เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 562 ข่าวของนายท่าน
ตอนที่ 562 ข่าวของนายท่าน
ถูกต้อง !
การที่เหยฉีสามารถจำราชันทมิฬได้
ส่วนหนึ่งก็เพราะเขามั่นใจว่าภาพราชันทมิฬนั้น เป็นฝีมือของนายท่านอย่างแน่นอน
อีกอย่างก็คือก่อนที่พวกเขาจะจากมาตามคำสั่ง เย่ฉางชิงได้กำชับพวกเขาให้ตามหาสุนัขดำตัวใหญ่ที่เรียกตนเองว่าราชันทมิฬให้ด้วย
ทว่าสิ่งที่เขาคาดมิถึงก็คือราชันทมิฬจะไร้ยางอายถึงเพียงนี้
แฝงตัวอยู่ในเผ่าเทพหมาป่า แต่ขณะที่เขาเตรียมลงมือกวาดล้างเผ่าเทพหมาป่านั้น
ราชันทมิฬมิเพียงเลือกที่จะทรยศหักหลัง แต่กลับหันไปเล่นงานเผ่าเทพหมาป่าอีกด้วย
พฤติกรรมเช่นนี้มิเคยพบเคยเห็นมาก่อนจริง ๆ
ตอนนั้นเอง เมื่อราชันทมิฬได้ยินดังนั้น พลันหรี่ตาลงอย่างอดมิได้
‘น้องชายงั้นหรือ ? ’
‘คิดมิถึงว่าจะเป็นเจ้า ? ’
‘นี่มันเรื่องอันใดกัน ! ’
‘ข้ารู้จักกับเจ้าหัวล้านนี้ด้วยเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘แต่ช่างเถอะ ! ’
‘ตอนนี้ศัตรูอยู่ตรงหน้า หากมิใช่เพราะถูกบีบจนไร้ทางเลือก ข้าเองก็มิอยากเอาภาพราชันทมิฬออกมาใช้เช่นนี้เหมือนกัน’
‘เยี่ยงไรซะภาพราชันทมิฬภาพนี้ก็เป็นฝีมือของนายท่าน การที่นำมาใช้กับคนพวกนี้มิคู่ควรเลยจริง ๆ ’
‘บัดนี้ในเมื่อเจ้าหัวล้านผู้นี้เป็นฝ่ายยื่นไมตรีมาให้ เช่นนั้นก็ให้เขาต่อกรกับพวกตาแก่เผ่าเทพหมาป่าไปก็แล้วกัน’
หลังจากนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง มุมปากของราชันทมิฬก็ฉีกกว้างออกจนถึงรูหูภายในพริบตา เผยให้เห็นเขี้ยวอันแหลมคม
“พี่ชาย ตาแก่พวกนี้ต้องการจะชิงภาพราชันทมิฬของข้า ท่านจะมองดูเฉย ๆ เยี่ยงนั้นหรือ ? ”
ราชันทมิฬกวาดตามองเหล่าบรรพบุรุษเผ่าเทพหมาป่าที่มีแววตาวาวโรจน์ไปด้วยไฟโทสะ ก่อนจะเอ่ยถามออกไป
ได้ยินดังนั้น เหยฉีก็ชะงักไปเล็กน้อย เพราะตามราชันทมิฬมิค่อยทัน
‘เพียงแค่นี้ก็เชื่อแล้วงั้นหรือ ? ’
‘มิถูกต้องนี่นา ! ’
‘เกิดปัญหาขึ้นแล้ว ! ’
‘เจ้าสุนัขไร้ยางอายตัวนี้ต้องการจะยืมมือข้า ให้กำจัดคนของเผ่าเทพหมาป่าเหล่านี้ชัด ๆ ’
‘แต่สิ่งนี้ก็ช่วยยืนยันได้ว่าเขานั้นภักดีต่อนายท่านเพียงใด’
‘ต่อให้ตกอยู่ในสถานการณ์คับขันก็ยังมิยอมใช้ภาพเทพที่นายท่านมอบให้เพื่อเอาตัวรอด’
คิดได้ดังนั้น
“ช่างเถอะ วันนี้ข้าจะยอมถูกหลอกใช้สักวันก็แล้วกัน”
เหยฉีหัวเราะแห้ง ๆ ออกมา จากนั้นจึงกวาดตามองเหล่าบรรพบุรุษของเผ่าเทพหมาป่า พลางเอ่ยเตือนว่า “ข้าขอเตือนพวกเจ้าอีกครั้ง ราชันทมิฬเป็นสุนัขที่นายท่านเลี้ยงเอาไว้”
“หากพวกเจ้ากล้าลงมือกับเขา มิเพียงแต่จะหนีเอาตัวรอดไปมิได้แล้ว แม้แต่เทพหมาป่าที่พวกเจ้าบูชา วันหน้าก็จะต้องได้รับผลกรรมนี้เช่นกัน”
ชายชราตาเดียวเอ่ยด้วยความโกรธแค้นว่า “เหยฉี ตอนนี้พวกข้ามิมีเวลามาสนใจถึงผลกรรมอันใดทั้งนั้น เจ้าสุนัขตัวนี้มีสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ ขอเพียงพวกข้าสามารถช่วงชิงมาได้ ถึงตอนนั้นก็จะสามารถต่อกรกับเจ้าได้แล้ว”
“มิรู้จักที่สูงที่ต่ำ ! ”
เหยฉีดวงตาวาวโรจน์ พร้อมทั้งคำรามออกมาเสียงเย็น ก่อนจะเพ่งสมาธิใช้สุดยอดเคล็ดวิชาลับผนึกความว่างเปล่าบริเวณนั้นเอาไว้
“เคล็ดมายาวารีกาฬ ! ”
เหยฉีคำรามเสียงเย็นอีกครั้ง จากนั้นมือทั้งสองข้างก็ทำท่ามุทราอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้น ภาพอันน่ากลัวและพิสดารยิ่งก็บังเกิดขึ้น
เมื่อด้านหลังของเหยฉีกลายเป็นมหาสมุทรสีดำ โดยที่แยกมิออกว่าเป็นเพียงภาพนิมิต หรือเป็นความจริงกันแน่
เพียงเสี้ยววินาทีมวลน้ำสีดำก็พุ่งจากข้างกายของเหยฉีทั้งสองข้าง และทำให้คนของเผ่าเทพหมาป่ามากมายจมน้ำภายในพริบตา ด้วยพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวยิ่ง
มิเพียงเท่านั้น ในวินาทีที่ถูกมวลน้ำสีดำดึงลงไป
พลังวิญญาณ จิตวิญญาณและอื่น ๆ ภายในกายของคนเผ่าเทพหมาป่าทั้งหมดก็ถูกสะกดเอาไว้ทันที มิสามารถแม้แต่จะหายใจได้
เพียงมิกี่อึดใจ คนในเผ่าเทพหมาป่าต่างก็ขาดใจตายเพราะหายใจมิออก ราวกับคนจมน้ำก็มิปาน
อีกทั้งมวลน้ำสีดำนี้ก็พิสดารยิ่งนัก เพราะสามารถกัดกร่อนจิตวิญญาณของพวกเขาไปจนหมดสิ้น
ขณะเดียวกัน เหล่าบรรพบุรุษของเผ่าเทพหมาป่าเองก็ได้ล้อมราชันทมิฬเอาไว้ หมายที่จะช่วงชิงภาพราชันทมิฬมาให้ได้
พวกเขาต่างก็รู้ดีว่า มิว่าพวกเขาหรือว่าคนในเผ่าด้านล่าง วันนี้คงมีจุดจบที่มิต่างกัน
ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงฝากความหวังเอาไว้ที่ภาพราชันทมิฬ
หวังว่าเมื่อชิงภาพราชันทมิฬมาได้ ก็จะสามารถฝืนคืนชีพขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
ทว่าพวกเขาประเมินราชันทมิฬและภาพราชันทมิฬต่ำเกินไป
เพราะตลอดหลายปีมานี้มิว่าจะเป็นโลกเบื้องล่างหรือบนสวรรค์บูรพา ราชันทมิฬได้ปล้นสุสานของสำนักเซียนต่าง ๆ ไปแล้วมากมาย ย่อมมีสมบัติวิเศษสะสมเอาไว้จนนับมิถ้วน
และหลายปีมานี้ทุกครั้งที่ราชันทมิฬสามารถรอดพ้นจากอันตรายมาได้ ล้วนเป็นเพราะอาศัยภาพราชันทมิฬ และความแตกฉานในการหลบหนีขั้นสูงนั่นเอง
อย่าว่าแต่บรรพบุรุษของเผ่าเทพหมาป่าพวกนี้เลย เกรงว่าต่อให้เป็นเจ้าแห่งสวรรค์บูรพา ก็คงมิอาจที่จะรั้งราชันทมิฬเอาไว้ได้
เมื่อเห็นเหล่าบรรพบุรุษเผ่าเทพหมาป่าต้องการสังหารเขา
ราชันทมิฬจึงส่ายหน้าไปมาด้วยความผิดหวัง ก่อนจะทอดถอนใจออกมา “เหมือนกับที่นายท่านกล่าวเอาไว้มิผิด ออกไปข้างนอกเพียงลำพัง มิว่าเรื่องใดล้วนต้องพึ่งพาตนเองเท่านั้น”
เอ่ยเพียงเท่านั้น ราชันทมิฬก็ได้นำภาพราชันทมิฬออกมาทันที
วินาทีต่อมาภาพราชันทมิฬก็ปกคลุมกายของราชันทมิฬเอาไว้
จากนั้นราชันทมิฬที่มีร่างกายกำยำก็แปลงกายเป็นแสงสีดำสายหนึ่ง พุ่งทะลุผนึกที่แน่นหนาออกไปทันที โดยมิสนใจผู้ใดอีก
เมื่อเห็นเช่นนั้น ระหว่างที่เหล่าบรรพบุรุษของเผ่าเทพหมาป่ากำลังตื่นตกใจอยู่นั้น
เหยฉีเองก็ขยับทำท่ามุทราอีกครั้ง เมื่อมิต้องกังวลสิ่งใดอีก
ย๊าก !
เสียงคำรามอันน่าเกรงขามเสียงหนึ่งดังขึ้น
มวลน้ำสีดำได้แผ่ขยายไปจนบรรพบุรุษเผ่าเทพหมาป่า ต่อมาก็มีมังกรตัวใหญ่สีดำทะมึนสองตัวพุ่งออกมา
มังกรยักษ์สีดำแผ่ไอสังหารอันรุนแรง ก่อนจะผนึกห้วงอากาศโดยรอบเหล่าบรรพบุรุษเผ่าเทพหมาป่าเอาไว้ จากนั้นก็อ้าปากขึ้นและกลืนพวกเขาลงไปทันที
มิกี่อึดใจต่อมา
หลังจากที่เหล่าบรรพบุรุษเผ่าเทพหมาป่า ร่างกายและจิตวิญญาณถูกทำลายไปจนสิ้น
เหยฉีก็สะบัดแขนเสื้อหนึ่งครั้ง มวลน้ำสีดำจำนวนมหาศาลพลันมลายหายไปในพริบตา
จากนั้นก็หันไปมองยังทิศที่ราชันทมิฬหายตัวไป ก็อดมิได้ที่จะยกมือขึ้นมาคลึงหว่างคิ้วอย่างปวดหัว
“นายท่านให้พวกข้าตามหาราชันทมิฬ แต่ใครเลยจะคิดว่าราชันทมิฬจะพกสมบัติล้ำค่าที่นายท่านให้มาด้วย”
“ต่อให้ข้าอยากจะรั้งเขาเอาไว้ และบอกที่อยู่ของนายท่านก็คงมิอาจทำได้จริง ๆ ! ”
เหยฉีถอนหายใจยาว ๆ ขณะพึมพำกับตนเอง
ทว่าในตอนนั้นเอง ราชันทมิฬก็ได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง ก่อนจะปรากฏกายขึ้นมิไกลนัก
“เจ้าหัวล้าน เจ้ายังมิได้บอกข้าเลยว่าเจ้ารู้จักข้าได้เยี่ยงไร ? ”
ร่างกำยำของราชันทมิฬยืนขึ้น ขาหน้าทั้งสองข้างไพล่เอาไว้ด้านหลัง พลางจ้องเหยฉีด้วยสายตาคาดคั้น
ทว่าเมื่อเหยฉีได้ยินสรรพนามที่ราชันทมิฬใช้เรียกขานตน มุมปากของเขาก็กระตุกขึ้นทันทีอย่างอดมิได้
เขาอยู่บนสวรรค์บูรพามานับล้านปี
ทว่านับตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้ คนที่กล้าล่วงเกินเขาเป็นคนแรกกลับเป็นสุนัขไร้ยางอายตัวนี้
เมื่อสังเกตเห็นปฏิกิริยาบางอย่างของเหยฉี มุมปากของราชันทมิฬจึงยกขึ้น ก่อนจะเอ่ยพลางข่มขู่ว่า “เจ้าหัวล้าน หากต้องการลงมือกับข้า ทางที่ดีเจ้าควรไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนจะดีกว่า”
“นายท่านของข้าเป็นผู้ที่น่ากลัวที่สุดในโลกทั้งปวง หากเขาต้องการสังหารเจ้า เพียงแค่คิดก็สามารถทำได้แล้ว และข้าขอเตือนเจ้าเอาไว้ก่อนนะว่า ภาพราชันทมิฬภาพนี้ก็เป็นฝีมือของนายท่านเช่นกัน”
เหยฉีจ้องมองราชันทมิฬราวกับมิรู้ว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ก่อนจะถอนหายใจออกมาและเอ่ยว่า “ราชันทมิฬ ที่ข้ามาจัดการความโกลาหลอันดำมืดครั้งนี้ ก็เพราะเป็นคำสั่งของนายท่าน”
“และก่อนที่พวกข้าจะออกเดินทาง นายท่านยังได้กำชับว่าหากพบสุนัขดำนามว่าราชันทมิฬ ก็ให้ไปตามหาเขาที่เผ่าสวรรค์”
สิ้นเสียง ราชันทมิฬก็ชะงักไปชั่ว ก่อนที่ดวงตาคู่โตจะเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา
ทว่าสุดท้ายเขาก็กลั้นเอามิไหวจนต้องร้องไห้คร่ำครวญออกมา
“นายท่าน เป็นเขาจริง ๆ หรือ ? ”
“ข้าแทบจะพลิกสวรรค์บูรพาตามหาจนทั่วทั้งสามพันแคว้น ทว่ากลับมิพบแม้แต่เงาของนายท่าน คิดมิถึงว่าในที่สุดข้าก็รู้ข่าวของนายท่านเสียที”
ราชันทมิฬยิ้มออกมาทั้งน้ำตา พลางประสานคารวะแก่เหยฉี
“เจ้าหัวล้าน จงจำเอาไว้ให้ดี”
“หากเจ้ากล้าโกหกข้าล่ะก็ ข้าสาบานว่าจะตามไปขุดสุสานของเผ่าพวกเจ้าให้หมด แต่หากที่เจ้าเอ่ยมาเป็นเรื่องจริง รอข้าได้พบกับนายท่านเมื่อใด ข้าจะขอจดจำบุญคุณนี้ของเจ้าเอาไว้ วันหน้าจะตอบแทนเจ้าอย่างแน่นอน”
เอ่ยเพียงเท่านั้น ราชันทมิฬก็นำภาพราชันทมิฬออกมาอีกครั้ง ก่อนจะหายวับไปอย่างรวดเร็ว