เกิดใหม่เป็นยอดดวงใจขุนนางจอมโฉด - ตอนที่ 30 เหล่าฮูหยินโมโหเลือดขึ้นหน้า
พอเหล่าฮูหยินออกคำสั่ง บรรดาแม่บ้านร้ายกาจของเรือนฝูโซ่วก็ไปยังเรือนไห่ถังกันทันที
คนเฝ้าประตูคือป้าหลิว
นางอยู่ที่ตระกูลลู่มานานหลายปีแล้ว คนข้างกายเหล่าฮูหยินนางล้วนรู้จักทุกคน โดยเฉพาะแม่บ้านโจวที่เดินนำหน้ามา
นางรีบเข้าไปทักทายอย่างมีมารยาท “ท่านพี่ ลมอะไรหอบท่านมาหรือนี่”
แม่บ้านโจวเอ่ยด้วยท่าทางหยิ่งผยองว่า “หลบไป!”
ป้าหลิวรอยยิ้มแข็งค้าง แต่ตัวกลับนิ่งงันไม่ไหวติง
แม่บ้านโจวถลึงตาใส่นางอย่างรำคาญ “ให้เจ้าหลบ ไม่ได้ยินหรือไร”
ป้าหลิวเอ่ย “ไม่ทราบว่าท่านพี่ทั้งหลายมาเรือนไห่ถังด้วยเรื่องใดหรือ”
แม่บ้านโจวตวาดใส่ “ข้าจะทำอะไรจำเป็นต้องแจ้งให้คนรับใช้เยี่ยงเจ้าทราบด้วยรึ ไสหัวหลีกไป!”
“เสียงดังโหวกเหวกอะไรแต่เช้า”
แม่บ้านวั่นโยนอาภรณ์ที่ซักได้ครึ่งเดียวใส่กะละมัง!
โยนเสร็จเพิ่งนึกขึ้นได้ว่านี่หาใช่อาภรณ์ตัวเองไม่ เป็นของคุณหนู จึงรีบลนลานหยิบขึ้นมาปัดๆ ลูบๆ อย่างประจบเอาใจยิ่ง
ปัดเสร็จจึงค่อยตีหน้าบึ้งมาหน้าประตู เอ่ยกับแม่บ้านโจวว่า “นี่เป็นเรือนของฮูหยินน้อย พวกเจ้าต้องการเข้าไป ได้ขออนุญาตฮูหยินน้อยหรือยัง”
แม่บ้านโจวเอ่ยเสียงเย็น “ป้าวั่น ป้าหลิว พวกเจ้าสองคนใจกล้าขึ้นแล้วนี่ แม้แต่ข้าก็กล้าขวาง!”
แม่บ้านวั่นเท้าเอวเอ่ย “ขวางเจ้าแล้วจะทำไม”
แม่บ้านโจวยืดตัวขึ้นตรง “ข้าเป็นถึงแม่นมของคุณชายใหญ่ ข้าเป็นคนป้อนนมเลี้ยงดูคุณชายใหญ่มาจนโต! ต่อให้ข้าไปเรือนของคุณชายใหญ่ ก็ต้องมีคนเชิญเข้าไปอย่างนอบน้อม ฮูหยินน้อยสูงส่งกว่าคุณชายใหญ่อีกหรือ”
“เช่นนั้นเจ้าก็ไปเรือนคุณชายใหญ่เสียสิ มาทำอะไรที่เรือนไห่ถังของพวกเราล่ะ”
“เจ้า…”
แม่บ้านโจวโมโหยกใหญ่ เห็นว่าตนเกือบโดนคนแซ่วั่นหลอกเข้าให้ ก็ไม่เปลืองน้ำลายกับนางอีก จะบุกเข้าไปโดยตรงเลย
แม่บ้านวั่นก็ไม่ให้นางได้สมหวัง ผลักนางลงพื้น
ผลักทีเดียว ทั้งสองฝ่ายก็เข้าปะทะกันทันที
ป้าหลิวแรกๆ ไม่กล้าลงมือ อย่างไรเสียก็เป็นคนของเหล่าฮูหยิน เทียบกับคนของหลินหว่านเอ๋อร์แล้ว น้ำหนักไม่เท่ากัน
ทว่าเห็นแม่บ้านวั่นฟาดเสียเต็มที่เพียงนั้น นางจึงกัดฟันโผเข้าไปด้วย
คนจากเรือนเหล่าฮูหยินโดนตีจนต้องกุมหัวหนีหัวซุกหัวซุน แม่บ้านโจวเห็นว่าสู้ไม่ชนะ ก็วิ่งไปที่เรือนชั้นนอกอย่างไร้ยางอาย ตามบ่าวรับใช้ที่กำลังทำงานและผู้คุ้มกันเรือนมาด้วยกันทั้งหมดสิบกว่าคน
แม่บ้านวั่นกับป้าหลิวโดนกดตัวไว้แน่น
แม่บ้านโจวพาพวกบ่าวรับใช้บุกเข้าไปในเรือนไห่ถัง
“เก็บเงินไว้ไหน” แม่บ้านโจวโบกมือ “ค้น!”
“ไผมาเสียงดังหนวกหูน้อ ยกข้าวมาให้บ่”
ถานเอ๋อร์หาวหวอดๆ เดินออกมาจากห้อง เงยหน้าบิดขี้เกียจ
ผู้คุ้มกันเรือนรูปร่างสูงใหญ่คนหนึ่งเดินมาหานาง เห็นนางดูแปลกหน้าจึงถามว่า “เจ้าเป็นสาวใช้ของเรือนไห่ถังรึ”
ถานเอ๋อร์พยักหน้า “เจ้าคนไส มาส่งข้าวเช้าติ้”
ผู้คุ้มกันเรือนไม่ตอบนาง แต่หน้าเย็นชาถามว่า “ฮูหยินน้อยเก็บเงินไว้ที่ไหน”
ถานเอ๋อร์ยกมือชี้ไปที่ห้องของเมิ่งเชียนเชียน “โน่น”
ผู้คุ้มกันเรือนเห็นนางรู้ความ จึงไม่ได้ทำอะไรนาง หมุนตัวเดินไป
ทว่าในขณะที่เขากำลังยกเท้าก้าวข้ามธรณีประตูนั้น มือผอมแห้งข้างหนึ่งก็คว้าไหล่เขาไว้
เขาตกใจสะดุ้ง
ถานเอ๋อร์ “ข่อยได้บอกให้เจ้าเข้าไปแล้วบ่”
ผู้คุ้มกันเรือนทอดมองบริเวณที่ห่างออกไปสามจั้งอย่างเหลือเชื่อ นั่นเป็นที่ที่ถานเอ๋อร์เพิ่งยืนอยู่เมื่อครู่
แม่หนูนี่เข้ามาใกล้ตั้งแต่เมื่อใด นึกไม่ถึงว่าเขาจะไม่รู้ตัวเลยสักนิด!
“ปล่อย!”
“รับทราบ”
ถานเอ๋อร์ปล่อยมือ
ครู่ต่อมา นางก็เบี่ยงตัว ยกขาขึ้นมา ถีบทีเดียวผู้คุ้มกันเรือนก็กระเด็นลอยข้ามกำแพงสูงลิ่วออกไป!
ทุกคนเห็นไม่ชัดแม้แต่น้อยว่าเกิดอะไรขึ้น รู้สึกเพียงว่ามีเงาดำสายหนึ่งลอยข้ามหัวไป แม้กระทั่งเสียงร้องยังไม่ได้ยิน บนต้นไม้ใหญ่ นกกระพือปีกบินหนีแตกรังกันใหญ่
ครู่ใหญ่ทีเดียวทุกคนจึงหลุดจากภวังค์ หันขวับไปมองถานเอ๋อร์
ถานเอ๋อร์ถามอย่างจริงจังว่า “พวกเจ้า มีไผมาส่งข้าวเช้าเบิ้ง”
แม่หนูนี่คงมิใช่ว่าเป็นคนสติไม่ดีกระมัง
ทุกคนหันมองหน้ากันเพื่อแลกเปลี่ยนสายตา บ่าวรับใช้สองคนในนั้นอยู่ใกล้ถานเอ๋อร์ที่สุดจึงเดินไปหา
ถานเอ๋อร์ปรายหางตามองมืออันว่างเปล่าของคนสุดท้าย ใบหน้าดวงน้อยเย็นเยียบขึ้นมา นางกำหมัดแน่น “หมู่สู บ่ได้มาส่งข้าวกันจั๊กคน บ่มีข้าวเช้ายังมาเสียงดังหนวกหูจนข่อยตื่น ข่อย โมโหแล้วเด้อ!”
นางยกกำปั้นขึ้น ต่อยไปสองที บ่าวรับใช้สองคนโดนนางต่อยออกไปอย่างแรงโดยไร้ที่ให้โต้คืน!
ทุกคนตื่นตะลึงกันหมด
แม่บ้านโจวถอยหลังก้าวหนึ่ง “จะจะจะ…เจ้ามัวยืนบื้ออะไรกัน ยังไม่รีบจับตัวนางเด็กนี่มาอีก”
จบเห่แล้ว…จบเห่แล้ว…แม่บ้านวั่นหลับตาลง ทนมองไม่ได้
โครม!
คนผู้หนึ่งร่วงกระแทกมาข้างกายนางอย่างแรง
“ถานเอ๋อร์เอ๋ยยย อ้าว ไม่ใช่นี่นา”
โครม!
อีกคนโดนโยนออกมา
“ถานเอ๋อร์ เอ๋? ไม่ใช่เช่นกัน”
“ถาน...”
แม่บ้านวั่นที่ถูกมัดนอนอยู่บนพื้นอย่างใจเย็น มองสบตากันกับพวกบ่าวรับใช้ผู้คุ้มกันเรือนที่ซ้อนทับกันอยู่เบื้องหน้าตาปริบๆ
ในที่สุด ก็เหลือแค่แม่บ้านโจวคนเดียว
แม่บ้านโจวสาวเท้าเผ่นทันที!
“เจ้านั่นแหละ เสียงดังหนวกหูที่สุด!”
“หยุดนะ!”
ลู่สิงโจวปรากฎตัวอยู่หน้าเรือนไห่ถัง พร้อมกับเสียงตวาดทุ้มต่ำ
แม่บ้านโจวคล้ายคว้าฟางช่วยชีวิตไว้ได้ ร้องห่มร้องไห้โผไปหา หลบอยู่ด้านหลังลู่สิงโจว
ลู่สิงโจวปรายหางตามอง ถามเสียงเย็นว่า “เกิดอะไรขึ้น”
แม่บ้านโจวเล่าเรื่องที่ได้รับคำสั่งมาขนเงินให้ฟังอย่างใส่สีตีไข่
ป้าหลิวรีบอธิบายว่า “นายท่านใหญ่! เป็นแม่บ้านโจวที่พาคนมาลงมือก่อนเจ้าค่ะ!”
ถานเอ๋อร์เดินออกมา ถามลู่สิงโจวว่า “เจ้าคนไส”
แม่บ้านวั่นเงยหน้าขึ้นเอ่ยเสียงเบาว่า “เขาเป็นกงกง[1]ของฮูหยินน้อย”
“กงกง?” ถานเอ๋อร์พินิจมองลู่สิงโจวตั้งแต่หัวจรดเท้า “รูปร่างหน้าตาสง่างามคัก เฮ็ดอิหยังบ่เฮ็ด มาเฮ็ดขันที?”
ลู่สิงโจวสีหน้าทะมึนขึ้นมา
แม่บ้านวั่นคิดแม้กระทั่งอยากตายขึ้นมาแล้ว “ไม่ใช่กงกงนั้น กงกงที่แปลว่าพ่อสามีต่างหาก! พ่อสามี!”
ถานเอ๋อร์เอ่ยกับแม่บ้านวั่นว่า “เจ้าเว้าดังๆ แหน่! ข่อยบ่ได้ยิน!”
“ถานเอ๋อร์”
เมิ่งเชียนเชียนพาปั้นซย่าเดินมา
ถานเอ๋อร์ดวงตาเป็นประกาย “พี่สาว!”
เหล่าฮูหยินก็มาด้วยเช่นกัน
เมื่อนางเห็นภาพตรงหน้า ก็ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
แม้ว่าหญิงรับใช้สองคนของเรือนไห่ถังจะถูกจับมัดอยู่ที่พื้น แต่พวกแม่บ้านโจวก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าใดนัก แต่ละคนจมูกช้ำหน้าบวมยังไม่ต้องพูดถึง เสื้อกันหนาวโดนกระชากขาด ผมเผ้าก็โดนดึงทึ้งจนล้านแล้ว!
ไหนจะพวกบ่าวรับใช้กับผู้คุ้มกันเรือนสิบกว่าคนที่ลุกไม่ขึ้นพวกนั้นอีก...
“ฝีมือใคร” เหล่าฮูหยินตวาดกร้าว
ถานเอ๋อร์เอ่ย “ข่อยเฮ็ดเอง!”
เหล่าฮูหยินสีหน้าตกตะลึง “เจ้าน่ะรึ”
ลู่สิงโจวเบนสายตาสงสัยมาตกบนร่างถานเอ๋อร์
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยกับลู่สิงโจวว่า “ท่านพ่อ ตั้งแต่ที่ลูกโดนลักพาตัวไป ก็มักจะฝันร้ายจนสะดุ้งตื่นตลอด ลูกคิดว่า บางทีข้างกายน่าจะมีสาวใช้ที่ป้องกันตัวได้ไว้สักคน เมื่อวานจึงได้ไปซื้อถานเอ๋อร์มาจากร้านนายหน้าเจ้าค่ะ”
เหล่าฮูหยินแค่นเสียงเอ่ยว่า “นั่นก็ไม่ควรตีคนในจวนเช่นนี้อยู่ดี!”
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยอย่างใจเย็น “ท่านย่า แม่บ้านโจวไม่สนใจรักษาชื่อเสียงให้หลานเลย พาบุรุษสิบกว่าคนบุกเข้ามาในเรือนของหลานอย่างโจ่งแจ้ง หากมิใช่ถานเอ๋อร์ไล่คนออกมา ชื่อเสียงของหลานเกรงว่าคงป่นปี้แน่แล้ว ชื่อเสียงของหลานเสียหายนั้นไม่สำคัญ แต่หากทำให้ท่านพี่เสียหายไปด้วย ทำให้ท่านพ่อกับตระกูลลู่เสียหายไปด้วย บัญชีนี้ ควรคิดกับแม่บ้านโจว หรือว่าท่านย่าที่เป็นผู้บงการแม่บ้านโจวดีเล่าเจ้าคะ”
เหล่าฮูหยินถูกตอกหน้าจนพูดอะไรไม่ออก
นางหันไปมองลู่สิงโจว
ลู่สิงโจวไม่ได้ไล่ถานเอ๋อร์ออกไปทันที
เมิ่งเชียนเชียนรู้จักพ่อสามีคนนี้ดียิ่งนัก เขาเป็นพวกเห็นแก่ตัวเห็นแก่ประโยชน์ เพื่อชื่อเสียงแล้ว เขาสามารถสละได้ทุกอย่าง
ลู่สิงโจวเอ่ย “แม่บ้านโจว เจ้าทำงานหนักมีความดีความชอบมากมาย ยามนี้อายุอานามมากแล้ว คงไม่สะดวกให้เจ้าทำงานหนักต่อไป”
แม่บ้านโจวสีหน้าพลันเปลี่ยน “นายท่านใหญ่!”
เหล่าฮูหยินโมโหยกใหญ่ ชี้ถานเอ๋อร์พลางเอ่ยว่า “นางหนูนี่ตีคน เจ้าไม่ไล่นาง กลับจะมาไล่แม่นมของเซียวเกอร์ออก เจ้าอยากให้ข้าโมโหตายรึ!”
ลู่สิงโจว “ท่านแม่…”
เหล่าฮูหยินทุบอกกระทืบเท้า “เจ้ารังเกียจที่ข้าแก่เฒ่าแล้ว…ไม่ได้เรื่องแล้ว…”
ถานเอ๋อร์เบ้ปาก ยกสองมือกอดอก “อยากกลับมาอ่อนเยาว์อีกครั้งจะไปยากอิหยัง พวกเจ้าคนเมืองหลวงมีผู้บัญชาการใหญ่อยู่คนหนึ่งบ่แม่นบ่ เจ้าไปหาเขา พออยู่ต่อหน้าเขาแล้ว รับรองได้ว่าเจ้าจะกลายเป็นหลาน[2]ทันทีเลย!”
“เจ้า…”
เหล่าฮูหยินโมโหจนล้มพับไปแล้ว!
[1] กงกง (公公) พ่อสามี อีกความหมายหนึ่งคือคำเรียกขานขันที
[2] กลายเป็นหลาน เปรียบเปรยว่าทำตัวอ่อนแอ ยอมจำนน