เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1000 ยังสอบปากค าไม่เสร็จ (รีไรต์)
นอกห้องสอบปากคำ ซู่เซี่ยงหยางที่กำลังมองภาพนี้เอียงศีรษะ
เล็กน้อย “เธอกำลังทำอะไรอยู่? ไม่ได้จะขัดขวางเสวียนเฉิงจื่อเหรอ”
ใจ๋โหรวใช้มือข้างหนึ่งจับคาง ใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย
เช่นกัน “เจ้านิกายทำแบบนี้ เธอต้องมีเหตุผลแน่นอนค่ะ”
“ไม่ได้การ เสวียนเฉิงจื่อจะตายแล้ว!”
เจ้าหน้าที่ตะโกนขึ้นมา
ซู่เซี่ยงหยางรีบพุ่งตัวเข้าไป ตรงไปข้างกายเสียนเฉิงจื่อ
เขาตรวจดูลมหายใจของเสวียนเฉิงจื่อ แต่ไม่มีแล้ว พอจะคลำ
ชีพจร แต่ก็หยุดไปแล้วเช่นกัน
เขายืนขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ตายแล้ว!”
คนข้างนอกมีสีหน้าวิตกกังวล
ในตอนที่พวกเขากำลังร้อนใจ วิญญาณของเสวียนเฉิงจื่อก็ค่อย
ๆ ลอยออกมาจากร่าง
เพราะผลสะท้อนกลับ ร่างกายจึงบิดเบี้ยวกระดูกแตกหักเป็นมุม
ประหลาด ทั้งร่างไม่สามารถเรียกว่าร่างกายมนุษย์ได้อีกแล้ว แต่ดู
เหมือนโครงกระดูกของมนุษย์ที่เอามาต่อกันมั่ว ๆ มากกว่า
เขาเหลือบมองเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้า แล้วหันหลังลอยออกไป
แต่ตอนนั้นเอง เขาก็ถูกพลังสายหนึ่งตรึงเอาไว้!
เขาหันกลับไปมองก็เห็นเชือกตรึงวิญญาณบนมือฉู่ลั่ว
นี่เป็นของที่พัฒนาขึ้นมาพร้อมกับตาข่ายตรึงวิญญาณ สามารถ
จับกุมวิญญาณไว้ได้
“เธอทำอะไร? ฉันตายไปแล้ว ตอนนี้ฉันต้องไปที่ยมโลก! เพื่อรับ
การตัดสินโทษของฉัน”
ฉู่ลั่วดึงเชือกเบา ๆ ให้เสวียนเฉิงจื่อกลับมา “แต่พวกเรายัง
สอบปากคำนายไม่เสร็จ”
“…” เสวียนเฉิงจื่อก้มหน้ามองตัวเอง “ฉันตายไปแล้ว! ตอนนี้ฉัน
เป็นผีนะ ต้องกลับสู่ยมโลก”
ฉู่ลั่วยักไหล่ “บอกว่ายังสอบปากคำนายยังไม่เสร็จ”
เสวียนเฉิงจื่อ “…”
เขามองฉู่ลั่วด้วยความตกใจและไม่อยากจะเชื่อ “เธอคิดจะสู้กับ
ยมโลกเหรอ? ฉู่ลั่ว ต่อให้เธอเก่งแค่ไหน แต่ก็เป็นแค่ผู้บำเพ็ญ
ธรรมดาคนหนึ่ง”
“คิดจะต่อกรกับยมโลก… ขัดขืนกฎของพญายม เธอรู้ไหมว่าจะ
เกิดอะไรขึ้น?”
ฉู่ลั่วก้มหน้ามองบุปผาแห่งความตายบนแขนของเสวียนเฉิงจื่อก็
หัวเราะเย็นชา “ฉันรู้ว่าการสู้กับกฎของยมโลกจะเกิดอะไรขึ้น! แต่
นายล่ะรู้ไหม?”
เสวียนเฉิงจื่อ “…”
ฉู่ลั่วดึงเชือกตรึงวิญญาณ ให้เขากลับมานั่งบนเก้าอี้
ซู่เซี่ยงหยางเห็นสถานการณ์ก็โบกมือเบา ๆ ให้เจ้าหน้าที่ใน
แผนกออกจากห้องไปพร้อมกัน เขาบอกกับคนอื่น ๆ ว่า “อีกเดี๋ยวไม่
ว่าเห็นอะไรก็ตาม ให้นิ่งเข้าไว้ อย่าบุ่มบ่ามไป”
เจ้าหน้าที่ทุกคนพยักหน้าพร้อมกัน
ดวงตาของไจ๋โหรวเบิกกว้างมองไปในห้องสอบปากคำท่าทางรอ
คอย
“ยมทูตขาวดำจะมาเหรอคะ!”
“ก่อนหน้านี้เคยเห็นทิวทัศน์ของยมโลกผ่านไลฟ์สตรีมของเจ้า
นิกาย ยังมียมทูตขาวดำด้วย ตอนนี้จะได้เห็นตัวจริงแล้วเหรอคะ”
ซู่เซี่ยงหยาง “เกรงว่าจะไม่เหมือนกับที่คุณคิด”
“หา! ไม่ใช่ยมทูตขาวดำเหรอคะ? หรือว่าจะเป็นยมทูตตนอื่น ที่
หน้าเป็นวัวหัวเป็นม้า แบบนั้นก็ไม่เลวนะคะ!”
ซู่เซี่ยงหยาง “…”
ในขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่ ก็มีลมพัดเข้ามาในห้อง
สอบปากคำ
ไจ๋โหรวมีแววตาคาดหวัง
คนที่มีดวงตาคาดหวังยิ่งกว่าคือเสวียนเฉิงจื่อ เขามองฉู่ลั่วอย่าง
เย่อหยิ่ง “ฉันจะคอยดูว่าถ้ายมทูตมาแล้ว เธอจะทำยังไง ฉุ่ลั่ว เธอมัน
เป็นลูกวัวแรกเกิดที่ไม่กลัวเสือจริง ๆ ”
สิ่งที่มาพร้อมกับลมคือยมทูตขาวดำ พวกเขาสวมหมวกทรงสูง
ในมือถือโซ่ กับไม้กระบอง
ไจ๋โหรวขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “…”
เกิดอะไรขึ้น?
ยมทูตขาวดำคู่นี้กับยมทูตขาวดำในไลฟ์สตรีมของเจ้านิกาย
หน้าตาไม่เหมือนกัน
หรือว่ายมทูตขาวดำก็สามารถเปลี่ยนใบหน้าได้ตามใจ?
เรื่องพวกนี้คนในลัทธิเต๋าไม่เคยพูดถึงมาก่อนเลยนะ!
“นักโทษ ตามพวกเรามา!”
โซ่เส้นหนึ่งสะบัดเข้ามาพันรอบวิญญาณของเสวียนเฉิงจื่อไว้
แล้วกระตุกเบา ๆ เพื่อจะลากตัวเขาไป
แต่ลากไปได้ครึ่งทาง ก็พบว่าลากต่อไม่ได้แล้ว
ยมทูตสองตนหันหลังกลับมา ถึงได้เห็นว่าบนร่างวิญญาณยังมี
เชือกตรึงวิญญาณอีกเส้นหนึ่ง และปลายเชือกอีกด้านก็อยู่บนตัว
หญิงสาวคนหนึ่ง
พลังวิญญาณบนร่างของผู้หญิงคนนั้นมีแรงกดข่มผู้คน เมื่อ
เผชิญหน้ากับยมทูต ดวงตาใสของเธอ ไม่มีหลบเลี่ยงเลยแม้แต่น้อย
ยมทูตเอ่ย “…ยมทูตมาจับวิญญาณ คนที่ไม่เกี่ยวข้องหลีกไป”
เขาออกแรงดึงวิญญาณอีกครั้ง
ทางด้านของฉู่ลั่วก็ออกแรงเบา ๆ ดึงเสวียนเฉิงจื่อกลับมาที่เดิม
“พวกเรายังสอบปากคำไม่เสร็จ!”
เสวียนเฉิงจื่อ “…”
ยมทูต “…”
พวกเขามองฉู่ลั่วด้วยความตกใจ