เกิดใหม่เป็นยอดดวงใจขุนนางจอมโฉด - ตอนที่ 28 ซื้อใจคน
ครั้นพวกเมิ่งเชียนเชียนจากไป ภายในก็เละเทะไปหมด
ลี่ว์หลัวน้ำตานองประคองหลินหว่านเอ๋อร์ลุกขึ้น นางเอ่ยประท้วงอย่างเจ็บปวด “พวกนางทำเช่นนี้กับคุณหนูได้อย่างไร ดีร้ายอย่างไรคุณหนูก็เป็นคนของท่านแม่ทัพ…มิหนำซ้ำคุณหนูยังตั้งครรภ์อยู่…พวกนางไม่กลัวว่าท่านแม่ทัพฟื้นขึ้นมาจะไล่พวกนางออกจากจวนหรือ ข้าว่านะ ฮูหยินน้อยจงใจอาศัยช่วงที่ท่านแม่ทัพยังไม่ฟื้นมารังแกคุณหนู! จิตใจนางช่างอำมหิตนัก!”
หลินหว่านเอ๋อร์นั่งลงบนเก้าอี้ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงรุนแรง เล็บจิกลงฝ่ามือลึก
ที่ผ่านมา เมิ่งเชียนเชียนมีท่าทีเฉยเมยต่อเรือนเฟิงมาตลอด ต่อให้ภายหลังตัดค่าใช้จ่ายของเรือนเฟิงแล้ว แต่ก็ไม่เคยมาหาเรื่องหลินหว่านเอ๋อร์เลย
ตอนอยู่ที่ร้านเมิ่งเชียนเชียนตบหน้าหลินหว่านเอ๋อร์ก็จริง แต่นั่นมันอยู่ข้างนอก
ดังนั้น แม้แต่ลี่ว์หลัวจึงคิดว่าเมิ่งเชียนเชียนไม่มีทางกล้ากำเริบเสิบสานต่อหลินหว่านเอ๋อร์ยามอยู่ที่จวน
การกระทำของเมิ่งเชียนเชียนในวันนี้ บอกกับหลินหว่านเอ๋อร์อย่างไม่ต้องสงสัยว่า ที่นางไม่แก่งแย่งกับหลินหว่านเอ๋อร์ หาใช่เพราะนางไม่กล้า แต่นางไม่แยแสจะทำต่างหาก
หลังกลับมาถึงเรือนไห่ถัง เมิ่งเชียนเชียนก็ให้ปั้นซย่าหยิบถุงเงินสามใบมา ตกรางวัลให้หญิงรับใช้มีอายุเรี่ยวแรงดีสามคนที่ไปเรือนซงจู๋กับเรือนเฟิงด้วยกัน
ทั้งสามถือถุงเงินหนักอึ้งอย่างปรีดา
ปั้นซย่าเอ่ย “ขอแค่พวกเจ้าทำงานให้ฮูหยินน้อยแต่โดยดี ย่อมไม่เสียเปรียบพวกเจ้า!”
ป้าวั่นถือถุงเงินพร้อมกับเอ่ยด้วยรอยยิ้มเต็มหน้าว่า “แม่นางปั้นซย่าพูดอะไรอย่างนั้น ต่อให้ไม่มีเงินรางวัล พวกเราก็ต้องทำงานให้ฮูหยินน้อยกันเต็มที่อยู่แล้วเจ้าค่ะ!”
ป้าหูเอ่ย “ใช่แล้วๆ! ในจวนยามนี้ผู้ใดบ้างไม่อิจฉาคนรับใช้ของเรือนไห่ถัง ขอไม่ปิดบังฮูหยินน้อย สามีข้ายังอยากมาจงรักภักดีต่อฮูหยินน้อยเลยเจ้าค่ะ!”
ป้าหลิวเอ่ย “ใช่เจ้าค่ะ! ฮูหยินน้อย วันหลังท่านมีอะไรจะสั่งอีกก็เรียกใช้ได้เลยนะเจ้าคะ!”
ทั้งสามพูดจากใจจริง ตอนที่ฮูหยินน้อยเพิ่งแต่งเข้าตระกูลลู่ เป็นเพียงดรุณีวัยไม่ถึงสิบสอง ผู้ดูแลจวนตัวจริงคือเหล่าฮูหยิน
บรรดาคนรับใช้พากันเค้นสมองเพื่อให้ได้ไปรับใช้เหล่าฮูหยินกับบ้านรอง
ผู้ใดจะไปคิด หลังจากใช้สินเจ้าสาวของฮูหยินน้อยหมด เหล่าฮูหยินก็ลดค่าใช้จ่ายภายในจวนลง เงินเดือนของคนรับใช้ก็ลดลงด้วย เงินรางวัลยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย
กลับเป็นเรือนไห่ถัง เงินเดือนจ่ายตามปกติ เงินรางวัลก็มีให้ ผู้ใดจะไม่ชมบ้างว่าฮูหยินน้อยโอบอ้อมอารีต่อคนรับใช้
เมิ่งเชียนเชียนมองทั้งสอง พลางเอ่ยราบเรียบว่า “ข้าขอบอกกฎเอาไว้ก่อน พวกเจ้าทำงานให้ข้า ก็ต้องเชื่อฟังแค่ข้า”
ทั้งสามขานรับพร้อมเพรียง!
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยอีกว่า “แม่บ้านวั่น ต่อไปนี้เจ้ามาเรือนชั้นใน”
เรียกแม่บ้านแล้ว ได้เลื่อนชั้นแล้วนี่นา!
แม่บ้านวั่นได้รับความโปรดปรานจนรู้สึกประหลาดใจ “ขอบคุณฮูหยินน้อย! ขอบคุณฮูหยินน้อย!”
มารดามันเถิด ตบหน้านางปีศาจจิ้งจอกไปสองฉาดนั้นไม่ได้ตบเสียแรงเปล่าจริงๆ!
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ย “ข้าจะออกไปข้างนอกหน่อย พวกเจ้าดูแลเรือนให้ดี ไม่ว่าผู้ใดก็ห้ามมาแตะต้องข้าวของภายในห้องข้า”
แม่บ้านวั่นตบอกเอ่ยว่า “ฮูหยินน้อยวางใจได้ ต่อให้เหล่าไท่จวินมา…”
เมิ่งเชียนเชียน “ท่านย่าทวดแตะต้องได้”
แม่บ้านวั่นเอ่ยเจื่อนๆ ว่า “อ่า จะ…เจ้าค่ะ”
เมิ่งเชียนเชียนพาปั้นซย่าออกจากเรือน
“ให้อู่เกอร์มา”
“เจ้าค่ะ คุณหนู!”
สารถีคนก่อนมิใช่อู่เกอร์ เมิ่งเชียนเชียนไม่ไว้ใจอีกฝ่าย เพราะจะแอบออกจากร้านหนังสือไปยังถนนตะวันออกด้วยกันปั้นซย่า
“ฮูหยินน้อย!”
อู่เกอร์ขับรถม้ามาหา ยกที่รองเหยียบมาวางให้เรียบร้อย
เมิ่งเชียนเชียนผงกศีรษะเล็กน้อย ก่อนขึ้นรถม้าด้วยกันกับปั้นซย่า
“ไปถนนตะวันออก”
“ขอรับ ฮูหยินน้อย!”
ครั้นมาถึงร้านเครื่องประทินโฉม เมิ่งเชียนเชียนก็ให้อู่เกอร์จอดรถ ส่วนนางกับปั้นซย่าหยิบหมวกม่านกับผ้าคลุมหน้าออกมาจากห่อผ้าขึ้นสวม
อู่เกอร์จำได้ว่าร้านนี้เป็นร้านที่ตระกูลจ้าวเอาไปจำนองเพื่อใช้หนี้ และเป็นที่ที่ฮูหยินน้อยถูกสายลับเป่ยเหลียงจับตัวไป
แม้จะสงสัยว่าเหตุใดฮูหยินน้อยจึงมาที่นี่ แต่เขาเป็นบ่าว สิ่งที่ไม่ควรถามก็อย่าถาม
เมิ่งเชียนเชียนกับปั้นซย่าปิดคลุมมิดชิด คนในร้านจำพวกนางไม่ได้
เมิ่งเชียนเชียนนั่งอยู่ในร้านหนึ่งชั่วยาม
“ไป”
“คุณหนู ไม่ยึดร้านหรือ” นางรู้เรื่องร้านแล้ว
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ย “ยังไม่ยึด”
ปั้นซย่ามึนงง “เช่นนั้นพวกเรามาเพื่อการใด”
เมิ่งเชียนเชียนกลับมาขึ้นรถม้า เอ่ยกับอู่เกอร์ว่า “ไปหอจตุรทิศ”
หอจตุรทิศเดิมทีเป็นสถานที่ที่กษัตริย์และชนชั้นสูงใช้คัดเลือกขุนนางน้ำดี เนื่องจากมีสายลับแคว้นอื่นๆ เข้ามาปะปนและลักลอบมาเป็นที่ปรึกษาในจวนอ๋องจวนโหวไม่น้อย เมื่อถูกองครักษ์เสื้อแพรของลู่หยวนสืบเจอจึงปิดตายหอไปแล้ว
ทว่าตลาดที่อยู่ละแวกนี้ยังคงอยู่ มีการค้าขายเล็กๆ น้อยๆ และมีร้านนายหน้าค้าทาสด้วย
เมิ่งเชียนเชียนเข้าร้านนายหน้าร้านหนึ่ง
แม้นางจะปิดคลุมตัวไว้มิดชิด แต่นายหน้าที่เป็นหญิงชราผู้นี้อ่านคนมานับไม่ถ้วน มองปราดเดียวก็รู้ว่านี่เป็นเศรษฐีมั่งคั่ง จึงรีบยิ้มแย้มเชิญเมิ่งเชียนเชียนไปนั่ง และให้คนยกชาชั้นดีมากาหนึ่ง
เมิ่งเชียนเชียนถามเข้าเรื่องทันที “ร้านนายหน้าของพวกเจ้ามีคนคิดบัญชีเป็นบ้างหรือไม่”
“มีเจ้าค่ะ! นายหญิงต้องการแบบใดเล่า อายุมาก หรืออายุน้อย หรือจะเป็น…”
เมิ่งเชียนเชียนวางสมุดบัญชีเล่มหนึ่งลงบนโต๊ะ “ขอคนที่สามารถคิดบัญชีเล่มนี้ได้กระจ่าง เงินเดือนแล้วแต่เจ้าตัวจะเรียก อีกสามวันข้าจะมาใหม่”
นี่มันเศรษฐีใหญ่ชัดๆ!
นายหน้าหญิงชราข่มความลิงโลดเอาไว้ กระแอมให้คอโล่ง เอ่ยว่า “ร้านพวกเรา…”
ปั้นซย่าถือทองคำแท่งหนึ่งวางลงบนโต๊ะ
นายหน้าหญิงชรายิ้มกว้างจนไม่เห็นตา “นายหญิงวางใจได้! ให้เป็นหน้าที่ข้า! ข้าจะหาสักแปดเก้าคนมาให้ ท่านเลือกได้ตามสบาย!”
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยอีกว่า “มีสาวใช้หรือไม่”
นายหน้าหญิงชรายิ้มเอ่ย “สัญญาเป็นหรือสัญญาตาย[1]ดีเจ้าคะ”
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ย “ได้หมด”
นายหน้าหญิงชราลุกขึ้น โบกผ้าเช็ดหน้าในมือพลางตะโกนไปทางเรือนท้าย “สาวๆ ออกมาพบแขก!”
“หืม?” เมิ่งเชียนเชียนโคลงศีรษะมองนาง
นายหน้าหญิงชรายิ้มเจื่อนๆ “มะ…เมื่อก่อนเป็นนางโลมน่ะเจ้าค่ะ”
สมกับเป็นนางโลม แม่นางแต่ละคนสดใสเปล่งปลั่ง ซ้ำยังผิวพรรณเนียนละเอียดนุ่มละมุน มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่เคยทำงาน
เมิ่งเชียนเชียนลุกขึ้นยืน
นายหน้าหญิงชรารีบคว้าแขนเสื้อนางไว้ “นายหญิง ท่านต้องการแบบไหน อีกสามวันข้าจะหามาให้!”
เมิ่งเชียนเชียนยกมือชี้ไปที่เรือนท้าย “ไม่ต้องแล้ว ข้าเลือกนาง”
นายหน้าหญิงชรามองไปตามทางที่นิ้วนางชี้ ก่อนยิ้มแห้งเอ่ยว่า “นายหญิง…ใช่ว่าข้าไม่อยากได้เงินของท่านนะ แม่หนูนี่น่ะ…หัวรั้น…มาอยู่กับข้าได้สามวัน ทำร้ายผู้คุ้มกันเรือนไปแล้วเจ็ดคน ตีลูกค้าหนีไปแล้วสามคน! ข้ากำลังคิดจะขายนางออกไปอยู่เลย!”
เมิ่งเชียนเชียนเดินไปยังเรือนท้าย
นายหน้าหญิงชราตามไปด้วยความลนลาน “นายหญิง! ท่านอย่าเข้าใกล้กรง! นางกัดคนนะ!”
เมิ่งเชียนเชียนมองเด็กสาวในชุดเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ท่าทางสกปรกมอมแมมในกรง ก่อนล้วงขนมอบกรอบที่ใช้ผ้าเช็ดหน้าสามผืนห่อเอาไว้ออกมาจากกระเป๋ายื่นให้นาง
เด็กสาวแย่งมากินอย่างตะกรุมตะกราม
กินเสร็จนางก็เช็ดปาก ไม่มองเมิ่งเชียนเชียนสักนิด “เจ้าคนไส”
นายหน้าหญิงชราตกตะลึง “เจ้าพูดได้รึ”
แม่หนูคนนี้มาอยู่ที่ร้านนายหน้าได้หนึ่งเดือน ไม่พูดไม่จาสักคำ ตีคนแล้วไม่ส่งเสียง ถูกตีก็ไม่ส่งเสียง นางนึกว่าเป็นใบ้เสียอีก!
เพียงแต่สำเนียงนี่…
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ย “ไปกับข้า”
เด็กสาวถามว่า “มีข้าวบ่”
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ย “มากมี”
เด็กสาวจึงได้เงยหน้าขึ้นมา เผยให้เห็นดวงตางดงามสุดแสนคู่หนึ่ง “ตกลง ข่อยไปกับเจ้า ตกลงกันก่อนเด้อ บ่แซ่บข่อยบ่เป็นคนรับใช้ให้เด้อ”
เมิ่งเชียนเชียนยิ้มจาง “ได้สิ”
นายหน้าหญิงชรารีบห้าม “อย่านะๆๆๆ นายหญิง! นางหนูนี่มากเล่ห์นัก! จะเล่าให้ท่านฟังตรงๆ แล้วกัน มีอยู่คราหนึ่งนางหลบหนีไป ทำร้ายคนของศาลาว่าการไปสิบกว่าคน ข้าชดใช้ค่าเสียหายแทบตายแหน่ะ! ท่านซื้อกลับไปคงเป็นหายนะ!”
เด็กสาวสีหน้าไร้เดียงสา “นางเหลวไหล ข่อยเรียบร้อยเด้อ!”
ปั้นซย่าก็รู้สึกว่าเด็กสาวอายุสิบสองสิบสามปีคนหนึ่งไม่มีทางโหดเหี้ยมเพียงนั้น ที่นางกังวลคืออีกเรื่องมากกว่า “คุณหนู เกิดนางค้างหนี้จะทำเช่นไรเจ้าคะ”
เด็กสาวสองมือคว้ากรงไว้ มองเมิ่งเชียนเชียนอย่างสัตย์ซื่อสุดจะเปรียบ “พี่สาว! ข่อยบ่มีทางค้างหนี้! ข่อยบ่เคยโกหกเด้อ!”
[1] สัญญาตาย สัญญาที่ไม่สามารถไถ่ตัวได้ ซึ่งตรงข้ามกับสัญญาเป็น