เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 567 สหาย กระบวนท่าของเจ้ายังใช้มิได้
ตอนที่ 567 สหาย กระบวนท่าของเจ้ายังใช้มิได้
เมื่อเย่ฉางชิงเอ่ยออกมาเช่นนั้น
อวิ๋นจงเอี้ยนย่อมมิกล้าเอ่ยสิ่งใดอีก
แม้ว่าคุณสมบัติวิถีเซียนของอวิ๋นเหอจะสูงส่ง ถึงขนาดทำให้นางยอมรับได้ แต่สำหรับผู้อมตะที่อยู่มานานเช่นพวกนางแล้ว
มิว่าจะยุคสมัยใด ผู้ที่ถูกขนานนามว่าผู้กล้าไร้เทียมทานย่อมมีมากมายนับมิถ้วน
ดังคำกล่าวที่ว่า ความสำเร็จของขุนพลเกิดขึ้นได้จากการสละชีวิตของผู้คน
ผู้ที่มีพรสวรรค์โดดเด่นเหล่านี้ก่อนที่จะเติบโตขึ้นอย่างสมบูรณ์ ย่อมมีโอกาสที่จะกลายเป็นหินรองเท้าให้ผู้อื่นเหยียบย่ำบนเส้นทางบำเพ็ญเพียร
ต่อให้เป็นอวิ๋นเหอที่สามารถก้าวสู่ระดับเทวาได้ตั้งแต่อายุยังน้อยก็ตาม
ดังนั้นความเป็นตายของอวิ๋นเหอ ความจริงแล้วนางหาได้ใส่ใจไม่
แต่สิ่งที่นางเป็นกังวลก็คืออารมณ์ของท่านเย่ผู้นี้ต่างหาก
เพราะเขาเป็นถึงผู้ที่แม้แต่นางยังมิสามารถคาดเดาได้ หากอีกฝ่ายต้องการจะทำลายเผ่าสวรรค์ทั้งเผ่า หรือสังหารนางขึ้นมา
นางจะทำสิ่งใดได้
คิดถึงตรงนี้ อวิ๋นจงเอี้ยนก็ลอบถอนหายใจออกมา จากนั้นก็ปรายตามองอวิ๋นเหอที่ยังคงมีท่าทางอวดเก่ง
ส่วนเย่ฉางชิงหาได้รีบร้อนกระโดดลงจากเรือวิเศษไม่ เพียงแค่เอามือไพล่หลังและเดินมายังหน้าราวกั้นที่หัวเรืออย่างช้า ๆ
“เจ้าต้องการประลองเช่นไร ? ”
เย่ฉางชิงเอ่ยด้วยใบหน้าที่แฝงรอยยิ้มเรียบนิ่ง ดูสง่างามและอ่อนโยนยิ่งนัก ขณะมองอวิ๋นเหอที่อยู่เบื้องล่าง
“ง่ายมาก”
ดวงตาของอวิ๋นเหอเปล่งประกายเย็นชาออกมา และจ้องเขม็งไปที่เย่ฉางชิงพลางเอ่ยว่า “ข้า อวิ๋นเหอนับตั้งแต่บำเพ็ญเพียรมา ก็ได้บำเพ็ญเพียรสุดยอดวิถีกระบี่มาโดยตลอด”
“ในรุ่นเดียวกันเพียงแค่ใช้กระบี่มังกรคำรามเล่มเดียวก็สามารถเอาชนะได้แล้ว ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ความแตกฉานขั้นสูงในวิถีกระบี่ของข้า เป็นที่เลื่องชื่อไปทั่วทั้งสวรรค์บูรพา”
“ดังนั้นวันนี้ข้าจะออกกระบี่เพียงกระบวนท่าเดียว หากเจ้าสามารถต้านทานกระบวนท่านี้ของข้าได้ จะถือว่าข้าเป็นฝ่ายพ่ายแพ้”
สิ้นเสียง ใบหน้าของเย่ฉางชิงยังคงเรียบนิ่งเช่นเคย เขาแค่พยักหน้ายิ้ม ๆ ให้เท่านั้น
“ดี ข้าเองก็บำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่เช่นกัน”
เย่ฉางชิงเอ่ยอย่างเรียบ ๆ “และนับตั้งแต่ที่ข้าบำเพ็ญเพียรมา ข้ารู้แจ้งจิตกระบี่เพียงสองกระบวนท่าเท่านั้น”
“เอาเช่นนี้ก็แล้วกัน เจ้าออกกระบี่ให้ข้าดูก่อน จากนั้นข้าจะพิจารณาอีกทีว่าควรปล่อยจิตกระบี่ของข้าออกไปหรือไม่”
‘ในเมื่อเจ้าเด็กคนนี้แสร้งทำตัวสูงส่งต่อหน้าข้า’
‘เรื่องการแสดงแม้ว่าข้าจะมิได้มีประสบการณ์มากนัก แต่ก็มีความคุ้นเคยมิน้อยในการแสร้งทำตัวสูงส่ง’
‘และในเมื่อเขาเลือกที่จะประลองวิถีกระบี่กับข้า’
‘ข้าต้องบอกเจ้าด้วยเยี่ยงนั้นหรือ ว่าข้ารู้แจ้งในภาพกระบี่ไร้สิ้นสุดหมดแล้ว ? ’
‘ขอเพียงเจ้ากล้าออกกระบี่ต่อหน้าข้า ข้าก็จะแก้กระบวนท่าทั้งหมดของเจ้าเสีย’
‘มาเลย ! ’
‘วันนี้ข้าจะสอนเจ้าเองว่าการแสร้งทำตัวสูงส่งนั้นเขาทำกันเช่นไร ! ’
ทว่าเมื่อเย่ฉางชิงเอ่ยออกมา ก็ราวกับก้อนหินที่ตกกระทบน้ำจนเกิดระลอกคลื่นมากมาย
และคนของเผ่าสวรรค์ก็เหมือนจะทนมิไหวอีกต่อไป บัดนี้แต่ละคนจึงมีเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมาที่ขมับ ตาแดงก่ำเพราะอยากจะฉีกเนื้อเย่ฉางชิงออกมาให้รู้แล้วรู้รอด
“เจ้าคนผู้นี้จองหองเกินไปแล้ว ถึงกับกล้าเอ่ยวาจาโอ้อวดในเผ่าสวรรค์ของเราเช่นนี้”
“อวิ๋นเหอเก่งกาจเพียงใด เขาเป็นอัจฉริยะที่ไร้เทียมทาน และหาได้ยากในหลายแสนปีที่ผ่านมาเชียวนะ”
“มิใช่ เอ่ยให้ถูกก็คืออัจฉริยะวิธีกระบี่ที่มิเคยมีมาก่อนต่างหาก”
“คิดถึงตอนนั้น ที่อวิ๋นเหอพกกระบี่เข้าไปยังเจี้ยนโจวเพียงลำพัง ทว่ากลับสามารถเอาชนะยอดฝีมือแทบจะทั้งเจี้ยนโจว แม้แต่บรรพบุรุษของราชวงศ์เซียนหมื่นกระบี่ก็ยังกล่าวว่าอวิ๋นเหอเป็นอัจฉริยะวิถีกระบี่ที่มิเคยมีมาก่อนอีกด้วย”
“ก็นั่นนะสิ เพียงห้าร้อยปีก็สามารถก้าวเข้าสู่ระดับเทวาได้สำเร็จ นี่ถือเป็นสุดยอดความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา อีกทั้งความแตกฉานในวิถีกระบี่ก็ยังมิมีผู้ใดสามารถจินตนาการได้อีกด้วย”
“แต่เมื่อครู่พวกเจ้าได้ยินหรือไม่ ? ”
“เจ้าคนผู้นี้กลับคุยโวท้าทายให้อวิ๋นเหอออกกระบี่ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าตนต้องออกกระบี่ตอบโต้หรือไม่”
“ยิ่งไปกว่านั้นเขายังบอกอีกว่ารู้แจ้งจิตกระบี่เพียงสองท่า เช่นนี้หรือเขาคิดว่าจิตกระบี่เพียงกระบวนท่าเดียวของเขา ก็สามารถทำให้หยวนโจวทั้งแคว้นแยกออกได้แล้วเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“น่าขัน ช่างน่าขันสิ้นดี ! ”
“……”
“……”
เวลาผ่านไปมิกี่อึดใจ
ระหว่างที่คนของเผ่าสวรรค์ยังคงสบประมาทเย่ฉางชิงอยู่นั้น
อวิ๋นเหอที่นิ่งเงียบมานานก็แสยะยิ้มออกมา พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มเย็นชาและเต็มไปด้วยความเดือดดาลว่า “เจ้าควรคิดดูให้ดี หากข้าออกกระบี่ไปแล้ว มีความเป็นไปได้ว่าเจ้าจะต้องตายอยู่ที่นี่”
ทว่ายังมิทันสิ้นเสียง ร่างของอวิ๋นเหอพลันระเบิดไอสังหารอันน่ากลัวออกมาทันที
เย่ฉางชิงสบตากับอวิ๋นเหอเล็กน้อย จากนั้นจึงยิ้มออกมา
“ขอให้เป็นดังที่เจ้ากล่าวมาก็แล้วกัน”
เย่ฉางชิงยิ้มออกมาอย่างสบายอารมณ์ พลางเพ่งสมาธิเพื่อนำตำหนักเทพวาสนาออกมา
เจ้าอวิ๋นเหอผู้นี้คิดจะสังหารเขา เช่นนั้นข้าก็จำเป็นจะต้องเตรียมรับมือให้ดี
หากกระบี่ของเขาแข็งแกร่งอย่างที่เอ่ยจริง เช่นนั้นข้าก็จำเป็นจะต้องใช้ตำหนักเทพวาสนาป้องกันไว้ก่อนจะดีกว่า
สำหรับเขาการแสร้งทำตัวสูงส่งแม้จะสำคัญก็จริง แต่หากชีวิตต้องตกอยู่ในอันตราย เช่นนั้นแล้วจะแสร้งทำตัวสูงส่งไปเพื่ออันใดอีก
วินาทีต่อมา อวิ๋นเหอก็มิเอ่ยพร่ำทำเพลงใด ๆ อีก เพียงแค่มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น
“เปล่งประกายราวกับเปลวไฟ มนุษย์และสวรรค์รวมเป็นหนึ่ง ด้วยนามของข้า จงสำแดงประหารเซียน”
ผมของอวิ๋นเหอปลิวสยาย รอบกายเปล่งแสงสีเงินออกมา ด้านหลังปรากฏวงแสงมหามรรคา ก่อนทะยานขึ้นไปยืนบนท้องฟ้าในทันที
จากนั้นเขาก็ท่องเคล็ด และทำท่ามุทราด้วยมือทั้งสองข้าง
ฟิ้ว !
จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นตัดผ่านท้องนภา
กระบี่เซียนสีทองที่ปกคลุมด้วยพลานุภาพอันแข็งแกร่งเล่มหนึ่ง พลันลอยอยู่บนศีรษะของเขา
เพียงพริบตา กระบี่เซียนก็เปล่งแสงสีทองออกมา
ลำแสงหลากสีสายหนึ่งจากกระบี่สาดส่องทะลุท้องฟ้า แผ่ไอพลังอันน่าสะพรึงกลัวออกมา ความว่างเปล่าโดยรอบเกิดเป็นรอยแยกอย่างต่อเนื่อง
ทำให้กระบวนท่านี้ของเขาดูน่าหวาดหวั่นยิ่งนัก
ทว่าเย่ฉางชิงก็ยังคงมีใบหน้าเรียบนิ่งเช่นเคย ก่อนจะเพ่งสมาธิและเหาะตามขึ้นไปบนฟ้า
“เจ้าจงจำเอาให้ขึ้นใจ กระบวนท่านี้ของข้ามีชื่อว่า ประหารเซียน”
ดวงตาของอวิ๋นเหอเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม ขณะเอ่ยกับเย่ฉางชิงที่อยู่มิไกลนัก
ทว่าสิ่งที่เขาคาดมิถึงก็คือ เย่ฉางชิงหาได้มีความหวาดกลัวไม่
“ประหารเซียน ? ”
เมื่อได้ยินชื่อที่ทรงพลังเช่นนี้
จู่ ๆ เย่ฉางชิงก็รู้สึกว่าชื่อจิตกระบี่ทั้งสองกระบวนท่าของเขาดูงอกง่อยลงทันที
จิตกระบี่แห่งแสง
คลื่นลูกใหญ่
และเขามองว่ากระบวนท่านี้ของอวิ๋นเหอแม้จะดูน่ากลัว แต่กลับแข็งนอกอ่อนในเท่านั้น หาได้มีพลานุภาพใด ๆ ไม่
แค่เขาใช้ภาพกระบี่ไร้สิ้นสุดถอดกระบวนท่าของเขา ก็สามารถหาช่องโหว่ของกระบวนท่าประหารเซียนนี้ได้อย่างง่ายดายแล้ว
หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก เย่ฉางชิงก็ส่ายหน้าน้อย ๆ จากนั้นก็เอ่ยออกไปอย่างตัดความรำคาญว่า “ออกกระบี่เถอะ”
อวิ๋นเหอได้ยินดังนั้น จึงผสานรอยกระบี่เข้าไปในกระบี่เซียนสีทองโดยมิลังเล จากนั้นพลังกระบี่อันน่ากลัวที่ห่อหุ้มด้วยพลังทำลายล้างก็พุ่งเข้าใส่เย่ฉางชิงในทันที
กระบวนท่านี้รวดเร็วราวกับสายฟ้า และเวลานี้ก็อยู่ห่างจากศีรษะของเย่ฉางชิงเพียงครึ่งจั้งเท่านั้น
ทว่าในตอนนั้นเอง ภาพอันพิสดารก็เกิดขึ้น
ขณะที่ไอกระบี่ที่แข็งแกร่งนี้อยู่ห่างจากเย่ฉางชิงเพียงครึ่งจั้ง จิตกระบี่ก็เริ่มทำลายตนเองทันที
เมื่ออำนาจกระบี่และจิตกระบี่มลายหายไปในอากาศ ไอกระบี่ก็ค่อย ๆ ร่วงหล่นราวกับเศษผง
และเมื่ออยู่ห่างจากเย่ฉางชิงเพียงครึ่งเชียะ กลับถูกเย่ฉางชิงใช้สองนิ้วของตนคีบเอาไว้ได้
เมื่อเห็นภาพอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้
ทันใดนั้น ทั้งบนฟากฟ้าและบนพื้นดินต่างเงียบสงัดลงภายในพริบตา
มิว่าจะเป็นอัจฉริยะที่ไร้เทียมทานแห่งเผ่าสวรรค์อย่างอวิ๋นเหอ หรือคนในเผ่าอีกหลายร้อยคนเบื้องล่าง ต่างก็นิ่งค้างราวกับถูกฟ้าผ่าตอนกลางวันแสก ๆ ก็มิปาน
ตอนนั้นเอง นิ้วทั้งสองนิ้วของเย่ฉางชิงก็ยังคงคีบไอกระบี่ที่ยาวหมื่นจั้งสายนั้นเอาไว้ ก่อนมุมปากของเขาจะโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มอันเยือกเย็น
“สหาย กระบวนท่าของเจ้ายังใช้มิได้”
สิ้นเสียง เย่ฉางชิงก็ออกแรงเพียงเบา ๆ ที่ปลายนิ้ว จากนั้นไอกระบี่หมื่นจั้งที่อวิ๋นเหอฟาดฟันออกมา ก็มลายหายไปภายในเสี้ยววินาที
มิเพียงเท่านั้น กระบี่เซียนสีทองเล่มนั้นของอวิ๋นเหอเองก็แตกสลายกลายเป็นผุยผงเช่นกัน