เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 561 น้องชาย คิดมิถึงว่าจะเป็นเจ้า ?
ตอนที่ 561 น้องชาย คิดมิถึงว่าจะเป็นเจ้า ?
เหยฉีคำรามเสียงดังลั่น พลังบนกายพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งภายในพริบตา
ทันใดนั้นจู่ ๆ ก็มีนิ้วมือขนาดใหญ่นิ้วหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากข้างล่าง อีกทั้งยังห่อหุ้มพลังอันแข็งแกร่งเอาไว้
จากนั้นเมื่อนิ้วขนาดใหญ่นิ้วนี้ชี้ขึ้น
สายฟ้าโดยรอบพลันคำราม ไอพลังอันน่ากลัวแผ่ออกมา ทำให้พื้นที่ที่เหล่าบรรพบุรุษเผ่าเทพหมาป่ายืนอยู่กลายเป็นเขตแดนต้องห้าม
มิเพียงเท่านั้น พื้นดินยังเกิดการสั่นสะเทือน รอยแยกอันน่าสะพรึงกลัวแตกออกยาวหลายพันจั้งในเสี้ยววินาทีทันที
วินาทีต่อมา ขณะที่นิ้วมือขนาดใหญ่ชี้ขึ้นไปนั้น ค่ายกลเทพหมาป่าพิฆาตที่เหล่าบรรพบุรุษของเผ่าเทพหมาป่าสร้างขึ้นก็พังทลายลงภายในพริบตา
ทำให้ภายในใจของเหล่าบรรพบุรุษเผ่าเทพหมาป่าเวลานี้ เต็มไปด้วยความขุ่นเคืองและกลัดกลุ้ม
เดิมทีพวกเขาคิดว่าจะสามารถจะอาศัยค่ายกลเทพหมาป่าพิฆาตปะทะกับผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานเช่นเหยฉีได้สักรอบหนึ่ง
ทว่าสิ่งที่พวกเขาคาดมิถึงก็คือ หัตถ์เทวะของเหยฉีจะร้ายกาจถึงเพียงนี้ และเลือกโจมตีด้านล่างของพวกเขาอย่างกะทันหันเช่นนี้
อีกทั้งยังทำให้ค่ายกลเทพหมาป่าพิฆาตถูกทำลายลงภายในพริบตา
“ย๊าก ! ”
ชายชราหัวโล้นที่มีร่างกายกำยำที่ถูกพลังของค่ายกลสะท้อนกลับ ทำให้ร่างกายของเขาสั่นเทาก่อนจะกระอักเลือดออกมา
“เหยฉี เจ้าบำเพ็ญเพียรวิชาที่ร้ายกาจและโหดเหี้ยมเช่นนี้เองสินะ ถึงทำให้กลายเป็นผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานแห่งยุคมานานถึงเพียงนี้ ! ”
ชายชราหัวโล้นใบหน้าซีดเผือดขณะเช็ดเลือดที่มุมปาก ก่อนจะชี้หน้าเหยฉีพร้อมทั้งส่งเสียงคำรามออกมา
ร้ายกาจ ?
โหดเหี้ยม ?
เมื่อได้ยินชายชราหัวโล้นวิจารณ์หัตถ์เทวะเช่นนี้
สีหน้าของเหยฉีพลันเย็นชาลงทันที โดยเฉพาะดวงตาลุ่มลึกคู่นั้น ที่ในเวลานี้เต็มไปด้วยไอสังหารอันน่าสะพรึงกลัว
เขายอมรับว่าหัตถ์เทวะที่ตนได้ใช้การครูพักลักจำมาจากนายท่านอาจจะมิงดงามก็จริง
โดยเฉพาะตอนที่สำแดงกระบวนท่าออกมา มิหนำซ้ำยังต้องตะโกนคำว่า “เจ้าเข้ามา” เพื่อเรียกพลังก่อนอีกด้วย
ทว่าเยี่ยงไรซะ วิชาหัตถ์เทวะนี้ก็มาจากนายท่าน
คนบนโลกนี้สามารถดูถูกข้าเหยฉีได้ แต่หากกล้าว่าร้ายนายท่าน ต่อให้ต้องสู้จนตัวตายก็ต้องลากอีกฝ่ายลงนรกไปด้วยให้ได้
“กล้าดูแคลนหัตถ์เทวะของนายท่าน วันนี้ข้าจะให้พวกเจ้าได้รู้ว่าผู้ที่ดูถูกนายท่าน จะต้องถูกลงโทษเช่นไร ! ”
เหยฉีเอ่ยออกมาอย่างช้า ๆ ขณะเดียวกันร่างของเขาก็แผ่ไอสังหารอันเย็นยะเยือกออกมา
ทันใดนั้น บนผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ก็แทบจะถูกน้ำแข็งผนึกเอาไว้ก็มิปาน
เห็นดังนั้น เหล่าบรรพบุรุษเผ่าเทพหมาป่าที่พลังเริ่มลดลง เนื่องจากถูกค่ายกลครอบงำ พลันมีสีหน้าตื่นตระหนก ก่อนจะหันมาสบตากัน
“ทุกท่าน ตอนนี้ดูเหมือนว่าตาเฒ่าผู้นี้คงจะเอาจริงแล้ว”
“เดิมทีตั้งใจจะอาศัยค่ายกลเทพหมาป่าพิฆาตเพื่อต่อกรกับเขา แต่ผู้ใดเลยจะคิดว่าเขาจะใช้วิชาที่โหดเหี้ยมเช่นนี้ ทว่าเพื่ออนาคตของพวกเราเผ่าเทพหมาป่า จะต้องมีคนขวางเขาเอาไว้ เพื่อคนในเผ่าจะได้มีโอกาสรอดไปได้”
“ตาเดียว พวกเราสองคนอยู่รับมือกับเขาเถอะ”
“……”
“……”
ระหว่างที่เหล่าบรรพบุรุษเผ่าเทพหมาป่ากำลังปรึกษากันอยู่นั้น
ก็มีคนเห็นต่างเอ่ยขึ้น
“ผู้อาวุโส ได้โปรดปรานีด้วย”
“ข้าหาใช่คนของเผ่าเทพหมาป่าไม่ ก่อนหน้านี้ด้วยความจำเป็นจึงต้องเข้าร่วมกับพวกเขา”
ถูกต้อง
เสียงนี้เป็นเสียงของราชันทมิฬที่แฝงตัวเข้ามาอยู่ในเผ่าเทพหมาป่า
เขาพลันยืดร่างกายกำยำขึ้น ขาหน้าทั้งสองข้างไพล่หลังเอาไว้ ราวกับนกกระเรียนท่ามกลางฝูงหงส์ก็มิปาน
“พวกท่านอย่าได้ใช้สายตาเช่นนี้มองข้าเลย เพราะเนื้อแท้แล้วข้าเป็นคนดี หากมิใช่เพราะไร้ทางเลือก จะร่วมทำความชั่วกับพวกเจ้าได้เยี่ยงไรกัน ? ”
ราชันทมิฬเอ่ยด้วยท่าทางสงบนิ่ง พลางกวาดตามองคนในเผ่าเทพหมาป่าที่มีท่าทางตกตะลึง พลางเอ่ยอย่างจริงใจว่า “อีกอย่างนายท่านของข้าเป็นผู้สูงส่งที่สุดของโลกทั้งปวง การที่ข้าร่วมสมคบคิดกับพวกเจ้าก็เพื่อตามหาเบาะแสของนายท่านก็เท่านั้น ! ”
ทันทีที่สิ้นเสียง คนของเผ่าเทพหมาป่าที่หลายวันมานี้เห็นราชันทมิฬราวกับพี่น้องต่างก็เกรี้ยวกราดขึ้นมา
เพราะพวกเขาล้วนแต่เป็นคนของเผ่าเทพหมาป่าอันสูงส่ง ภายในกายไหลเวียนไปด้วยสายเลือดของเทพหมาป่า
คิดมิถึงว่าจะถูกเจ้าสุนัขหน้าด้านไร้ยางอายหลอกเอาเช่นนี้ได้
“ย๊าก ! ”
“ราชันทมิฬ เจ้าสารเลวสมควรตายซะ วันนี้พวกข้าจะต้องฆ่าเจ้าให้จงได้”
“ฆ่าเขาซะ ต้องเอาศีรษะเขามาสังเวยแก่เทพปีศาจให้ได้”
“……”
“……”
และมิเพียงแค่คนในเผ่าเทพหมาป่าทั้งหลายเท่านั้นที่รู้สึกโกรธเกรี้ยว แม้แต่เหล่าบรรพบุรุษของเผ่าเทพหมาป่าเองก็รู้สึกเดือดดาลเช่นกัน
พวกเขาคิดมิถึงเลยว่า เผ่าเทพหมาป่าจะมีสุนัขสารเลวเช่นนี้แฝงตัวเข้ามาได้
ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าสารเลวนั่นมิเพียงแต่ทรยศหักหลังในเวลาสำคัญ ทว่ายังดูแคลนเผ่าเทพหมาป่าอีกด้วย
“เจ้าเด็กน้อย วันนี้ต่อให้ข้าต้องสู้จนตาย ก็จะมิปล่อยเจ้าไปอย่างแน่นอน”
ชายชราหัวโล้นที่กำลังเดือดดาลจ้องเขม็งไปยังราชันทมิฬ พลังปราณรอบกายปะทุขึ้น หมายที่จะลงมือสังหารราชันทมิฬในทันที
ทว่าราชันทมิฬกลับแสยะยิ้มออกมาอย่างมิแยแส
“ตาเฒ่า ข้ายอมรับว่าข้ามิใช่คู่ต่อสู้ของเจ้า แต่หากข้าต้องการที่จะหนีแล้วล่ะก็ ต่อให้ตาเฒ่าอย่างพวกเจ้าร่วมมือกันก็มิอาจขวางข้าได้”
ราชันทมิฬจ้องมองบรรพบุรุษท่านนี้ของเผ่าเทพหมาป่าอย่างเยาะเย้ย พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวนว่า “อีกอย่างต่อให้ผู้อาวุโสท่านนี้มิกวาดล้างเผ่าเทพหมาป่าของพวกเจ้าในวันนี้ วันหน้าข้าจะทำให้เผ่าเทพหมาป่าของพวกเจ้า……”
“มิใช่สิ พวกที่มีแต่กำลังทว่าไร้สมองอย่างพวกเจ้า ยังคู่ควรกับคำว่าเทพหมาป่าอีกเยี่ยงนั้นหรือ ? ข้าว่ามิสู้เปลี่ยนชื่อเป็นเผ่าราชันทมิฬ ชื่อเดียวกับข้ายังจะซะดีกว่า”
ทันทีที่สิ้นเสียง ครั้งนี้มิใช่แค่ชายชราหัวโล้นที่เท่านั้นที่เกรี้ยวกราดขึ้นมา ทว่าบรรพบุรุษเผ่าเทพหมาป่าที่เหลือ รวมถึงคนในเผ่าเทพหมาป่าทั้งหมด ต่างก็พากันเกรี้ยวกราดขึ้นมาอย่างเหลืออด
พวกเขาเป็นถึงเผ่าเทพหมาป่าอันสูงส่ง มิเคยถูกผู้ใดเหยียดหยามเช่นนี้มาก่อน
มิใช่ แค่สุนัขดำที่ไร้ยางอายตัวหนึ่งแต่กล้าเหยียดหยามพวกเขาถึงเพียงนี้
คิดได้ดังนั้น ชายชราหัวโล้นก็มิอาจระงับไฟโทสะภายในใจได้อีกต่อไป
จากนั้นร่างของเขาหายวับไปในอากาศทันที
เพียงพริบตาก็มาปรากฏขึ้นอีกครั้งบนศีรษะของราชันทมิฬ เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าได้มีฝ่ามือที่ห่อหุ้มไอพลังอันรุนแรงหมายจะสังหารราชันทมิฬกดลงมา
“ตาเฒ่า เจ้าเอาจริงหรือ ! ”
เมื่อสัมผัสได้ว่าฝ่ามือนี้แฝงพลังที่น่ากลัวเอาไว้ ราชันทมิฬจึงได้ตะโกนขึ้นดังลั่น ก่อนจะนำภาพราชันทมิฬออกมาโดยมิลังเล
เพียงชั่วประกายไฟแลบ
ภาพที่แปลกประหลาดภาพหนึ่งก็เกิดขึ้น
เมื่อฝ่ามืออันน่ากลัวนั้นปะทะเข้ากับภาพราชันทมิฬ ก็ราวกับจมหายเข้าไปในภาพภายพริบตา มิมีแม้แต่การสั่นสะเทือนให้เห็น
‘นี่มัน ? ? ? ’
‘นี่มัน ! ! ! ’
‘นี่มันเรื่องอันใดกันแน่ ! ’
วินาทีนี้ มิเพียงแต่คนของเผ่าเทพหมาป่าเท่านั้นที่ตกตะลึง แม้แต่บรรพบุรุษเผ่าเทพหมาป่าที่เหลือเองก็งงเป็นไก่ตาแตกเช่นกัน
นี่คือการโจมตีด้วยพลังทั้งหมดของผู้แข็งแกร่งระดับสูงสุด ทว่ากลับถูกดูดกลืนไปอย่างง่ายดาย ?
ภายในภาพแฝงความลึกลับอันใดเอาไว้กันแน่ !
‘ประหลาด ! ’
‘ช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก ! ’
มิน่าเล่าเจ้าสุนัขไร้ยางอายตัวนี้ถึงกล้าสามหาว ที่แท้ก็เพราะมีสุดยอดสมบัติล้ำค่าเช่นนี้นี่เอง
ตอนนั้นเอง เหยฉีที่เดิมต้องการจะกำจัดเผ่าเทพหมาป่าทิ้ง แต่เมื่อได้เห็นละครฉากใหญ่ เขาจึงได้หยุดลงทันที
ทว่าเมื่อเขาได้เห็นภาพราชันทมิฬที่ราชันทมิฬนำออกมา และสัมผัสได้ถึงไอพลังศักดิ์สิทธิ์ที่แผ่ออกมาจากภาพราชันทมิฬ พลันก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที
ถูกต้อง
เพียงแค่ไอพลังที่แผ่ออกมาจากภาพราชันทมิฬ เขาก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าภาพราชันทมิฬภาพนี้เป็นฝีมือของนายท่านอย่างแน่นอน
ระหว่างที่เหล่าบรรพบุรุษของเผ่าเทพหมาป่าล้อมราชันทมิฬเอาไว้ และได้ผนึกช่องว่างจนมิเหลือทางหนีให้ราชันทมิฬนั้น
เหยฉีก็ได้เอ่ยขึ้นว่า “เด็กน้อย ภาพเทพภาพนี้เจ้าได้มาจากที่ใดงั้นหรือ ? ”
ราชันทมิฬหัวเราะออกมา ก่อนจะเอ่ยอย่างมิหวั่นเกรงว่า “ผู้อาวุโส ภาพราชันทมิฬภาพนี้ย่อมมาจากนายท่านของข้าน่ะสิ หรือผู้อาวุโสเองก็รู้จักนายท่านด้วยเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
‘นายท่าน ? ’
เหยฉีมีสีหน้าเปลี่ยนไปอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “เด็กน้อย ทางที่ดีเจ้าอย่าได้หลอกข้าจะดีกว่า มิเช่นนั้นต่อให้เจ้าจะมีสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ ก็มิอาจรอดพ้นเงื้อมมือของข้าไปได้อย่างแน่นอน”
ราชันทมิฬหุบยิ้มที่กำลังหยอกล้อลงทันที ก่อนจะเอ่ยด้วยความเคารพว่า “ผู้อาวุโส ข้ายอมรับว่าตนเองนั้นมิได้เป็นสุนัขที่ดีอันใด แต่นายท่านของข้าเป็นสุดยอดบุคคลที่โดดเด่นเหนือผู้ใดในทุกโลก ข้าจะกล้านำเรื่องเช่นนี้มาล้อท่านเล่นได้เยี่ยงไรกัน ? ”
เหยฉียื่นมือออกมาพลางเอ่ยว่า “ส่งภาพนั้นมาให้ข้าดูหน่อย”
ราชันทมิฬส่ายหน้าไปมา ก่อนจะกางภาพราชันทมิฬให้เหยฉีดูเท่านั้น
ทันใดนั้น เมื่อเหยฉีเห็นสุนัขดำท่าทางสงบเสงี่ยมบนภาพราชันทมิฬ สายตาที่มองราชันทมิฬก็แปรเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
“น้องชาย คิดมิถึงว่าจะเป็นเจ้า ? ”
เหยฉีมีท่าทีที่อ่อนลง ก่อนจะเอ่ยกับราชันทมิฬด้วยรอยยิ้ม