เกิดใหม่เป็นยอดดวงใจขุนนางจอมโฉด - ตอนที่ 27 อำนาจของภรรยาเอก
ความหวั่นไหวที่เกิดขึ้นในใจลู่หลิงเซียวทั้งหมดพลันแหลกลาญพร้อมกับประโยคสุดท้ายของนาง
เขามองนางอย่างไม่อยากจะเชื่อ ริมฝีปากแห้งผากขยับพะงาบๆ อยู่หลายที “เจ้า…เจ้าเฝ้าอยู่ที่นี่มาตลอด…ก็เพื่อเงินน่ะหรือ”
เมิ่งเชียนเชียนมองผ้าห่มบนร่างเขา “และเพราะห่วงแผลของท่านพี่ด้วย”
ลู่หลิงเซียวหลับตาลง “ในที่สุดเจ้าก็มีน้ำ…”
เมิ่งเชียนเชียนโคลงศีรษะ “ไม่เช่นนั้นหากท่านพี่ตายไป ใครจะคืนเงินข้าเล่า”
ลู่หลิงเซียวหายใจแทบไม่ออก อดกลั้นจนหน้าม่วงหมดแล้ว เขาคำรามเสียงต่ำว่า “เมิ่งซื่อ!”
เมิ่งเชียนเชียนไม่เดือดดาลแม้แต่น้อย โบกมือข้างหนึ่งไปคว้าลูกคิดมาอย่างรื่นไหล “ท่านพี่มีแรงโมโหเต็มเปี่ยม ดูท่าจะฟื้นตัวได้ไม่เลว ถ้าอย่างนั้น พวกเรามาตรวจบัญชีกันดีกว่า หรือว่าท่านพี่ไม่ชอบดูบัญชี จะเชิญพ่อบ้านที่จวนมาก็ย่อมได้”
“ฮูหยินน้อย ข้าน้อยดูบัญชีเป็นขอรับ!”
เซิ่นเหยียนชะโงกหน้าเข้ามาจากนอกประตู
ลู่หลิงเซียวหน้าทะมึนทันที “เจ้าไสหัวออกไป!”
“ดุอะไรของเขา” เซิ่นเหยียนพึมพำออกมาจากเรือน
เมิ่งเชียนเชียนยิ้มจาง “ไม่เรียกคนก็ไม่เป็นไร ข้าทำบัญชีไว้เรียบร้อยยิ่ง มองปราดเดียวก็เข้าใจเลย ท่านพี่แค่ดูก็จะเข้าใจทันที”
ลู่หลิงเซียวย่อมไม่มีทางตามใครมาอยู่แล้ว ถูกภรรยาเร่งให้คืนหนี้ก็น่าขายหน้ามากพอแล้ว ยังจะมาคิดบัญชีไปมาอีก ยิ่งเหมือนเขาเป็นคนตระหนี่เข้าไปใหญ่ เขาจะขายหน้าเรื่องนี้มิได้!
เขาหันหน้าหนี “ค้างเท่าใด เจ้าก็เอาจากในบำเหน็จรางวัลไปแล้วกัน!”
เมิ่งเชียนเชียนสีหน้าลังเล
“เป็นอะไรไป” ลู่หลิงเซียวมองนางแวบหนึ่ง เอ่ยเหน็บว่า “ลืมไปว่าเจ้าเป็นบุตรสาวพ่อค้า ไม่ทำการใดโดยไร้ซึ่งผลประโยชน์ ไม่ปล่อยเงินกู้โดยไร้ดอกเบี้ย ดอกเบี้ยเท่าใดก็คืนให้เจ้าเท่านั้น!”
เมิ่งเชียนเชียนกะพริบตาปริบๆ “แต่ว่า บำเหน็จรางวัลของท่านพี่มันไม่พอ”
ลู่หลิงเซียวสะดุ้งโหยง “เป็นไปได้อย่างไร”
บำเหน็จรางวัลของเขาได้ถึงหนึ่งหมื่นตำลึงเต็มๆ ซ้ำยังมีอัญมณีเครื่องประดับด้วย!
เมิ่งเชียนเชียนชี้สมุดบัญชีที่อยู่บนหัวเตียง
ลู่หลิงเซียวข่มความเจ็บปวดบริเวณแผลเอาไว้ ก่อนคว้ามาพลิกเปิดหน้าสุดท้าย ครั้นเห็นจำนวนสุทธิแล้วแทบตาพร่า “สามหมื่นหกพันตำลึง? ไฉนจึงมากมายปานนี้ เจ้าคิดดอกเบี้ยกี่ส่วน”
“ดอกเบี้ยอยู่ตรงนี้”
เมิ่งเชียนเชียนยื่นสมุดบัญชีอีกเล่มให้เขา
ลู่หลิงเซียวกัดฟันกรอด “ยังมีอีกรึ”
เมิ่งเชียนเชียนลุกขึ้นยืน เอ่ยอย่างเอ้อระเหยว่า “เล่มแรกเป็นค่าใช้จ่ายในจวนและค่าใช้จ่ายที่จุนเจือบรรดาร้านค้า เล่มที่สองเป็นดอกเบี้ย รวมถึงตอนนั้นข้าแต่งเข้ามาแล้วช่วยถมช่องโหว่ในตระกูลลู่ของพวกเจ้าให้เต็มด้วย”
ลู่หลิงเซียวชักจะนั่งไม่ติด
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ย “ท่านพี่ค่อยๆ ดูนะเจ้าคะ เช่นนั้นหนึ่งหมื่นตำลึงนี้ น้องขอขนไปก่อน หากไม่เข้าใจก็เชิญห้องบัญชีมาดู ไม่ทันระวังทำขาดก็ไม่เป็นไร อย่างไรเสียทางข้าก็คัดลอกไว้หลายเล่มแล้ว”
ลู่หลิงเซียวหน้าเห่อร้อนขึ้นมา อับอายกลายเป็นโกรธเอ่ยว่า “เจ้าหมายความว่าอย่างไร เจ้าคิดว่าข้าจะโอ้เอ้ไม่ยอมจ่ายรึ”
เมิ่งเชียนเชียนยิ้มจาง
ลู่หลิงเซียวแทบกระอักเลือด
เขาลงนามด้วยสีหน้าเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง เมิ่งเชียนเชียนเอาชาดแดงออกมาให้เขาประทับลายนิ้วมือ
จากนั้นเขาก็มองแผ่นหลังเมิ่งเชียนเชียนที่จากไปโดยไม่เหลียวแล นึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงข่มความอายเรียกนางไว้ “ช่วย…เหลือไว้พันตำลึงได้หรือไม่”
“ไม่ได้”
เมิ่งเชียนเชียนปฏิเสธโดยไร้ความลังเล
ลู่หลิงเซียวเอ่ยอย่างอดกลั้น “ข้ารับปากหว่านเอ๋อร์ไว้ว่าจะซื้อเสื้อผ้าสองสามชุดให้นางกับลูกในท้อง…หากมิใช่เพราะเจ้าแย่งผ้าของหว่านเอ๋อร์ไปเมื่อคราก่อน ข้าก็คงไม่ถึงขั้นต้องทำเช่นนี้”
“ข้าแย่งผ้าของนางไปอย่างนั้นรึ ต่อให้ใช่ แล้วอย่างไรหรือ สิ่งที่นางเสียไปมีแค่ผ้า แต่ข้า เสียหัวใจของท่านพี่ไปนะ”
เมิ่งเชียนเชียนกุมดวงใจเอ่ยจบ สีหน้าพลันเย็นชาขึ้นมา “ปั้นซย่า ไปเอาเงินมา อย่าให้เหลือแม้แต่ก้อนเดียว!”
ปั้นซย่าเอ่ยระบายความโมโห “เจ้าค่ะ! คุณหนู!”
เมิ่งเชียนเชียนเพิ่งก้าวพ้นธรณีประตู ก็หยุดฝีเท้าลง หันกลับมาแย้มยิ้มหวานให้เขา “จริงสิ คนของจวนผู้บัญชาการให้ข้าเตือนเจ้าว่า เจ้ายังเหลืออีกเก้าสิบไม้ แผลหายแล้วอย่าลืมไปรับโบย…เอ๊ย รับโทษล่ะ”
ลู่หลิงเซียวกระอักเลือดแล้ว
ปั้นซย่านับบำเหน็จรางวัลที่ห้องหนังสือเรียบร้อย ก็เอ่ยอย่างฉงนว่า “คุณหนู พวกเครื่องประดับอัญมณีขาดไปหลายอย่างเลยเจ้าค่ะ! บ่าวจำได้ว่าตอนส่งมาให้มีกำไลหยกแดงคู่หนึ่ง แล้วก็ต่างหูหยกมันแพะอีกคู่กับดอกไม้ประดับศีรษะที่ทำจากหยกมันแพะด้วย!”
เมิ่งเชียนเชียนเรียกบ่าวรับใช้ที่เฝ้าห้องหนังสือมาหา “ผู้ใดเอาไป”
บ่าวรับใช้ก้มหน้า “เป็นลี่ว์หลัวขอรับ นางบอกว่าแม่นางหลินไม่มีเครื่องประดับ จึงมาเลือกไปจำนวนหนึ่ง”
“นางปีศาจจิ้งจอกนั่นอีกแล้ว!” ปั้นซย่าเท้าเอวกระทืบเท้า “ท่านเขยยังไม่ทันฟื้นเลย นางได้ถามท่านเขยกับคุณหนูของข้าสักคำแล้วรึ”
บ่าวรับใช้เอ่ยเสียงอ่อย “คุณชายใหญ่สั่งไว้ว่า ของของเขา…แม่นางหลินเอาไปได้”
ปั้นซย่า “คุณหนู!”
เมิ่งเชียนเชียน “ไป ไปเรือนเฟิง”
ณ เรือนเฟิง
ลี่ว์หลัวกำลังหวีผมให้หลินหว่านเอ๋อร์ นางประดับดอกไม้หยกมันแพะสีขาว “หยกงามคุณภาพเช่นนี้ต่างหากถึงจะคู่ควรกับคุณหนู เมื่อก่อนพวกเราสวมใส่แต่อะไรก็ไม่รู้! คุณหนูดูสิเจ้าคะ ท่านงามราวกับเทพธิดาในภาพวาดอย่างไรอย่างนั้น! หากท่านแม่ทัพได้เห็น ไม่รู้ว่าจะหลงถึงขนาดไหน!”
หลินหว่านเอ๋อร์มองตัวเองในคันฉ่องสำริด นางค่อนข้างพอใจทีเดียว เพียงไม่นาน สายตานางก็ไปตกบนกำไลหยกแดงบนโต๊ะ
สีแดงสด มีแต่ราชวงศ์เท่านั้นที่สวมใส่ได้
ลี่ว์หลัวแววตาเป็นประกายวาบ หยิบกำไลหยกแดงขึ้นมา “คุณหนู บ่าวสวมให้เจ้าค่ะ!”
หลินหว่านเอ๋อร์ลังเลครู่หนึ่ง ก่อนค่อยๆ ยกข้อมือขึ้น
ปึ้ง!
ประตูห้องที่แง้มอยู่ถูกปั้นซย่าถีบเปิด
หลินหว่านเอ๋อร์กับลี่ว์หลัวตกใจสะดุ้ง หันไปมองผู้มาเยือน
พวกนางไม่คิดว่าผู้มาเยือนจะเป็นเมิ่งเชียนเชียน
เมิ่งเชียนเชียนในเสื้อคลุมขนสัตว์สูงค่าสีชมพู ขนจิ้งจอกขาวอ่อนนุ่มถูกลมหนาวพัดผะแผ่วผ่านดวงหน้าขาวนวลของนาง
นางแต่งกายหรูหรา มาดสูงส่ง หลินหว่านเอ๋อร์ที่แต่งเต็มพลันดูโทรมขึ้นมาหลายส่วน
เมิ่งเชียนเชียนปรายตามอง ก่อนสั่งนิ่งๆ ว่า “ไปเอามา”
ปั้นซย่ากับพวกหญิงรับใช้มีอายุที่เรี่ยวแรงดีของเรือนไห่ถังเข้ามาในห้องทันที
ลี่ว์หลัวถามว่า “พวกเจ้าจะทำอะไร”
ปั้นซย่าแย่งกำไลหยกแดงมาจากมือนาง พร้อมกับอันที่อยู่บนโต๊ะมาด้วย “ปีศาจจิ้งจอกตัวหนึ่งก็คู่ควรสวมใส่กำไลดีๆ เช่นนี้รึ ถุย!”
ลี่ว์หลัวยื่นมือไปแย่ง “นี่ท่านแม่ทัพเป็นคนมอบให้คุณหนูข้า!”
หญิงรับใช้มีอายุเรี่ยวแรงดีคนหนึ่งมาขวางหน้านางไว้ ก่อนจะสะบัดมือตบหน้าฉาดหนึ่ง “ท้องโย้ขนาดนี้แล้ว ยังจะมา ‘คุณหนูข้า’ อยู่อีก หน้าไม่อาย!”
ปั้นซย่าแค่นเสียงเอ่ยว่า “นั่นน่ะสิ!”
หญิงรับใช้มีอายุเรี่ยวแรงดีอีกสองคนขวางหลินหว่านเอ๋อร์ไว้ ไม่เสียเวลาเปลืองน้ำลายกับนางสักนิด จับแขนนางคนละข้างให้คุกเข่าลงกับพื้น ก่อนดึงต่างหูและดอกไม้ประดับของนางออก
หลินหว่านเอ๋อร์หันมองเมิ่งเชียนเชียนอย่างเย็นเยียบ
“ยังกล้าถลึงตาใส่คุณหนูข้าอีกรึ”
หญิงรับใช้มีอายุเรี่ยวแรงดีที่อยู่ทางซ้ายสะบัดมือตบหน้านางสองฉาด “หากยังถลึงตาใส่อีกข้าจะควักลูกตาเจ้าซะ! จัดการของต่ำตมเยี่ยงเจ้า หญิงแก่อย่างข้ามีวิธีถมเถ!”
หลินหว่านเอ๋อร์โดนตบจนหน้าหัน ผมเผ้ายุ่งเหยิง มีปรอยผมยุ่งมาติดมุมปาก สภาพอเนจอนาถราวกับโดนลงทัณฑ์
นางคิดจะดิ้น ทว่าถูกหญิงรับใช้มีอายุเรี่ยวแรงดีสองคนกดเอาไว้แน่น คุกเข่าจนเจ็บไปหมด
เมิ่งเชียนเชียนมองนางด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
นางกำหมัดแน่น แววตาคุกรุ่นด้วยความเคียดแค้น
ปั้นซย่าหอบเครื่องประดับมาหา “คุณหนู ครบแล้วเจ้าค่ะ!”
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยนิ่งๆ “พวกเรากลับ”