เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 737 สิ่งมีชีวิตเลือดบริสุทธิ์
ตอนที่ 737 สิ่งมีชีวิตเลือดบริสุทธิ์
นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ ?
หรือว่าเรื่องที่พวกเขาสองคนแอบอ้างออกคำสั่งโดยพลการ จะถูกนายท่านทราบเรื่องเข้าแล้ว ?
อืม !
คงจะเป็นเช่นนี้แน่ !
ไม่ใช่สิ !
ต้องเป็นเช่นนี้แน่นอน !
ไหนบอกว่าครั้งนี้นายท่านจะไปเข้าฌานที่ด้านนอกยาวนานมากไม่ใช่หรือ เหตุใดจึงกลับมาเร็วเพียงนี้ ?
หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก หลิงอวี่และจื่อหลิงลอบสบตากันเล็กน้อย จากนั้นก็ตัดสินใจรับสารภาพออกไปตรง ๆ
ไม่นานมานี้เขาประมาทจนปล่อยให้มารเผ่าจิ้งหรีดโบราณเข้ามาได้ จึงต้องเปิดค่ายกลเวทย์ต้องห้ามเพื่อออกคำสั่งโดยพลการ สั่งให้ผู้แข็งแกร่งวิถีเซียนของดินแดนต่าง ๆ ตามล่ามารเผ่าจิ้งหรีดโบราณตนนั้น
ตอนนี้เมื่อสิ่งต่าง ๆ ถูกเปิดเผยแล้ว จึงทำได้เพียงยอมรับสารภาพ บางทีอาจมีโอกาสรอดชีวิตอยู่
“เรียนนายท่าน ก่อนหน้านี้ผู้น้อยประมาทเลินเล่อจนทำให้มารเผ่าจิ้งหรีดโบราณเข้ามายังแดนเซียนจื่อฉง ด้วยไร้หนทางผู้น้อยจึงได้เปิดใช้ค่ายกลเวทย์ในนามของท่านและออกคำสั่งลงไป ให้ผู้บำเพ็ญเพียรวิถีเซียนดินแดนต่าง ๆ ตามล่ามารเผ่าจิ้งหรีดโบราณผู้นั้นขอรับ”
หลิงอวี่โค้งตัวลง พลางบอกกับลู่ชิงซวงด้วยความสัตย์จริง
ทว่าทันทีที่สิ้นเสียง ยังไม่ทันที่ลู่ชิงซวงจะเอ่ยปาก ผู้เฒ่าชุดดำก็อดมิได้ที่จะเอ่ยว่า
“หึ ดีจริง ๆ ที่แท้ตัวการที่ทำให้นายท่านของข้าโดนดูถูก ที่แท้ก็เป็นเพราะคนรับใช้ของเจ้านี่เอง”
ผู้เฒ่าชุดดำแค่นเสียงเย็นออกมา พลางปรายตามองลู่ชิงซวงที่มีสีหน้าเย็นชาไม่แพ้กัน พร้อมเอ่ยอย่างเย้ยหยัน
ลู่ชิงซวงทำเหมือนไม่ใส่ใจ ดวงตาที่เรียบนิ่งคู่นั้นส่องประกายเย็นเยียบออกมาจากภายใน
“ในเมื่อเจ้ายอมรับผิด ข้าก็จะไม่ทรมานเจ้า ดังนั้นเจ้าจงปลิดชีพตนเองซะ”
ลู่ชิงซวงเงียบอยู่สักพัก แต่กลับเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนตื่นตระหนกออกมา
“นายท่าน……”
หลิงอวี่สั่นเทาขึ้นมาทันที เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองลู่ชิงซวง
จื่อหลิงเองก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือว่า “นายท่านขอรับ แม้หลิงอวี่จะมีความผิด แต่ก็ไม่ถึงขั้นต้องลงโทษเช่นนี้กระมังขอรับ ? ”
“หน้าที่ของพวกเจ้าสองคนคือเฝ้าประตูโลกา ประตูโลกามีความสำคัญเช่นไร คงมิต้องให้ข้าพูดอีกกระมัง ? ”
ลู่ชิงซวงเอ่ยเสียงเรียบ พร้อมสีหน้าที่ไร้ความรู้สึก “อีกอย่างการแอบอ้างชื่อของข้าเพื่อออกคำสั่งโดยพลการ สิ่งนี้หมายความเช่นไรพวกเจ้าสองคนคงรู้ดีอยู่แก่ใจ”
เมื่อเห็นลู่ชิงซวงตัดสินใจเด็ดขาดเช่นนี้ หลิงอวี่จึงมิได้เอ่ยสิ่งใดอีก เขาทำได้เพียงโค้งคำนับให้ลู่ชิงซวง จากนั้นก็ลุกยืนขึ้นและแปลงกายเป็นลำแสงสายหนึ่งก่อนจะพุ่งออกไปด้วยความรวดเร็ว
เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งก้านธูป
ตู้ม !
จู่ ๆ ก็มีเสียงกึกก้องเสียงหนึ่งดังมาจากทางที่หลิงอวี่หายตัวไป
ไม่นานก็มีคลื่นพลังอันรุนแรงพวยพุ่งขึ้นมา
“พี่หลิงอวี่……”
จื่อหลิงมองไปยังทิศที่หลิงอวี่หายตัวไปก่อนหน้านี้ และอดมิได้ที่จะเผยสีหน้าโศกเศร้าออกมา
ลู่ชิงซวงยังคงไม่แยแสสิ่งใด เพียงแค่เอ่ยถามที่อยากรู้ต่อว่า “จื่อหลิง ไม่กี่วันนี้มีคนมาหาข้าที่นี่หรือไม่ ? ”
จื่อหลิงโค้งกายลงพร้อมประสานมือให้ ก่อนจะเอ่ยตอบโดยไม่ต้องคิดว่า “เรียนนายท่าน ช่วงที่ผ่านมาไม่มีสิ่งมีชีวิตใด ๆ บุกเข้ามายังคีรีเทพเป่ยฉงเลยขอรับ”
ลู่ชิงซวงขมวดคิ้วน้อยๆ พลางหันไปสบตากับผู้เฒ่าชุดดำ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบว่า “แดนรกร้างทางตอนเหนืออันกว้างใหญ่นั้นอันตรายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีสถานที่ต้องห้ามหลายแห่ง และมีสิ่งมีชีวิตโบราณที่ความแข็งแกร่งของพวกเขายังเหนือกว่าข้าอาศัยอยู่อีกด้วย”
ผู้เฒ่าชุดดำเข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดของลู่ชิงซวงดี ทว่าเขาก็ยังคงเอ่ยออกมาอย่างมั่นใจว่า “ในเมื่อนายท่านยังมิได้มาถึงที่นี่ เชื่อว่าคงได้พบเจอกับสิ่งมีชีวิตโบราณตนอื่นเข้าเป็นแน่ แต่ทางที่ดีพวกเขาไม่ควรไปล่วงเกินนายท่านจะดีกว่า มิเช่นนั้นคงมีจุดจบโดยกายสลายเต๋าสูญสิ้นอย่างแน่นอน”
ลู่ชิงซวงได้ยินดังนั้นก็มิได้เอ่ยสิ่งใดอีก แต่จื่อหลิงกลับอดมิได้ที่จะมีสีหน้าเปลี่ยนไปทันทีที่ได้ยิน
บรรดาสิ่งมีชีวิตโบราณบนแดนรกร้างทางตอนเหนือน่ากลัวเพียงใดเขาย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ
แต่ผู้เฒ่าชุดดำกลับคุยโวว่านายท่านของเขาสามารถสังหารสิ่งมีชีวิตโบราณเหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย
หรือนายท่านของเขาจะเป็นราชันในตำนานอย่างนั้นหรือ ?
“นายท่านขอรับ นายท่านของคนผู้นี้คือผู้ใดกันแน่หรือขอรับ จึงสามารถสังหารสิ่งมีชีวิตโบราณเหล่านั้นได้ ? ”
จื่อหลิงรู้สึกอึดอัดใจจึงอดมิได้ที่จะส่งกระแสจิตไปถามลู่ชิงซวง
ลู่ชิงซวงปรายตามองจื่อหลิงเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับเรียบๆ ว่า “ว่ากันว่ามารเผ่าจิ้งหรีดโบราณที่ถูกผนึกไว้ที่โลกเบื้องล่างตายด้วยน้ำมือนายท่านของเขา หรือก็คือผู้ที่พวกเจ้าเข้าใจผิดว่าเป็นมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณตนนั้น ส่วนเรื่องที่ว่าแท้จริงแล้วเขาคือผู้ใดกันแน่นั้น ข้าเองก็มิอาจรู้ได้เช่นกัน”
“อะไรนะขอรับ ! ”
จื่อหลิงใจสั่นระรัวพร้อมกับหน้าเปลี่ยนสีไปทันที ท่าทางเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
เวลานี้เขาจึงเข้าใจแล้วว่าเหตุใดลู่ชิงซวงจึงลงโทษหลิงอวี่เด็ดขาดเช่นนั้น
ที่แท้ไม่ได้เป็นเพียงเพราะหลิงอวี่ละเลยหน้าที่ แต่ยังออกคำสั่งให้ผู้บำเพ็ญเพียรในดินแดนต่าง ๆ ไล่ล่าผู้ที่น่ากลัวท่านนี้ต่างหาก
ดังนั้นการที่นายท่านของเขาทำเช่นนี้ก็เพื่อปกป้องชีวิตตัวเองด้วย
ผู้เฒ่าชุดดำเอ่ยขึ้นอีกครั้งว่า “เจ้าแห่งแดนเซียน ในเมื่อนายท่านยังมาไม่ถึง เช่นนั้นไม่ทราบว่าช่วยพาข้าไปยังแดนต้องห้ามอื่น ๆ ได้หรือไม่ ? ”
ลู่ชิงซวงมิได้ตอบสิ่งใด แต่เพ่งสมาธิพาผู้เฒ่าชุดดำหายไปจากตรงนั้นทันที
เวลาเพียงไม่กี่อึดใจ ทั้งสองก็ปรากฎกายขึ้นอีกครั้งที่ด้านบนของหุบเขาน้ำแข็งแห่งหนึ่ง
ในส่วนลึกของหุบเขาด้านล่าง
มังกรน้ำแข็งตัวใหญ่กำลังนอนขดตัวอยู่ ดวงตาขนาดใหญ่ปิดสนิท จมูกขยับตามการหายใจ และพ่นไอเย็นที่สามารถผนึกทุกอย่างเอาไว้ออกมา
โดยเฉพาะไอพลังอันชั่วร้ายที่แผ่ออกมารอบกายนั้น เกรงว่าแค่เข้าใกล้เพียงเล็กน้อยก็คงทำให้คนรู้สึกหลาดหวั่น และเวียนศรีษะได้แล้ว
“ที่นี่ไม่มีร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด แสดงว่านายท่านผู้นั้นของเจ้ามิได้มาที่นี่”
ลู่ชิงซวงพิจารณาอยู่สักพักจึงเอ่ยออกมา
สายตาของผู้เฒ่าชุดดำจับจ้องไปยังร่างของมังกรน้ำแข็งยักษ์ตัวนั้น พร้อมกับพยักหน้าเห็นด้วย และอดมิได้ที่จะทอดถอนใจออกมา “คิดไม่ถึงว่าที่นี่จะมีสิ่งมีชีวิตสายเลือดบริสุทธิ์หลับใหลอยู่ ช่างหาได้ยากจริง ๆ ”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง มังกรน้ำแข็งยักษ์ที่หลับใหลอยู่ในส่วนลึกของหุบเขาก็เหมือนสัมผัสได้ ดวงตาขนาดใหญ่พลันลืมขึ้นมาทันที
เปรี้ยง !
เสียงอันกึกก้องดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งหุบเขา
วินาทีที่มังกรน้ำแข็งยักษ์ตัวนั้นลืมตาขึ้น สายฟ้าสีขาวแสบตาสองสายก็ผ่าลงมาใส่ลู่ชิงซวงและผู้เฒ่าชุดดำ
“อ้อ ที่แท้ก็น้องชิงซงนี่เอง”
ระหว่างที่ลู่ชิงซวงสะบัดแขน ทำลายสายฟ้าทั้งสองสายอย่างง่ายดายนั้น
ร่างสีขาวที่อ้อนแอ้นร่างหนึ่ง พลันปรากฏขึ้นตรงหน้าคนทั้งสอง พลางเอ่ยด้วยเสียงที่อ่อนโยน
ร่างสีขาวนั้นคือสตรีลึกลับที่สวมชุดเกราะผู้หนึ่ง
ผิวของเธอขาวราวหิมะ พลางเปล่งประกายจางๆ ออกมา ใบหน้าสง่างามและบนหน้าผากมีเขาสีขาวราวกับหยกโผล่ขึ้นมาหนึ่งอัน
โดยเฉพาะผมสีขาวที่ยาวสลวยจนระพื้น
แต่เมื่อเธอย่างก้าวเข้ามาหาพวกเขา พลานุภาพอันน่ากลัวกลุ่มหนึ่งพลันแผ่ออกมา
ลู่ชิงซวงขมวดคิ้วมุ่น พลางเอ่ยเสียงเรียบว่า “วันนี้มารบกวนโดยมิได้ตั้งใจ เช่นนั้นพวกเราขอตัวก่อน”
สตรีลึกลับที่มีผมขาวแวบหายตัวมาขวางทางลู่ชิงซวงและผู้เฒ่าชุดดำเอาไว้ พลางเอ่ยหยอกล้อว่า “ไม่เจอกันหมื่นปี ตบะบารมีของน้องชิงซวงเพิ่มขึ้นมาก วันนี้ในเมื่อมาแล้วก็ช่วยประลองกับข้าหน่อยเถอะ”
ลู่ชิงซวงเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบว่า “วันนี้ที่ข้ามาเพราะต้องการตามหาคนผู้หนึ่ง หากท่านต้องการสู้กับข้า วันหน้ายังมีโอกาสอีกมาก”
สตรีลึกลับหัวเราะเสียงเย็นออกมา “หากข้าไม่ให้เจ้าไปเล่า ? ”
ลู่ชิงซวงขมวดคิ้วมุ่น ไอสังหารอันน่ากลัวพลันปะทุออกมา
ตอนนั้นเองผู้เฒ่าชุดดำจึงปรายตามอง พลางเอ่ยขึ้นว่า “แค่สิ่งมีชีวิตเลือดบริสุทธิ์ตัวหนึ่ง หากเป็นตอนที่ข้าแข็งแกร่งอยู่ล่ะก็ ใช้หมากแค่ตัวเดียวก็สามารถสังหารเจ้าได้แล้ว ! ”
สตรีลึกลับได้ยินดังนั้น พลันมีสีหน้าเข้มขึ้นทันที ก่อนจะหันไปมองผู้เฒ่าชุดดำตาเขม็ง