เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 608 เรือสีดำลึกลับ
ตอนที่ 608 เรือสีดำลึกลับ
“จะไปจากโลกใบนี้แล้วเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวหัวเราะออกมาอย่างน่าสยดสยอง “ผู้แข็งแกร่งวิถีเซียนเช่นนี้ถูกกำหนดมาให้เป็นอาหารของข้า จะปล่อยให้หนีไปได้เยี่ยงไรกัน ! ”
“เด็กน้อย ข้าจะพยายามอย่างสุดแรงเพื่อทำลายข้อต้องห้ามสุดท้ายนี้ หวังว่าเจ้าก็จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยข้าอีกแรงเช่นกัน”
ทันทีที่สิ้นเสียง หลี่เสวียนเทียนก็หรี่ตาลงพร้อมกับพยักหน้ารับ “ขอผู้อาวุโสได้โปรดวางใจ ผู้น้อยจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยท่านออกมาให้ได้ขอรับ”
ผ่านไปมิกี่อึดใจ
มิเพียงเฉพาะวังโจวเท่านั้น ทว่าแม้แต่แคว้นขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้กับวังโจว ปราณวิญญาณฟ้าดินก็ล้วนพลุ่งพล่านขึ้นมา
เปรี้ยง !
ขณะเดียวกัน แผ่นดินอันกว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุดก็เกิดสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ปรากฏรอยแยกอันน่าสะพรึงกลัวที่ลึกจนมิเห็นจุดจบขึ้นมามิหยุด
โดยเฉพาะส่วนลึกของวังโจว ที่นี่ได้กลายเป็นดินแดนมรณะไปเรียบร้อยแล้ว
ลาวาสีแดงฉานพวยพุ่งขึ้นมาจากใต้ดินอย่างต่อเนื่อง
หมอกควันอันหนาทึบระเหยออกมาจากที่ต่าง ๆ ก่อนจะพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
มิเพียงเท่านั้น พลังปราณพิฆาตต่าง ๆ ก็กระจายไปทั่วทุกสารทิศ ทำให้เกิดรอยแยกยาวหลายร้อยจั้งขึ้นในห้วงอากาศอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน
และบนท้องฟ้าเวลานี้ หลี่เสวียนเทียนก็ยังคงถือทวนเทพเอาไว้ในมือ รอบกายปกคลุมไปด้วยนิมิตต่าง ๆ และแผ่พลานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวยิ่งออกมาอีกด้วย
ฟิ้ว !
จากนั้นเขาก็แทงทวนออกไปทันที
เพียงเสี้ยววินาที ราวกับท้องฟ้าทรุดลงไปกว่าครึ่งจั้ง
ลำแสงเจิดจ้าที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่งสายหนึ่งก็พุ่งลงไปยังเบื้องล่าง……
ปรากฏการณ์ทำลายฟ้าดินเช่นนี้ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก !
แต่เวลานี้หลี่เสวียนเทียนกลับรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก
เพราะด้วยตบะบารมีของเขาในตอนนี้ สามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงความร้อนรนของสิ่งมีชีวิตโบราณผู้นี้ ขณะโจมตีข้อต้องห้ามสุดท้ายอย่างบ้าคลั่ง
ดังนั้นขอเพียงสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวผู้นี้ถูกปล่อยออกมา
เขาจะต้องรีบเดินทางไปยังเส้นทางโบราณ เพื่อตามหาท่านเย่อย่างแน่นอน
แต่ความจริงแล้วสิ่งที่เรียกว่าเส้นทางโบราณนั้น หาได้ง่ายดายดังเช่นที่คิดเอาไว้ไม่
หลี่เสวียนเทียนผู้เป็นเจ้าผู้ปกครองสวรรค์บูรพา ย่อมรู้ความลับทั้งหมดเกี่ยวกับเส้นทางโบราณดี
ความจริงแล้วเส้นทางโบราณนั้นหาได้ตั้งอยู่ในสวรรค์บูรพาไม่
บางทีอาจเป็นแดนต้องห้ามบางแห่งในแดนเซียนโบราณ
และมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะตั้งอยู่ในแดนเซียนโบราณที่ลึกลับยิ่งกว่านั้น
อีกทั้งบนเส้นทางโบราณนั้นก็เต็มไปด้วยสิ่งแปลกประหลาดมากมาย แม้แต่พลังของเจ้าแห่งสวรรค์บูรพาเช่นเขาก็ยังมิกล้าก้าวเข้าไป
เพราะตอนที่เขามาปกครองสวรรค์บูรพาใหม่ ๆ ก็พบว่าทางที่จะเข้าไปยังเส้นทางโบราณสายนี้แม้จะอยู่ในเขตของสวรรค์บูรพา
ทว่าตัวเส้นทางโบราณสายนี้กลับมิได้รับผลกระทบ และถูกจำกัดด้วยกฎของสวรรค์บูรพาแม้แต่น้อย
แน่นอนว่าเจ้าแห่งสวรรค์บูรพาเช่นเขา ย่อมเคยลองก้าวเข้าไปบนเส้นทางโบราณสายนี้มาแล้ว เพื่อหวังที่จะตามหาโอกาสและวาสนา
ทว่าเมื่อเขาก้าวเข้าไปบนเส้นทางโบราณครั้งแรก กลับสัมผัสได้ถึงกลสังหารอันน่ากลัวจนเขาอดที่จะอกสั่นขวัญแขวนมิได้
มิเพียงเท่านั้นเขายังพบว่ามีไอพลังประหลาดมากมาย ที่ห่อหุ้มด้วยพลังอันพิสดารบางอย่างเอาไว้ และต้องการไหลเข้าสู่ร่างของเขาตลอดเวลา
เมื่อเวลาผ่านไป จากการที่เขาคอยเฝ้าสังเกตการณ์อย่างต่อเนื่อง
ทำให้เขาค้นพบว่าผู้ที่สามารถก้าวไปบนเส้นทางโบราณจนสามารถขึ้นไปยังแดนเซียนโบราณได้สำเร็จ ล้วนเป็นเหล่าคนรุ่นหลังที่ก่อนหน้านี้มิได้ตั้งใจสะกดตบะบารมีเอาไว้
ส่วนพวกตาแก่รู้มากที่คอยแต่สะกดตบะบารมีเอาไว้ หวังจะสร้างรากฐานให้มั่นคงจะได้ขึ้นไปแดนเซียนโบราณได้สำเร็จนั้น
บ้างก็ตายอยู่ที่นั่น บ้างก็แปดเปื้อนพลังประหลาด กลายเป็นเซียนทุรชน
นี่จึงตีความได้ว่า พลังยิ่งแข็งแกร่งก็ยิ่งถูกเส้นทางโบราณจับตามองมากเป็นพิเศษ
และมิว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตอันน่ากลัวที่ถูกผนึกเอาไว้ผู้นี้ หรือท่านเย่ที่มีตบะบารมีอันลึกล้ำ
หลี่เสวียนเทียนรู้ดีว่า การจะให้ทั้งสองคนตายอยู่ที่เส้นทางโบราณคงจะเป็นไปมิได้
แต่หากเส้นทางโบราณสามารถสะกดและลดพลังของทั้งสองลง เช่นนั้นเจ้าแห่งสวรรค์บูรพาอย่างเขาวันหน้าก็มิต้องอยู่อย่างอกสั่นขวัญแขวนตลอดเวลาเช่นนี้อีกแล้ว
แต่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดก็คือ การที่ทั้งสองสามารถไปจากสวรรค์บูรพาได้อย่างราบรื่น และมิสร้างความเสียหายใด ๆ ให้แก่สวรรค์บูรพา
หากเป็นเช่นนั้นเจ้าแห่งสวรรค์บูรพาอย่างเขา ก็มิมีอันใดให้ต้องกังวลอีกแล้ว
……
……
เพียงพริบตา
เกือบสิบวันแล้วที่พวกเย่ฉางชิงออกมาจากเมืองฟานเฉิง
แม้จะมีตำนานมากมายที่เต็มไปด้วยความอัศจรรย์เกี่ยวกับเส้นทางโบราณ
สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรวิถีเซียนทั่วไป ยิ่งเป็นสิ่งที่ยากจะได้สัมผัส
แต่สำหรับผู้แข็งแกร่งของสวรรค์บูรพาอย่างพวกจ้าวปีศาจคิ้วแดงแล้ว การจะไปยังเส้นทางโบราณหาใช่เรื่องยากไม่
ใกล้พลบค่ำ
ด้วยการนำทางอย่างคุ้นเคยของจ้าวปีศาจคิ้วแดง ทุกคนก็มาถึงริมฝั่งมหาสมุทรอันกว้างใหญ่
“นายท่าน ที่นี่ก็คือที่เรียกกันว่าทะเลดำ ซึ่งเส้นทางโบราณได้ตั้งอยู่ในส่วนลึกของทะเลดำอันกว้างใหญ่แห่งนี้ขอรับ”
จ้าวปีศาจคิ้วแดงแปลงร่างเป็นมนุษย์อีกครั้ง พลางโค้งคำนับและเอ่ยอธิบายด้วยความนอบน้อมให้เย่ฉางชิงทราบ “เนื่องจากบนท้องฟ้าเหนือทะเลดำนั้นคาดเดาได้ยาก และมักจะมีกลสังหารอันน่าสะพรึงกลัวปรากฏขึ้นอยู่บ่อยครั้ง”
“ดังนั้นเมื่อเรามาถึงริมฝั่งทะเลดำแล้ว พวกเราจึงทำได้เพียงนั่งเรือไปยังเส้นทางโบราณเท่านั้นขอรับ”
“นั่งเรือ ? ”
เย่ฉางชิงกวาดตามองหมู่เมฆที่ลอยต่ำ หมอกสีดำที่แผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ แล้วจึงถอนสายตากลับมา พร้อมเอ่ยขึ้นว่า “ในเมื่อต้องนั่งเรือ เช่นนั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ”
ทันทีที่สิ้นเสียง จ้าวปีศาจเสวียนอู๋ที่อยู่ข้าง ๆ จึงประสานมือและเอ่ยขึ้นว่า “นายท่านขอรับ การจะไปยังเส้นทางโบราณจะมิสามารถใช้เรือวิเศษได้ขอรับ”
‘หา ? ’
‘เรือวิเศษก็ใช้มิได้เยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘เช่นนั้นต้องทำเยี่ยงไร จึงจะไปเส้นทางโบราณได้เล่า ? ’
‘คงมิได้จะให้ข้ามาพับเรือกระดาษให้พวกเจ้าใช้เดินทางหรอกกระมัง ? ’
เย่ฉางชิงลอบขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางพร่ำบ่นอยู่ในใจอย่างอดมิได้
มินาน จ้าวปีศาจหน้าหยกก็เอ่ยเสริมขึ้นว่า “นายท่าน กล่าวกันว่าที่ก้นทะเลดำแห่งนี้ มีสิ่งมีชีวิตโบราณมากมายหลับใหลอยู่ หากนั่งเรือวิเศษสิ่งมีชีวิตโบราณเหล่านี้ก็จะสัมผัสได้ทันที”
“ถึงตอนนั้นมิว่าจะเป็นเรือวิเศษหรือว่าผู้แข็งแกร่งบนเรือ ก็จะกลายเป็นอาหารของสิ่งมีชีวิตโบราณเหล่านี้ขอรับ”
“อีกทั้งหากสิ่งมีชีวิตโบราณเหล่านี้ตื่นขึ้นมา ทะเลดำก็จะกลายเป็นดินแดนต้องห้ามในทันที จนถึงเวลาที่ยุคสมัยนี้สิ้นสุดลง สิ่งมีชีวิตโบราณเหล่านี้ถึงจะหลับใหลอีกครั้ง”
“ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันพวกเราควรจะทำตามธรรมเนียมที่นี่ นั่นคือนั่งเรือสีดำลึกลับไปยังเส้นทางโบราณขอรับ”
“เรือสีดำ ? ”
เย่ฉางชิงปรายตามองพวกจ้าวปีศาจหน้าหยกเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองทะเลดำที่ราวกับน้ำเสียก็มิปาน
‘เรือสีดำ ? ’
‘แล้วเรือสีดำที่พวกเจ้าเอ่ยถึงอยู่ที่ใดกัน เหตุใดข้าถึงมองมิเห็นเล่า ? ’
‘หรือพวกเจ้าคิดว่าข้าตาบอด ? ’
ตอนนั้นเอง จ้าวปีศาจคิ้วแดงเหมือนจะสังเกตเห็นท่าทีที่เต็มไปด้วยความสงสัยของเย่ฉางชิงออก จึงเอ่ยอธิบายเสียงเบาว่า “นายท่าน เมื่อราตรีมาเยือนจะมีเรือสีดำมากมายแล่นมาจากส่วนลึกของทะเลดำขอรับ”
“เมื่อถึงยามโฉ่ว[1] เรือสีดำเหล่านี้ก็จะกลับไปทางเดิม และจะพาพวกเราเดินทางไปยังอีกฝั่งของทะเลดำได้ หรือก็คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางโบราณขอรับ”
ได้ยินดังนั้น มุมปากของเย่ฉางชิงก็โค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ออกมา
แม้จะมิรู้ว่าเรือสีดำเหล่านี้มีความหมายเช่นไร
หรือบ่งบอกถึงอันใดกันแน่
แต่ตามปกติแล้ว
เบื้องหลังของเรือสีดำเหล่านี้จะต้องมีความลับ ที่มิสามารถบอกผู้ใดได้ซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
จนเวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม
ระหว่างที่ราตรีค่อย ๆ คืบคลานเข้ามา
เมื่อทอดสายตามองออกไป จะพบว่าบัดนี้ได้มีจุดสีดำมากมายปรากฏขึ้นราง ๆ ที่ส่วนลึกของทะเลดำ
[1] ยามโฉ่ว เป็นการนับเวลาแบบจีน คือช่วงตี1 ถึง ตี 3