เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 985 ยันต์ศักดิ์สิทธิ์อีกแผ่นหนึ่ง (รีไรต์)
- Home
- เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
- บทที่ 985 ยันต์ศักดิ์สิทธิ์อีกแผ่นหนึ่ง (รีไรต์)
ปีศาจจิ้งจอกมองมาด้วยสายตาตำหนิ
ฉู่ลั่วตอบง่าย ๆ “ขอโทษ ฉันลืมไปเลย”
คนฟังสะอึก “ถ้าอย่างนั้นท่านปรมาจารย์อย่าลืมฉันอีกนะคะ!
ฉันเสียพลังปีศาจมากเกินไป เลยต้องใช้ร่างจริงตามท่านมา”
“อุ้งเท้าฉันเลือดออกหมดแล้ว!”
“คุณบอกเอาไว้ดิบดีว่าให้ฉันรอคุณ ไอ้ฉันก็เชื่อฟังไปรออยู่บน
ต้นไม้ แต่พอคุณไปดันลืมฉันเอาไว้!”
หล่อนมองฉู่ลั่วที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยดวงตาแดงก่า ท่าทางเสียใจ
น้าตาคลอเบ้า ราวกับว่าวินาทีต่อมาจะไหลแล้ว
ฉู่ลั่วรู้ว่าพลังของปีศาจจิ้งจอกลดลงมากเกินไป จึงไม่ให้หล่อน
ตามตัวเองเข้าไปในงาน
พอเดาออกว่าที่เห็นวิ่งตามมาตลอดทางนี่ต้องอาศัยเพียงพลัง
กายล้วน ๆ
“ค่ะ ครั้งนี้เป็นความผิดของฉันเอง ขึ้นไปนั่งบนรถก่อนเถอะ”
ไจ๋โหรวที่อยู่ในรถเกาะหน้าต่างรถไว้เหลือบมองปีศาจเจ้าเสน่ห์ที่
กำลังร้องสะอึกสะอื้น ก่อนพูดด้วยน้าเสียงที่ไม่เย็นชาแต่ก็ไม่เป็นมิตร
“รถคันนี้เต็มแล้ว ไปนั่งคันหลังเถอะ!”
ปีศาจจิ้งจอกมองฉู่ลั่วอย่างเว้าวอน “ฮือ ฉันเป็นปีศาจที่น่า
สงสารนะ”
ฉู่ลั่วเอ่ย “เธอไปนั่งคันหลังเถอะ ฉันจะกำชับคนขององค์กร
ศักดิ์สิทธิ์ให้เอง พวกเขาไม่ปฏิบัติกับเธอต่างออกไป เพียงเพราะเป็น
ปีศาจหรอก”
ปีศาจจิ้งจอก “…”
เห็นว่าฉู่ลั่วไม่เปลี่ยนใจ หล่อนจึงทำได้เพียงหันหลังเดินไปขึ้นรถ
คันหลัง
ทันทีที่หันไป หยาดน้าในดวงตาของปีศาจจิ้งจอกก็หายไปอย่าง
รวดเร็ว หล่อนกลับมาทำหน้าพราวเสน่ห์ พร้อมทั้งเดินบิดเอวไปที่รถ
ยังไม่วายทักทายคนในรถด้วยน้าเสียงหวานหยาดเยิ้ม
ทำให้ผู้ชายหลายคนพากันหน้าแดงหูแดงเพราะเสน่ห์ยั่วยวน
จนกระทั่งรถขับมาถึงโรงแรม ปีศาจจิ้งจอกก็เดินนวยนาด
ตามหลังฉู่ลั่วจนมาถึงหน้าห้องพักพิเศษ
ไจ๋โหรวเดินมาขวางไว้ “ที่นี่คือสถานที่ทำงานของพวกเรา เธอ…
เข้าไปไม่ได้”
“ท่านปรมาจารย์ขา…”
ฉู่ลั่วขมวดคิ้ว “มันเป็นที่ทำงานของพวกเราจริง ๆ ฉันจะให้พวก
เขาไปเปิดห้องพักให้เธออีกห้อง…”
“แต่ถ้านักพรตคนนั้นมาจับตัวฉันไปอีกจะทำยังไงคะ? ก่อนหน้า
นี้ตอนฉันมีพลังปีศาจ ก็ถูกเขาควบคุมเอาไว้ ตอนนี้พลังปีศาจของ
ฉันหมดลงแล้ว ฉันจะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้ยังไง?”
ฉู่ลั่วเอ่ยเสียงเรียบ “ตอนนี้เขาไม่โผล่หน้าออกมาหรอก และไม่
พุ่งเป้ามาที่คุณแน่”
ปีศาจจิ้งจอก “…”
เจ้านักพรตไร้ประโยชน์!
ทีขังฉันไว้ล่ะเก่งนัก
ตอนนี้กลับถูกฉู่ลั่วทุบตีจนไม่กล้าโผล่หน้าออกมาแล้ว
เมื่อเห็นว่าฉู่ลั่วไม่เปลี่ยนสีหน้า จึงทำได้เพียงก้มหน้าเดินตาม
คนขององค์กรศักดิ์สิทธิ์ไปยังห้องที่เปิดให้ใหม่
…
“นี่คือป้ายหยกที่คุณให้พวกเราตรวจสอบก่อนหน้านี้”
“ส่วนนี่คือข้อมูลสิ่งที่อยู่บนป้าย”
ซู่เซี่ยงหยางส่งป้ายหยกให้ฉู่ลั่ว “นี่เป็นแค่ป้ายหยกธรรมดา
อันหนึ่ง เครื่องมือของเราตรวจไม่พบปฏิกิริยาเคลื่อนไหวของพลัง
อะไรเลย”
“แต่ว่าอักขระที่อยู่ข้างบนค่อนข้างแปลก”
“ภาพที่ขยายจากด้านหลังป้าย พบว่าเป็นวันเดือนปีเกิดของมอ
ริส สตีฟ”
ฉู่ลั่วรับป้ายหยกมาพลิกดูอักขระบนป้ายหยกที่ขยาดใหญ่มาให้
“อักขระนี้คุ้นตาจริง ๆ”
“คุ้นตา?”
เจ้าหน้าที่ในแผนกมุงเข้ามา สายตาจ้องไปยังรอยอักขระ
“จำไม่ได้เลย”
“ไม่เคยเห็นมาก่อน”
“ท่านเจ้านิกาย คุณเคยเห็นอักขระนี้มาก่อนหรือเปล่า?”
“ยันต์ของจักรพรรดิภูติผีซางหัว?”
‘ยันต์ศักดิ์สิทธิ์’ สามคำนี้ทำให้สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไป
ทุกคนต่างมองไปที่อักขระด้านบนนั้น
ซู่เซี่ยงหยางหยิบไอแพดขึ้นมาเปิดยันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่พบก่อนหน้า
นี้
เมื่อเอาอักขระทั้งสองมาวางไว้ข้างกัน
“ดูยังไง ก็ไม่เหมือนเลยนะ?”
ไจ๋โหรวมองอักขระทั้งสองอัน “ถึงเนื้อหาของอักขระจะต่างกัน
แต่พลังที่หมุนเวียนอยู่ในนั้นกลับเหมือนกันไม่มีผิดเลยค่ะ”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “แม้ว่าจะเป็นอักขระที่ทำหน้าที่ต่างกัน แต่พลังที่
หมุนเวียนอยู่กลับเหมือนกัน”
ไจ๋โหรวก็พยักหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึมอยู่ข้าง ๆ “มีความเป็นไป
ได้สองอย่าง อย่างแรกคือคนวาดยันต์เป็นคนเดียวกัน อย่างที่สองคือ
เป็นคนจากสำนักเดียวกัน เนื่องจากวิชาใกล้เคียงกัน ลักษณะการ
วาดยันต์เลยคล้ายกันมาก”
“เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ทั้งสองคู่ แต่ยันต์ทั้งสองแผ่นนี้กลับมีพลัง
แบบเดียวกันอยู่”
ใบหน้าน่ารักราวกับตุ๊กตาของไจ๋โหรวเผยความหวาดกลัวอยู่
หลายส่วน “หรือว่าบนโลกนี้จะยังมี …เซียนอยู่?”