขนาดนี้
เขาถอยหลังไปหนึ่งก้าว “ย… ใครให้ยันต์พวกนี้กับเธอมา หยาง
เสียนเหรอ? เขานำยันต์ศักดิ์สิทธิ์ระดับกลางที่สืบทอดมาจากบรรพ
บุรุษมอบให้เธอทั้งหมดเลยเหรอ”
ในลัทธิเต๋าตอนนี้ ยันต์ระดับกลางเกือบทั้งหมดเป็นของที่ได้รับ
สืบทอดมาจากบรรพบุรุษของตระกูลทั้งสิ้น
สำนักเมฆาครามมีคุณสมบัติและประสบการณ์ล้าลึกที่สุดใน
ลัทธิเต๋า ต้องสืบทอดยันต์ศักดิ์สิทธิ์ระดับกลางมาไม่น้อยแน่
“เขายอมยกให้เธอเชียวหรือ”
ฉู่ลั่วเปลี่ยนท่าประสานมือเล็กน้อย “ยันต์พวกนี้ ฉันวาดเอง”
“อะไรนะ!?”
ไม่รอให้นักพรตพูดจบ
ฉู่ลั่วก็ยกกระบี่ขึ้นมา พร้อมกระแทกเท้าพุ่งตัวเข้าไปหาโจมตีใส่
นักพรต โดยมียันต์ตามหลังเธอมาติด ๆ
เปรี้ยง!
กระบี่วิญญาณปะทะกันกับยันต์จนเกิดเสียงกระทบ
ฉู่ลั่วกับนักพรตต่อสู้พัวพัน
ภาพนี้ทำให้ทุกคนในที่นั้นตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
หรงอวี่ซีตื่นเต้นจนต้องคว้าแขนของเยว่ฝานไว้ ทั้งสองคนจับมือ
กันด้วยความตื่นเต้น
“สุดยอดไปเลย สุดยอดไปเลย!”
“ฉันเคยบอกแล้ว ว่าฉู่ลั่วไม่ธรรมดาเลยล่ะ!”
“กรี๊ดด-ด-ด ท่านปรมาจารย์…”
“ท่านปรมาจารย์สวยมาก เท่มาก!”
หรงอวี่ชวนที่อยู่ข้าง ๆ กุมท้องตัวเองที่เจ็บปวดมาก พลางตะโกน
ออกมา “ประคองฉันไปนั่งข้าง ๆ หน่อย”
หญิงสาวสองคน “…”
หรงอวี่ชวนถอนหายใจอีกครั้ง เยว่ฝานถึงเดินเข้ามาหาเขา แต่
ตายังคงจับจ้องฉู่ลั่ว สองมือประคองหรงอวี่ชวนไปนั่งเก้าอี้ที่อยู่
ด้านข้าง
“พวกเธอ…”
ไม่รอให้หรงอวี่ชวนพูดจบ เยว่ฝานก็กลับหลังหัน รีบวิ่งไปยัง
ตำแหน่งที่สามารถรับชมภาพเหตุการณ์ได้ดีที่สุด ชมการต่อสู้ด้วย
ความตื่นเต้นอยู่กับหลงอวี่ซี
หรงอวี่ชวนถอนหายใจ ทั้งโกรธทั้งท้อแท้
นี่รึน้องสาวฉัน?
นี่หรอคู่หมั้นฉัน?
“พวกเราก็คิดหาวิธีออกไปกันสิ! จะรออยู่ที่นี่เหรอ”
หรงอวี่ซีไม่หันหลังกลับมามอง “พี่ชายคิดว่าที่พวกเขาไม่ออกไป
เพราะไม่อยากออกเหรอคะ?”
หล่อนมองคนอื่น ๆ ที่อยู่โดยรอบ
หลังจากฉู่ลั่วจับไฉกู้ไว้ได้ คนอื่น ๆ แขกเหรื่อก็เริ่มคิดหาวิธีหนี
ออกไปจากชั้นใต้ดินกันแล้ว
แต่น่าเสียดาย… ไม่มีใครออกไปได้เลยสักคน
ตอนนี้ทุกคนได้แต่ยืนอยู่ไกล ๆ เฝ้ามองภาพการณ์ต่อสู้ที่ทำลาย
ตรรกะและเหตุผลของตัวเองไปจนหมดสิ้น
โครม!
จนกระทั่งมีร่างใครบางคนกระแทกเข้ากำแพงอย่างแรง
ผลแพ้ชนะออกมาแล้ว
ฉู่ลั่วถือกระบี่จ่อคอนักพรตเอาไว้ เธอมองคู่ต่อสู้ลนลานด้วย
ใบหน้าสงบ
“เป็นไปได้ยังไง? ฉันบำเพ็ญมาตั้งหลายปี ทำไมถึงเอาชนะเธอ
ไม่ได้”
ฉู่ลั่วไม่ได้ตอบคำถาม แต่ใช้กระบี่จ่อเขาเอาไว้ “เด็กที่รับเคราะห์
แทนคุณล่ะ?”
นักพรตก้มหน้าไม่พูด
ฉู่ลั่วจึงเอายันต์แปะไว้บนตัวของนักพรต ก่อนสะบัดยันต์อีกแผ่น
ไปแปะไว้บนตัวไฉกู้
เธอบอกกับคนอื่น ๆ “พวกเราออกไปกันก่อนเถอะค่ะ”
ทุกคนพยักหน้ารัว
ฉู่ลั่วเดินนำโดยลากตัวผู้ชายสองคน มือข้างหนึ่งลากนักพรต
มืออีกข้างหนึ่งลากไฉกู้
เมื่อเดินมาถึงประตูห้องใต้ดิน เธอก็ฟันกระบี่ลงไปหนึ่งครั้งเพื่อ
ทำลายค่ายกล
ประตูห้องใต้ดินมีเสียงพังทลาย
“ไปกันเถอะค่ะ”
ฉู่ลั่วลากคนสองคนไว้ กำลังจะเดินออกจากห้องใต้ดิน ก็มีเสียง
หัวเราะเยาะของนักพรตดังขึ้นมา “เธอก็ยังเป็นแค่เด็กสินะ”
“เธอคิดจริง ๆ เหรอว่าจะจับฉันได้?”