เกิดใหม่เป็นยอดดวงใจขุนนางจอมโฉด - ตอนที่ 17 เปิดโปงหลินหว่านเอ๋อร์
ลู่หลิงเซียวสร้างคุณปการใหญ่หลวงที่ชายแดน กำลังได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ ใครบ้างไม่อยากประจบฮูหยินของเขา
บรรดาฮูหยินพลันยิ้มแย้มเต็มใบหน้าเข้ามาห้อมล้อม
ในบรรดาพวกนางมีคนที่เคยไปร่วมงานเลี้ยงที่จวนผู้บัญชาการประจำนครหลวง ทว่ายังไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับหลินหว่านเอ๋อร์ และมีบางคนที่ไม่ได้ไปร่วมงานเลี้ยงหยิบของเสี่ยงทาย คอยหาโอกาสเข้าใกล้ฮูหยินของลู่หลิงเซียวมาตลอด
ลี่ว์หลัวเห็นเข้าก็รีบเอ่ยกับหวังฮูหยินว่า “หวังฮูหยิน ฮูหยินของข้าจำท่านได้ หลังจากกันที่จวนผู้บัญชาการประจำนครหลวงแล้ว ฮูหยินบ่นหาท่านบ่อยๆ แหน่ะเจ้าค่ะ!”
หวังฮูหยินได้รับความโปรดปรานจนรู้สึกประหลาดใจไปแล้ว!
แม้ว่าสามีของนางงจะมีตำแหน่งสูง ทั้งยังเป็นขุนนางเก่าแก่ แต่ไหนเลยจะเทียบกับแม่ทัพลู่ที่กำลังเป็นที่นิยมได้
“ลู่ฮูหยิน ขอบใจที่คิดถึงกัน ข้าน่ะอยากไปเยี่ยมเจ้าที่ตระกูลลู่ตั้งนานแล้ว!”
ปั้นซย่าโมโหหนัก
คุณหนูของนางต่างหากที่เป็นฮูหยินแม่ทัพตัวจริง ฮูหยินทั้งกลุ่มห้อมล้อมปีศาจจิ้งจอกคำก็ลู่ฮูหยินสองคำก็ลู่ฮูหยิน ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย
เรื่องที่ลู่หลิงเซียวพาหลินหว่านเอ๋อร์ไปร่วมงานเลี้ยงนั้นปิดบังเอาไว้แน่นหนา เรือนไห่ถังมีเพียงเมิ่งเชียนเชียนกับแม่นมหลี่ที่รู้เรื่อง แม้แต่ปั้นซย่ายังถูกปิดบังไว้
“คุณหนู!”
ปั้นซย่าหันมองเมิ่งเชียนเชียนอย่างตื่นตะลึงสุดจะเปรียบ
เมิ่งเชียนเชียนส่งเสียงอืมอย่างสบายๆ
ปั้นซย่ามีความมั่นใจแล้ว ก็คล้องแขนคุณหนูของตนตะโกนขึ้นเสียงดัง “ฮูหยินทุกท่าน พวกท่านจำผิดแล้ว ฮูหยินแม่ทัพตัวจริงอยู่นี่ต่างหาก!”
ทุกคนหันมามองทางนี้โดยพร้อมเพรียง
หลินหว่านเอ๋อร์กับลี่ว์หลัวสีหน้าพลันเปลี่ยน
บรรดาฮูหยินไม่เคยพบเมิ่งเชียนเชียนมาก่อน เคยพบหลินหว่านเอ๋อร์กับสาวใช้ที่งานเลี้ยงแค่เพียงหนเดียว
หวังฮูหยินมองลี่ว์หลัว แล้วมองมือหลินหว่านเอ๋อร์ที่ถูกตนจับอยู่ “ไม่ได้จำผิดนะ นางคือลี่ว์หลัวสาวใช้ข้างกายของฮูหยินแม่ทัพ มือซ้ายของฮูหยินแม่ทัพมีแผลเป็นจากธนู เพราะช่วยชีวิตแม่ทัพลู่ไว้ จึงโดนธนูหลิวเจี้ยนยิงบาดเจ็บ เจ้า…เป็นฮูหยินของแม่ทัพคนใดเล่า”
ปั้นซย่าเอ่ยอย่างหนักแน่นมีเหตุผลว่า “คุณหนูของข้าย่อมเป็นฮูหยินของลู่หลิงเซียว แม่ทัพเจิ้นเป่ย!”
ลู่ฮูหยินสองคน?
ผู้คนต่างมองหน้ากัน อดพินิจมองเมิ่งเชียนเชียนสลับกับหลินหว่านเอ๋อร์มิได้
ทั้งคู่ต่างสวมผ้าคลุมหน้า
เมิ่งเชียนเชียนสวมเสื้อขนสัตว์สูงค่าสีชมพู คิ้วตาดั่งภาพวาด มีกลิ่นอายของดรุณีน้อยวัยแรกแย้ม ทั้งสุขุมเยือกเย็น บุคลิกนิ่งสงบ
ส่วนหลินหว่านเอ๋อร์สวมอาภรณ์ม่วง รูปร่างอรชร เรียบง่ายดั่งดอกเบญจมาศ
เดิมทีนางก็งดงามเพริศแพร้ว ทว่าไม่รู้เพราะเหตุใด พอมองเมิ่งเชียนเชียนแล้วมามองนาง รู้สึกว่าจืดชืดไปหน่อย
หวังฮูหยินเอ่ยกับเมิ่งเชียนเชียนว่า “เจ้าบอกว่าเจ้าคือลู่ฮูหยิน แต่คราที่แล้วคนที่แม่ทัพพาไปร่วมงานเลี้ยงที่จวนผู้บัญชาการประจำนครหลวงคือนางชัดๆ”
เมิ่งเชียนเชียนไม่ได้รีบร้อนโต้แย้ง แต่ค่อยๆ เดินมาหยุดตรงหน้าหลินหว่านเอ๋อร์ ก่อนเอ่ยนิ่งๆ ว่า “แม่นางหลิน เจ้ากล้ายอมรับต่อหน้าทุกคนหรือไม่ ว่าเจ้าเป็นภรรยาที่สามีข้าใช้สามเทียบหกพิธี[1]แต่งเป็นภรรยาอย่างถูกต้อง”
หลินหว่านเอ๋อร์มือกำผ้าเช็ดหน้าแน่น
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยอย่างน่าเกรงขามทั้งที่มิได้เดือดดาล “หากเจ้ายอมรับ สถานะนี้ข้ายกให้เจ้า”
หวังฮูหยินขมวดคิ้วอย่างประหลาดใจ “คราก่อน...ที่จวนผู้บัญชาการประจำนครหลวงข้าเหมือนจะได้ยินคนเรียกนางว่าแม่นางหลินอะไรสักอย่าง…ต่อมาคนผู้นั้นก็บอกว่าเรียกผิดแล้ว…”
พวกฮูหยินแลกเปลี่ยนสายตากัน
แม่ทัพผู้หนึ่ง มีฮูหยินสองคนโดยไม่ทราบสาเหตุ คราวนี้มีเรื่องสนุกให้ชมแล้ว
มีคนทอดมองหลินหว่านเอ๋อร์พลางพึมพำว่า “พูดสิ เป็นใบ้รึ”
ลี่ว์หลัวรีบอธิบายว่า “ฮูหยินของข้า…ลำคอเสียหาย พูดจาไม่ได้ตั้งนานแล้ว!”
ปั้นซย่าเท้าเอวยิ้มเย็น “พูดจาไม่ได้ เช่นนั้นนางอยู่ที่จวนบ่นถึงหวังฮูหยินได้อย่างไรหรือ ใช้เท้าบ่นหรือไร”
ลี่ว์หลัวหน้าแดงเห่อ
“อีกอย่าง คุณหนูของข้าแม้แต่น้ำชาอนุจากนางสักถ้วยก็ยังไม่เคยได้ดื่มเลย เรียกอนุยังไม่มีสิทธิ์ นึกไม่ถึงว่าจะกล้าเรียกฮูหยิน! วันนี้ข้าจะสั่งสอนธรรมเนียมให้เจ้าก่อนแล้วกัน!”
ปั้นซย่าไม่ใช่มะกอกนิ่ม เมื่อก่อนคุณหนูยอมให้พวกนาง ยามนี้ความสัมพันธ์แตกหักแล้ว มีอะไรให้ต้องอดทนอีก
ปั้นซย่ายกมือขึ้นสะบัดตบหน้าลี่ว์หลัวฉาดหนึ่ง!
หลินหว่านเอ๋อร์เห็นเข้า ก็ยกมือสะบัดตบปั้นซย่า
เมิ่งเชียนเชียนพลิกมือสะบัดตบเพียะๆ สองฉาดจนหน้าหัน ทำเอาหลินหว่านเอ๋อร์มึนไปหมด!
ท่ามกลางฝูงชน มีเสียงสูดหายใจลึกสูงๆ ต่ำๆ ดังขึ้น
มารดามันเถิด รุนแรงจริงๆ!
ฝูงชนหันมองเมิ่งเชียนเชียน นี่คงเป็นภรรยาเอกตัวจริงกระมัง
ลี่ว์หลัวกุมแก้ม ทั้งหวาดทั้งเคืองเอ่ยว่า “จะ…เจ้าทำกับคุณหนูข้าเช่นนี้ ท่านแม่ทัพไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!”
ผู้คนหันขวับไปมองหลินหว่านเอ๋อร์ หรือว่าคนนี้จะเป็นตัวจริง…
ในขณะที่ผู้คนกำลังแยกแยะตัวจริงตัวปลอมนั้น เสียงความวุ่นวายก็ดังขึ้นจากถนน ทั้งเสียงเกือกม้า เสียงตวาดอย่างเดือดดาล เสียงหวีดร้อง…
จากนั้น บุรุษร่างใหญ่สวมผ้าคลุมหน้าสองคนก็ถือมีดพุ่งเข้ามาในร้าน หนึ่งในนั้นหนีบเด็กน้อยที่ดิ้นร้องไว้ใต้รักแร้ด้วยคนหนึ่ง
“ปิดประตูซะ! ไม่เช่นนั้นข้าจะฆ่าเขา! ฆ่าพวกเจ้าด้วย!”
เขาถือมีดตะคอกใส่เสี่ยวเอ้อร์
เสี่ยวเอ้อร์ตกใจรีบปิดประตูร้าน
“ประตูหลังด้วย!” ชายคลุมหน้าที่จับเด็กอยู่ตะคอกขึ้น
เสี่ยวเอ้อร์อีกคนทำตามอย่างหวาดผวา
บรรดาฮูหยินตกใจจนอลหม่านไปหมด
ชายฉกรรจ์ที่จับเด็กอยู่ตวาดกร้าว “เงียบ! ใครร้องข้าจะฆ่าคนนั้น!”
ฮูหยินทั้งหลายปิดปากแน่น
เมิ่งเชียนเชียนกวาดสายตามองชายฉกรรจ์สองคน
สองคนนี้ได้รับบาดเจ็บ คนที่จับเด็กอยู่บาดเจ็บเล็กน้อย อีกคนแขนขวาโดนดาบฟัน ดูจากบาดแผลที่เผยอยู่ด้านนอก ราวกับแผลจากดาบปักวสันต์ขององครักษ์เสื้อแพร
กอปรกับสำเนียงของคนผู้นั้น เมิ่งเชียนเชียนพอจะเดาตัวตนของทั้งสองออกแล้ว
ฮือออ ฮือออ
เด็กน้อยร้องโวยวายไม่หยุด
ชายฉกรรจ์ที่บาดเจ็บเล็กน้อยรำคาญหนัก “ร้องเข้าไป! ข้าจะตัดลิ้นเจ้าเชื่อหรือไม่”
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยราบเรียบ “แขนเขาหลุดจากข้อต่อแล้ว ย่อมร้องเป็นธรรมดา หากเจ้ายังไม่ปล่อยเขา เขาได้เจ็บจนตายแน่”
ชายฉกรรจ์บาดเจ็บเล็กน้อยตวาดว่า “ตายไปก็ยังมีพวกเจ้าอีกมิใช่หรือ จับมาสองสามก็ได้แล้ว!”
ฮูหยินที่อยู่ใกล้หลินหว่านเอ๋อร์ที่สุดเอ่ยเสียงเบาว่า “ไอ้หยา เจ้าเป็นฮูหยินแม่ทัพมิใช่หรือ เจ้าคิดหาวิธีสิ!”
ชายฉกรรจ์บาดเจ็บเล็กน้อยหูดียิ่ง เขาได้ยินทันที รีบตวาดว่า “ใครเป็นฮูหยินแม่ทัพ”
ฮูหยินคนนั้นชี้หลินหว่านเอ๋อร์ “นาง!”
“คุณหนูข้าไม่ใช่! นางต่างหาก!”
ลี่ว์หลัวชี้เมิ่งเชียนเชียนโดยไม่ลังเล
ชายฉกรรจ์กัดฟัน “มารดามันเถิด! ใครกันแน่”
“ข้าเอง”
เมิ่งเชียนเชียนลุกออกมาอย่างสงบนิ่ง “สามีข้าลู่หลิงเซียว ตัดหัวชินอ๋องของพวกเจ้าเป่ยเหลียง สังหารทหารเป่ยเหลียงเรือนแสน พวกเจ้าจับตัวข้ากลับไป ย่อมคุ้มค่ากว่าทุกคน ณ ที่นี่แน่นอน”
หวังฮูหยินสีหน้าซีดเผือด “ชาวเป่ยเหลียง? พวกเขาเป็นชาวเป่ยเหลียง?”
“ลูกพี่” ชายฉกรรจ์บาดเจ็บเล็กน้อยหันมองอีกคน
อีกคนกวาดสายตาทะมึนมองเมิ่งเชียนเชียนกับหลินหว่านเอ๋อร์ “จับไปทั้งคู่เลย! ต้องมีสักคนที่เป็นตัวจริง!”
ชายฉกรรจ์บาดเจ็บเล็กน้อย “เด็กคนนี้…”
“ฆ่าซะ!”
กรี๊ดดด ผู้คนต่างหวีดร้อง
บังเอิญขณะนั้น ประตูใหญ่ถูกคนถีบล้มเสียงดังโครม
ลู่หลิงเซียวในชุดเกราะสีเงินตลอดร่าง ดุจเทพเจ้า เหยียบย่างเข้ามาด้วยมาดอันแข็งแกร่ง
สายลับเป่ยเหลียงสองคนชะงักงัน
หลินหว่านเอ๋อร์วิ่งถลาไปหาลู่หลิงเซียว
ส่วนเมิ่งเชียนเชียนโผไปหาสายลับเป่ยเหลียง ชิงตัวเด็กคนนั้นมาจากมือเขา ดันฝ่ามือขึ้น ต่อแขนคืนให้เด็กน้อย
สายลับเป่ยเหลียงสูญเสียตัวประกัน จึงหันมาจ่อดาบพาดคอเมิ่งเชียนเชียนแทน
ขณะเดียวกัน หลินหว่านเอ๋อร์ก็ถูกสายลับอีกคนใช้แส้ตวัดตัวกลับมา
ลู่หลิงเซียวจำต้องเลือกช่วยคนใดคนหนึ่ง
เขากัดฟัน ใช้ดาบฟันแส้เก้าท่อนสะบั้น!
หลินหว่านเอ๋อร์ตกสู่อ้อมแขนเขา เขากอดสตรีในอ้อมแขนแน่น สายตากลับทอดมองไปยังภรรยาเอกที่ถูกสายลับเป่ยเหลียงจับตัวไป
เมิ่งเชียนเชียนสงบนิ่ง ไม่ร้องให้ช่วย และไร้เสียงหวีดร้องใดๆ
ลู่หลิงเซียวแววตาเคร่งขรึมขึ้น กระชับด้ามดาบแน่น
[1] สามเทียบหกพิธี เป็นพิธีแต่งงานแบบจีนโบราณ สามเทียบคือ เทียบหมั้น เทียบสินสอด เทียบเชิญเจ้าสาว หกพิธี ได้แก่ ทาบทาม ถามชื่อ ดูสมพงษ์ หมั้น ดูฤกษ์ รับตัวเจ้าสาว