เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 999 เด็กธรรมดาทั่วไป (รีไรต์)
ฉู่ลั่วหันมาบอกกับเฉิงยวนว่า “ไปง้อเองนะ”
ว่าแล้วก็จับมือพาเถาซูเยียนเข้าไปในบ้าน
“เธอแก้หนอนกู่พวกนั้นแล้วเหรอ?”
“อื้ม! ง่ายมากเลย ไม่ใช่หนอนกู่ที่ซับซ้อนอะไรเลยด้วย!” เถาซู
เยียนนั่งลงบนเก้าอี้ท่าทางเบื่อหน่าย พลางแกว่งขาไปมา
ฉู่ลั่ว “…”
บอกได้เพียงว่า สมกับเป็นเหมิ่งหยวนลี่ใช่ไหม?
“ตอนนี้เธอทำตัวดีมาก ฉันเตรียมขออนุญาตองค์กรให้ไปเรียน
ที่โรงเรียนอนุบาลเหมือนเด็กทั่วไป”
“ไม่เอา!” เถาซูเยียนส่ายหน้า “หนูอยู่บ้านก็ดีมากอยู่แล้ว ไม่
อยากไปโรงเรียนอนุบาล และไม่อยากเรียนหนังสือด้วย!”
“ไม่ได้!” ฉู่ลั่วยืนกรานหนักแน่น “ต้องไป เธอต้องไป ยายาก็ต้อง
ไป จิ่วฉานก็ต้องไปเหมือนกัน”
เถาซูเยียนก้มหน้า “แล้ว… พวกเมี่ยวเมี่ยวจะทำยังไง”
เด็กหญิงตัวน้อยมองรองเท้าของตัวเอง “พวกเราได้ออกไปข้าง
นอกกันหมด ได้มีเพื่อนใหม่ มี…”
“แล้วเมี่ยวเมี่ยวล่ะ พวกเมี่ยวเมี่ยวจะทำยังไง?”
ฉู่ลั่วเอ่ย “พวกเขา… ไม่เหมือนเธอ พวกเขาไปไม่ได้”
“ถ้าอย่างนั้นหนูก็ไม่ไป” เถาซูเยียนเงยหน้าขึ้นมาอย่างดื้อรั้น
เธอกระโดดลงจากเก้าอี้ แล้วทำมือทำไม้เหมือนพวกผู้ใหญ่ “ตอนนี้
หนู… มีเงินเยอะมาก-ก-ก-ก เยอะมาก ๆ หนูเอาเงินพวกนี้ไปซื้อของ
ได้ตั้งหลายอย่าง”
“ต่อให้ไม่ออกไปไหนเลยตลอดชีวิตก็ไม่เป็นไร!”
ฉู่ลั่วเงียบไปหลายวินาที “แต่ว่า… นี่ไม่ใช่ชีวิตที่เด็กธรรมดา
ทั่วไปควรจะมี”
“หนูไม่ใช่เด็กน้อยธรรมดาสักหน่อย!” เถาซูเยียนวิ่งออกไปด้วย
ความโกรธ ทิ้งให้ฉู่ลั่วยืนเอามือกุมหน้าผากอยู่ในห้อง
ผ่านไปสักพัก เจ้านิกายถึงเดินออกมา
จิ่งเจียเหยียนกับหูเสี่ยวหลีตีกันจนพอใจแล้ว
หนึ่งงูหนึ่งจิ้งจอกนอนหมดแรงอยู่บนพรมในห้องรับแจก กำลัง
หอบหายใจอย่างหนัก
หูเสี่ยวหลีอยู่ในร่างเดิม หลังจากเสียการควบคุม ร่างจิ้งจอกนั้นก็
มีขนาดใหญ่โตมาก
หางปุกปุยสวยของหล่อนขดเป็นลอนสวย
เด็กน้อยหลายคนลูบหางของพี่สาวจิ้งจอกอย่างชอบใจ แต่ละคน
ต่างก็ตาโตเพราะสัมผัสนุ่มนิ่ม
โดยเฉพาะซ่งเมี่ยวเมี่ยว ร่างวิญญาณเกือบทั้งร่างฟุบลงบนหาง
ปุกปุย มีความสุขมากจนอยากจะเข้าไปกลิ้งอยู่ในนั้น
ฉู่ลั่วพักผ่อนอยู่ที่บ้านได้วันเดียว ก็ถูกซู่เซี่ยงหยางโทรมาเรียก
ตัวไปที่องค์กร
ทันทีที่เธอมาถึงก็ถูกซู่เซี่ยงหยางลากไปยังห้องสอบปากคำ เขา
ชี้ไปที่เสวียนเฉิงจื่อที่อยู่อีกฝั่งอย่างโมโห “ตอนนี้สภาพเขาเป็นแบบ
นี้ไปแล้ว!”
ในห้องสอบปากคำ
เสวียนเฉิงจื่อตัวงออยู่อีกด้านหนึ่ง อักขระสีเลือดปกคลุมไปทั่งทั้ง
ร่างกายของเขา
ใบหน้าสีเขียวคล้า แสดงให้เห็นชัดเจนว่าใกล้จะตายแล้ว
เธอบอก “ถูกผลสะท้อนกลับแล้ว”
“ก่อนหน้านี้ยังดี ๆ อยู่เลย” ซู่เซี่ยงหยางขมวดคิ้ว
ฉู่ลั่วผลักประตูเข้าไป เมื่อได้ยินเสียงดวงตาพร่ามัวของเสวียน
เฉิงจื่อก็เบิกกว้างขึ้นมองฉู่ลั่ว แล้วหัวเราะใส่เธอ “ทำไม… มาส่งฉัน
ในวาระสุดท้ายเหรอ?”
ฉู่ลั่วนั่งยอง ๆ ลงไป จ้องมองเสวียนเฉิงจื่อ “ก่อนหน้านี้นายระงับ
ผลสะท้อนกลับบนตัวนายได้ตลอด แต่ตอนนี้…”
“นายเลือกจะไม่ระงับมันใช่ไหม? เพราะมองเห็นอะไรบางอย่าง
สินะ”
เสวียนเฉิงจื่อฉีกยิ้ม ไม่ตอบคำถามของฉู่ลั่ว
“นายคงจะเห็น… ซางหัวแล้วใช่ไหม?”
รอยยิ้มของเสวียนเฉิงจื่อชะงักไป เขาจ้องหน้าฉู่ลั่วด้วยดวงตา
เย็นชา
“นายคงคิดไม่ถึงสินะว่าคนเก่งอย่างซางหัวจะถูกพวกเราขัง
เอาไว้ที่นี่แล้ว นายคิดว่าตัวเองหนีไม่รอดแล้ว เลยคิดจะทิ้งร่างกายนี้
ใช่ไหมล่ะ”
“แล้วย้ายไปอยู่อีกร่างหนึ่งที่นายเลือกเอาไว้แล้วใช่ไหม?”
เสวียนเฉิงจื่อ “…”
“ร่างที่นายต้องการก็คือ… ไฉกู้”
เสวียนเฉิงจื่อมองฉู่ลั่วด้วยสายตาเย็นชาราวกับน้าค้างแข็ง “เธอ
รู้ทุกอย่างแล้วยังไง มีปัญญาขวางฉันได้เหรอ?”
“เธอขวางคนที่ตายไปแล้วได้เหรอ?”
ฉู่ลั่วส่ายหน้า “ขวางไม่ได้”
เธอยืนขึ้น ลากเก้าอี้ไปอีกด้านหนึ่ง แล้วนั่งลงเอามือกอดอก
มองเขาเงียบ ๆ
เสวียนเฉิงจื่อมองฉู่ลั่วอย่างไม่เข้าใจ
เพราะถูกผลสะท้อนกลับ อวัยวะภายในจึงเจ็บปวดรุนแรง
เขายอมแพ้ต่อข้อจำกัดทั้งหมดของร่างกาย ผลสะท้อนกลับจึง
โจมตีเข้ามาทันที
“อ้าก-ก-ก-ก-ก!”
เขากลิ้งอยู่ในห้องด้วยความเจ็บปวด
แต่ฉู่ลั่วกับก้มหน้าเล่นมือถือด้วยสีหน้าเรียบเฉย เธอกำชับเฉิง
ยวนให้ไปพูดเกลี้ยกล่อยเถาซูเยียน ให้ยอมไปโรงเรียนอนุบาล
เฉิงยวนสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะในกลุ่มวีแชท
[ยวนยวนอยากกอด: รับรองว่าข้าจะทำภารกิจให้สำเร็จ]
[ฉู่ลั่ว: อย่าบังคับเธอล่ะ]
[ยวนยวนอยากกอด: เจ้าคิดว่าข้าเป็นเจ้าเหรอ? ข้าก็มีวิธีของ
ข้า]