เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 568 ผู้น้อยขอคารวะท่านเป็นอาจารย์ได้หรือไม่ขอรับ ?
- Home
- เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน
- ตอนที่ 568 ผู้น้อยขอคารวะท่านเป็นอาจารย์ได้หรือไม่ขอรับ ?
ตอนที่ 568 ผู้น้อยขอคารวะท่านเป็นอาจารย์ได้หรือไม่ขอรับ ?
เมื่อเห็นภาพนี้คนของเผ่าสวรรค์ที่อยู่ด้านล่างต่างก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป ท่าทางของทุกคนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
มิต้องบอกก็รู้ว่าความแตกฉานในวิถีกระบี่ของคนผู้นี้ แท้จริงแล้วอยู่ในระดับใดกันแน่
เพราะกระบี่ของอวิ๋นเหอเล่มนี้ เป็นกระบี่เซียนขั้นกลางที่มีอยู่เพียงมิกี่เล่มของเผ่าสวรรค์เท่านั้น
ความแข็งแกร่งของกระบี่เล่มนี้จึงมิเป็นสองรองใคร
อีกทั้งการที่อวิ๋นเหอสามารถใช้กระบี่เซียนเล่มนี้ได้ ก็เพราะพรสวรรค์ในวิถีกระบี่ของเขาถึงระดับที่จิตวิญญาณกระบี่ให้การยอมรับแล้วนั่นเอง
มิเช่นนั้นกระบี่เซียนเล่มนี้คงมิถูกเก็บเอาไว้มาหลายแสนปี โดยมิมีผู้ใดครอบครองเช่นนี้แน่
ทว่าสิ่งที่พวกเขาคาดมิถึงก็คือ คนผู้นี้ยังมิทันลงมือก็สามารถทำลายการโจมตีที่แข็งแกร่งของอวิ๋นเหอลงได้ภายในพริบตา
ประหารเซียน !
จากนั้นก็ใช้เพียงสองนิ้วสามารถทำลายกระบี่เซียนลงได้อย่างง่ายดายอีกด้วย
ดูก็รู้ว่าพลังของคนผู้นี้น่ากลัวเพียงใด !
ความแตกฉานในวิถีกระบี่พิสดารลึกล้ำเพียงใด !
‘ฝีมือเช่นนี้เกรงว่าแม้แต่ท่านบรรพจารย์เองก็คงต้องขอยอมแพ้เสียกระมัง ? ’
‘น่าเหลือเชื่อ ! ’
‘ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก ! ’
‘เดิมทีคิดว่าด้วยตบะบารมีของท่านบรรพจารย์ ถือเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในสวรรค์บูรพาแล้ว’
‘แต่ผู้ใดเลยจะคิดว่าจะยังมีผู้ที่น่ากลัวยิ่งกว่าอยู่บนโลกนี้ด้วย’
หลังจากเงียบกันอยู่พักใหญ่
เวลานี้ก็ได้มีคนมองไปที่ร่างสูงโปร่งของเย่ฉางชิง พลางเอ่ยอย่างครุ่นคิดว่า “ช่วงนี้พวกเจ้าเคยได้ยินบ้างหรือไม่ ว่าแคว้นต่าง ๆ ในสวรรค์บูรพาได้มีผู้ที่ไร้เทียมทานปรากฏกายขึ้น”
“ซึ่งพวกเขาต่างมีเป้าหมายเดียวกันคือ กำจัดผู้ที่ก่อให้เกิดความโกลาหลอันดำมืดทั้งหมด โดยที่พวกเขาต่างเอ่ยถึงคนผู้หนึ่งอีกด้วย”
“ผู้ใดกัน ? ”
“จริงด้วย ผู้ที่ไร้เทียมทานเช่นพวกเขา เหตุใดจึงต้องเอ่ยถึงคนหนึ่งขึ้นมาด้วย”
“จริงสิ เจ้าคงมิได้หมายถึงคนผู้นี้หรอกกระมัง ? ”
“หรือพวกเขาเตรียมร่วมมือกันมาจัดการคนผู้นี้ ? ”
“ผิดแล้ว พวกเจ้าล้วนเข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว พวกเขาเรียกคนผู้นี้ว่านายท่าน ด้วยคำสั่งของนายท่านให้กำจัดผู้ที่ก่อให้เกิดความโกลาหลอันดำมืดทั้งหมดให้สิ้นซาก”
“เจ้าหมายความว่านายท่านที่บุคคลไร้เทียมทานเหล่านั้นเอ่ยถึง ก็คือคนผู้นี้เยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“ข้าเองก็มิแน่ใจ นี่เป็นเพียงการคาดเดาของข้าเท่านั้น แต่ตอนนี้ดูท่าแล้วคนผู้นี้น่าสงสัยมากที่สุดแล้ว”
“จริงด้วย ช่างแข็งแกร่งจริง ๆ โดยเฉพาะความแตกฉานในวิถีกระบี่ที่มิอาจจะจินตนาการได้เช่นนี้”
“ใช่แล้ว ๆ เกือบลืมเรื่องสำคัญไปเลย”
“คนผู้นี้เป็นคนที่ผู้สืบทอดหญิงเฝ้ารอมาตลอด ได้ยินว่าตอนที่ผู้สืบทอดหญิงอยู่ที่โลกเบื้องล่าง เคยเป็นคู่บำเพ็ญเพียรกับคนผู้นี้ด้วยนะ”
“แต่การที่ผู้สืบทอดหญิงเข้าหอบรรพบุรุษเพื่อชำระล้าง แท้จริงแล้วหมายความว่าเช่นไร คิดว่าทุกคนล้วนรู้ดีอยู่แก่ใจ มิหนำซ้ำคนผู้นี้ยังแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ เกรงว่าคงต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นเป็นแน่”
“……”
“……”
ขณะที่คนของเผ่าสวรรค์ที่อยู่ด้านล่าง กำลังสนทนากันอยู่นั้น
และเมื่อนิมิตทุกอย่างจางหายไปจนหมดแล้ว
เย่ฉางชิงก็ถูนิ้วไปมาก่อนจะเอามือลง
ต้องบอกว่ากระบวนท่านี้ของอวิ๋นเหอมิได้ร้ายกาจเท่าไรนัก
มิรู้ว่าเป็นเพราะเขาบรรลุระดับติดต่อกันหรือไม่ เพียงแค่ใช้ภาพกระบี่ไร้สิ้นสุดถอดกระบวนท่าของเขาเพียงเล็กน้อย
กระบวนท่าประหารเซียนของอวิ๋นเหอ มิว่าจะเป็นการโคจรของพลังวิญญาณ รวมถึงการมีอยู่ของเจตจำนงแท้จริงของกระบี่ แม้กระทั่งพลังกระบี่ จิตกระบี่ ไอกระบี่ ล้วนถูกเขาถอดได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
ส่วนจะตอบโต้เยี่ยงไรนั้น เขาเพียงแค่ใช้ความแตกฉานในวิถีกระบี่ของตนเอง ใช้ร่างเป็นกระบี่สร้างพลังกระบี่และจิตกระบี่ขึ้นมา
เมื่อกระบี่ของอวิ๋นเหอฟาดฟันลงมา พลังกระบี่และจิตกระบี่จึงเกิดการทำลายตนเอง
ส่วนสาเหตุที่จู่ ๆ กระบี่เซียนเล่มนั้นของอวิ๋นเหอแตกเป็นผุยผง
เย่ฉางชิงเองก็มิเข้าใจเช่นกัน
อาจเป็นเพราะตัวกระบี่เซียนเล่มนั้น คุณภาพของตัวกระบี่อาจมีปัญหาอยู่แล้ว
เมื่อเขาใช้เพียงสองนิ้วบดขยี้ไอกระบี่นั้น จึงเกิดสิ่งที่เรียกว่าการครอบงำ จึงแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนมิใช่สิ่งสำคัญ เพราะสิ่งสำคัญก็คือเย่ฉางชิงรู้สึกพึงพอใจ กับการทำตัวเป็นผู้สูงส่งของตนเองในครั้งนี้ต่างหากเล่า
‘อวิ๋นเหอผู้นี้จองหองอวดดี และคิดที่จะมาโอ้อวดความแตกฉานในวิถีกระบี่ของตนต่อหน้าข้า’
‘สุดท้ายเป็นเช่นไรเล่า ? ’
‘ข้ายังมิทันลงมือก็สามารถทำลายจิตกระบี่ของเขาได้แล้ว อีกทั้งยังใช้เพียงสองนิ้วก็สามารถจัดการไอกระบี่ของเขาได้อย่างง่ายดายอีกด้วย’
‘มิหนำซ้ำยังทำให้เกิดพลังครอบงำ จนกระบี่เซียนของเขาแตกออกเป็นชิ้น ๆ ’
‘ความรู้สึกเช่นนี้มิเลวเลย ! ’
‘มิใช่สิ ! ’
‘มันเยี่ยมมากต่างหาก ! ’
คิดได้ดังนั้น เย่ฉางชิงก็เงยหน้าขึ้นมองอวิ๋นเหอที่ยืนเผชิญหน้ากับเขาอยู่
เพียงแต่อวิ๋นเหอในตอนนี้หาได้มีท่าทางจองหองอวดดีเช่นก่อนหน้านี้ไม่ มิหนำซ้ำยังดูย่ำแย่มากอีกด้วย
สีหน้าซีดเผือด ท่าทางนิ่งงัน ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำ
เมื่อเห็นดังนั้นเย่ฉางชิงก็ยังคงมีสีหน้าเรียบนิ่ง และมีรอยยิ้มเรียบ ๆ ประดับไว้ ทำให้เขาดูสง่างามและสุภาพอ่อนโยนเป็นอย่างมาก
“กระบวนท่านี้ของเจ้ามิได้ร้ายกาจเท่าไรนัก”
เย่ฉางชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน และรอยยิ้มน้อย ๆ “อีกทั้งกระบวนท่านี้ของเจ้ายังมีจุดบกพร่องอยู่”
เอ่ยเพียงเท่านั้น เย่ฉางชิงก็ชูนิ้วชี้และนิ้วกลางขึ้นมา ก่อนที่ปลายนิ้วจะเปล่งประกายขึ้นเล็กน้อย
ทว่าภายในพริบตานั้น
ร่างของเขาก็แผ่ไอพลังวิถีกระบี่อันบริสุทธิ์ไร้ที่เปรียบออกมา จิตกระบี่จำนวนมหาศาลได้ปกคลุมท้องฟ้าบนเผ่าสวรรค์เอาไว้ทันที
จากนั้นเย่ฉางชิงก็ปรายตามองอวิ๋นเหอที่ดวงตาเบิกโพลงเพียงชั่วครู่ ก่อนจะดีดไปเบา ๆ
เสี้ยววินาที แสงสีทองสายหนึ่งก็สาดส่องออกไป ก่อนจะพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า
ทว่าแสงสีทองที่ดูมิมีอันใดพิเศษสายนี้
เสี้ยววินาทีต่อมากลับปรากฏภาพอันน่าสะพรึงกลัวขึ้น
เมื่อแสงสีทองที่ดูธรรมดากลายเป็นไอกระบี่สีทองที่โชติช่วงราวกับเปลวไฟสายหนึ่ง ทอดยาวไปไกลนับหมื่นลี้
ทุกที่ที่ไอกระบี่สีทองพาดผ่าน ความว่างเปล่าเกิดรอยแตกร้าว ชั้นเมฆถูกตัดขาด ทำให้ความว่างเปล่าพลันเกิดรอยแยกอันน่ากลัวขึ้น
รอยแยกขยายออกไปอย่างมิหยุดยั้งมิรู้กี่หมื่นลี้ ก่อนจะหยุดลงในที่สุด
วินาทีนี้ราวกับท้องฟ้าถูกแบ่งครึ่งก็มิปาน
เป็นภาพที่น่าตื่นตระหนกอย่างมาก
มิเพียงเท่านั้นเพราะสิ่งที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงยิ่งกว่า ก็คือ ไอกระบี่ที่เพียงพอจะทำลายล้างทุกสิ่งสายนี้ มิว่าจะเป็นพลังกระบี่หรือว่าไอพลังล้วนเหมือนกับกระบวนท่าของอวิ๋นเหอมิมีผิด
แต่สิ่งที่ต่างออกไปก็คือ ไอกระบี่สายนี้ของเย่ฉางชิงกลับน่ากลัวและรุนแรงกว่าหลายเท่า
ก่อนหน้านี้อวิ๋นเหอยังเคยเยาะเย้ยเย่ฉางชิงเอาไว้ว่าจะใช้กระบี่เดียวผ่าแคว้นเทียนหยง
ทว่าตอนนี้ดูเหมือนว่าไอกระบี่สายนี้หากฟาดฟันลงมาบนพื้นดิน เกรงว่าคงสามารถผ่าแคว้นเทียนหยงออกเป็นสองส่วนได้จริง ๆ
ตอนนั้นเอง เมื่อเห็นรอยแยกอันน่ากลัวที่เกิดจากไอกระบี่ที่ตนได้ปล่อยออกมา
แม้แต่เย่ฉางชิงเองก็ยังอดมิได้ที่จะมีสีหน้าเปลี่ยนไป ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
นี่นับเป็นครั้งแรกที่เขาได้แสดงฝีมือ หลังจากเลื่อนขั้นถึงระดับเทวา
ทว่าแค่ไอกระบี่สายหนึ่งก็สามารถปล่อยพลังทำลายล้างอันน่ากลัวได้มากเพียงนี้
อีกทั้งไอกระบี่สายนี้เทียบกับจิตกระบี่แห่งแสง และจิตกระบี่คลื่นลูกใหญ่ของเขาแล้ว กลับต่างกันโดยสิ้นเชิง
‘นี่มันเกิดเรื่องบ้าอันใดขึ้นกันแน่ ! ’
‘ข้างงไปหมดแล้ว’
หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก เย่ฉางชิงตัดสินใจที่จะมิคิดถึงเรื่องนี้อีก
เขามีลางสังหรณ์บางอย่างเกี่ยวกับตัวตนอันดำมืดของเขาที่ค่อย ๆ เผยออกมา
และสิ่งที่ทำให้รู้สึกกังวลในตอนนี้ ก็คือ หลังจากตัวตนที่แท้จริงของเขาถูกเปิดเผยแล้ว สิ่งที่รอคอยเขาอยู่มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นความเหงาและโดดเดี่ยวที่มิรู้จบ
“ตอนนี้คงได้เวลาไปหาชิงเฟิงแล้ว”
เย่ฉางชิงถอนหายใจออกมาน้อย ๆ จากนั้นก็เหลือบมองอวิ๋นเหอ ก่อนจะโรยตัวลงมาด้านล่าง
ทว่าระหว่างที่เขาหมุนกายเตรียมจากไปนั้น
ในที่สุดอวิ๋นเหอก็ได้เอ่ยขึ้นว่า “ผู้น้อยขอคารวะท่านเป็นอาจารย์ได้หรือไม่ขอรับ ? ”