เกิดใหม่เป็นยอดดวงใจขุนนางจอมโฉด - ตอนที่ 32 พบผู้บัญชาการใหญ่อีกครา
หลายวันนี้ เรือนไห่ถังเงียบสงบเป็นพิเศษ
ลู่หลิงเซียวกับหลินหว่านเอ๋อร์ คนหนึ่งพักรักษาแผล อีกคนพักบำรุงครรภ์ ยังไม่มีใครมาหาเรื่องเมิ่งเชียนเชียนในตอนนี้ ส่วนเหล่าฮูหยินตั้งแต่ถูกบีบให้ยอมรับความพ่ายแพ้ ก็ ‘รักษาตัว’ อยู่ที่เรือนเรื่อยมา
“ผู้ใดจะรู้ว่านางวางแผนอะไรอยู่อีก” ปั้นซย่าพึมพำ
“แม่นๆ!” ถานเอ๋อร์กินขนมแป้งทอดเออออด้วยยกใหญ่
“ใครให้เจ้าเห็นด้วย”
“ข่อยอยากเว้าก็เว้า!”
แม่นมหลี่ถอนใจอย่างจนปัญญา
ปั้นซย่าจำนรรจาแค่คนเดียวก็น่ากลุ้มมากพอแล้ว ยามนี้มีถานเอ๋อร์เพิ่มมาอีกคน เด็กสาวทั้งสองจุ่มหัวกัน วันๆ เจี๊ยวๆ จ๊าวๆ ไม่หยุด
เมิ่งเชียนเชียนอ่านหน้าสุดท้ายเสร็จก็ปิดบทละคร “แม่นม ประเดี๋ยวข้าจะออกไปสักหน่อย”
แม่นมหลี่ถามอย่างเป็นห่วงว่า “ออกจากจวนครั้งล่าสุดเพิ่งผ่านไปได้ไม่กี่วัน จะถี่เกินไปหรือไม่เจ้าคะ”
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ย “ไม่เป็นไรหรอก”
คนตระกูลลู่จะมองนางอย่างไร นางไม่สน
เว้นแต่ว่าตระกูลลู่จะกักบริเวณนางอย่างโจ่งแจ้ง แต่เหตุผลอะไรเล่า นางมิได้ทำผิดอะไรเสียหน่อย หลายปีมานี้พยายามรับใช้ผู้ใหญ่ในจวนอย่างเต็มที่ แม้แต่สินเจ้าสาวก็โดนบ้านสามีสูบจนเกลี้ยง ผู้ใดจะว่านางได้
ถานเอ๋อร์เอ่ย “พี่สาว ข่อยไปด้วย!”
ปั้นซย่าเอ่ย “คุณหนูออกไปข้างนอกทีไรล้วนพาข้าไปด้วย!”
ถานเอ๋อร์ยกสองมือขึ้นกอดอก “ข่อยบ่สน ข่อยสิไป!”
แม่นมหลี่เอ่ยกับเมิ่งเชียนเชียนว่า “คุณหนู พาถานเอ๋อร์ไปเถิดเจ้าค่ะ”
ปั้นซย่าร้อนใจขึ้นมา “แม่นม! ท่านรู้จักนางได้ไม่กี่วัน ไฉนจึงช่วยนางพูดแล้วเล่า”
เมิ่งเชียนเชียนหัวเราะ “แม่นมมิได้ช่วยนางพูด แต่กลัวว่าข้าจะเจออันตรายอีกต่างหาก”
เอ่ยถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ปั้นซย่าก็นึกถึงเรื่องสายลับเป่ยเหลียงขึ้นมาได้ จึงชะงักงันไม่เอ่ยอะไรอีก
เทียบกับการรับใช้อยู่ข้างกายแล้ว ความปลอดภัยของคุณหนูสำคัญกว่า
เมิ่งเชียนเชียนพาถานเอ๋อร์ออกจากจวน
สารถียังคงเป็นอู่เกอร์
อู่เกอร์ขับรถม้าตรงไปยังร้านนายหน้าที่อยู่แถวๆ หอจตุรทิศ
เมิ่งเชียนเชียนถามว่า “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าต้องการมาที่นี่”
อู่เกอร์เกาหัว “คุณหนูนัดกับนายหน้าเอาไว้ วันนี้เป็นวันนัดหมายพอดี”
กล้าหาญและละเอียดลออ คือนิสัยของอู่เกอร์
กิจการของร้านนายหน้ายังคงซบเซา นายหน้าหญิงชราแทบจะนั่งหลับบนเก้าอี้ เป็นถานเอ๋อร์ที่เขย่าปลุกนาง
นายหน้าหญิงชราจำถานเอ๋อร์ไม่ได้ในปราดเดียว จนกระทั่งถานเอ๋อร์เอ่ยคำ นางจึงได้ลุกพรวดขึ้นมาจากเก้าอี้อย่างตกใจ “เป็นเจ้า?”
ถานเอ๋อร์เชิดหน้าขึ้น “อื้ม ข่อยเอง! พี่สาว นั่งเจ้าค่ะ!”
สามวันนี้เกิดอะไรขึ้น นี่ใช่เด็กป่าเถื่อนจอมพยศสกปรกมอมแมมคนนั้นหรือไม่ ทั้งสะอาดสะอ้านทั้งเชื่อฟัง ราวกับคนละคน!
นายหน้าหญิงชราขยับมาใกล้เมิ่งเชียนเชียน ก่อนกระซิบถามว่า “นางอยู่ที่จวนนายหญิงก็เป็นเช่นนี้หรือ”
เมิ่งเชียนเชียนพยักหน้า
นายหน้าหญิงชราปากอ้าตาค้าง : เช่นนั้นนางทำไก่บินสุนัขกระเจิงที่ร้านนายหน้าตั้งหนึ่งเดือนคืออะไรกัน
“มะไม่กัดคน?”
“ไม่”
“ไม่ตีคนด้วย?”
“ตีบ่าวรับใช้และผู้คุ้มกันเรือนไปสิบกว่าคน”
นายหน้าหญิงชราพรูลมหายใจยาวเหยียด นางก็บอกแล้ว บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงได้ แต่นิสัยคนยากจะแก้ เด็กคนนี้จะเปลี่ยนนิสัยได้อย่างไรกันเล่า
นายหน้าหญิงชราถอยหลังพรวดไปก้าวหนึ่ง ออกห่างจากมิ่งเชียนเชียน “พวกเราตกลงกันแล้วนะ ท่านซื้อกลับไปก็คือคนของท่าน ไม่พอใจก็ห้ามเอามาคืนข้า!”
เมิ่งเชียนเชียนหัวเราะ “วันนี้ข้ามาด้วยอยากถามฮูหยินว่า เรื่องที่ไหว้วานไว้คราก่อนมีความคืบหน้าหรือไม่”
คำว่า ‘ฮูหยิน’ ทำเอาหญิงชราปรีดายิ่ง คนทำอาชีพนี้เช่นพวกนาง แม้ว่าจะรู้จักชนชั้นสูงไม่น้อย แต่จะมีสักกี่คนที่มองหน้าพวกนางตรงๆ
ไม่ว่าจะมาจากใจจริงหรือไม่ อย่างไรเสียนางก็รู้สึกสุขกายสบายใจมากอยู่ดี
นายหน้าหญิงชรารีบตามคนชงชากี่เพ้าแดงราคาแพงมากาหนึ่ง ก่อนเอ่ยอย่างนอบน้อมว่า “นายหญิงเรียกบ่าวเกินจริงแล้ว บ่าวรับคำว่า ‘ฮูหยิน’ นี้มิไหวหรอกเจ้าค่ะ เรื่องที่นายหญิงสั่งไว้ บ่าวมิกล้าละเลย บ่าววานเส้นสายหานักบัญชีมาไม่น้อย บัญชีที่พวกเขาคำนวณไว้ล้วนอยู่นี่ นายหญิงโปรดอ่าน”
เมิ่งเชียนเชียนรับบัญชีที่นายหน้าหญิงชราส่งให้มาไล่ดูจนหมด “ผิดหมดเลย”
นายหน้าหญิงชราตกใจอีกหน “คนมากมายเพียงนี้…ไม่มีสักคนคำนวณถูกเลยหรือ”
เมิ่งเชียนเชียนส่งเสียงอืม นิ้วขาวดุจต้นหอมเคาะโต๊ะเบาๆ พลางพึมพำว่า “ไม่ได้หาได้ง่ายดายจริงๆ ด้วยสินะ”
นายหน้าหญิงชราหันมองเมิ่งเชียนเชียนอย่างกระวนกระวาย “นายหญิง…”
เมิ่งเชียนเชียนวางทองคำแท่งหนึ่ง “รบกวนฮูหยินหาให้ข้าต่อไป อีกสามวันข้าจะมาใหม่”
นายหน้าหญิงชรายิ้มหวาน “เจ้าค่ะ! เจ้าค่ะ!”
หลังจากเมิ่งเชียนเชียนกับถานเอ๋อร์จากไป นายหน้าหญิงชราก็มองสมุดบัญชีบนโต๊ะ ก่อนขมวดคิ้วมุ่น “บัญชีอะไรคำนวณยากเพียงนี้”
“ขอรบกวนแล้ว”
เสียงบุรุษอ่อนแผ่วทุ้มต่ำสายหนึ่งดังขึ้นหน้าประตูร้านนายหน้า
นายหน้าหญิงชราเงยหน้าขึ้นมอง กลับเป็นชายหนุ่มถือไม้เท้าคนหนึ่ง
นางทำหอนางโลมมาหลายปี ติดนิสัยมองคนที่หน้าตา บุรุษผู้นี้หน้าตาหล่อเหล่า น่าเสียดายที่ขาเป๋
นายหน้าหญิงชราดูบัญชีต่อ “สือเหนียง ให้เศษเงินเขาไป”
“เจ้าค่ะ!”
แม่นางที่ถูกเรียกว่า ‘สือเหนียง’ ขานรับ ก่อนหยิบเศษเงินออกมา แต่ถูกบุรุษปฏิเสธ
เขาถามอย่างไม่แข็งกร้าวจนดูเย่อหยิ่งเกินไปว่า “ได้ยินว่าที่นี่กำลังหาคนคำนวณบัญชี ให้ข้าลองดูได้หรือไม่”
ครั้นออกมจากร้านนายหน้า เมิ่งเชียนเชียนก็ไปซื้อบทละครจำนวนหนึ่งให้เหล่าไท่จวินที่ร้านหนังสือ
ถานเอ๋อร์กระตุกแขนเสื้อเมิ่งเชียนเชียน “พี่สาว ข่อยอยากกินถังหูลู่!”
เมิ่งเชียนเชียนควักเงินออกมา “อู่เกอร์ ที่ไหนขายถังหูลู่บ้าง”
ไม่รอให้อู่เกอร์ตอบ ถานเอ๋อร์ก็ยกมือขึ้นชี้ “ตรงนั้นๆ! ข่อยได้ยินเสียง!”
“ได้”
เมิ่งเชียนเชียนพยักหน้า เอ่ยกับอู่เกอร์ว่า “เจ้ารอพวกข้าตรงนี้”
ต้องเดินทะลุตรอกเล็กตรอกหนึ่งที่รถม้าเข้าไม่ได้ อีกทั้งฟังจากเสียงตะโกนก็ไม่ถือว่าไกลมาก
อู่เกอร์ทอดมองแผ่นหลังของทั้งคู่ แล้วเกาหัวอย่างฉงน “มีเสียงเร่ขายถังหูลู่หรือ ไม่เห็นได้ยินเลย!”
ครึ่งเค่อต่อมา มือสองข้างของถานเอ๋อร์ก็ถือถังหูลู่ไว้ข้างละไม้ กระโดดโลดเต้นอย่างปรีดา
ทันใดนั้น ไอสังหารอันตรายสายหนึ่งก็เร้นผ่านเหนือศีรษะ มีคนกำลังเดินเหินบนหลังคาและกำแพง ซ้ำยังไม่ใช่แค่คนเดียวด้วย!
เศษหินเศษอิฐบนกำแพงถูกเหยียบแตก เมื่อเห็นว่ากำลังจะร่วงโดนเมิ่งเชียนเชียน ถานเอ๋อร์ก็ทะยานกายขึ้นเตะมันแหลกเป็นผุยผง!
“ไผมันบ่มีตา!”
ถานเอ๋อร์โมโหขึ้นมาแล้ว นางแตะปลายเท้ากระโดดขึ้นไปบนหลังคา โยนถังหูลู่ที่อยู่ในมือขวาขึ้นกลางอากาศ ก่อนสะบัดนิ้ว ถังหูลู่เก้าลูกถูกดีดราวกับดีดลูกคิดไปยังสามคนเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว ดุจสร้อยไข่มุกหลุดออกจากสาย
ทั้งสามถูกโจมตีถึงชีวิต ร่วงลงมาทันที
ถานเอ๋อร์กระโดดลงมา “เฮอะ!”
เมิ่งเชียนเชียนสีหน้านิ่งอึ้ง ถอยหลังไปสองก้าว ก่อนหันหลังเดินเข้าไปในตรอกเล็กที่อยู่ด้านข้าง
สุดปลายตรอกนั้น มีรถเข็นเก่าๆ คันหนึ่ง ซึ่งในมุมที่รถเข็นคันนี้บังนั้น มีเงาร่างสีม่วงกำลังนั่งพิงกำแพง หน้าอกเขามีมีดสั้นปักคาอยู่ คราบโลหิตเหนียวข้นอาบย้อมเสื้อส่วนหน้าเป็นปื้นใหญ่
ถานเอ๋อร์ถือถังหูลู่พลางเอ่ยว่า “พี่สาว เขาบาดเจ็บ เหมือนจะโดนพิษด้วย! สิฆ่าเขาบ่”
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยนิ่งๆ ว่า “ฆ่าไม่ได้”
ลู่หยวนยกยิ้มมุมปาก
แม้จะอ่อนระโหยจนแทบไร้สีเลือด และอาจจะสิ้นใจได้ตลอดเวลลา ทว่ามาดอันแข็งแกร่งนั้นก็ยังแผ่กลิ่นอายอันตรายไร้สิ้นสุดออกมาอยู่ดี
ถานเอ๋อร์โคลงศีรษะ “ช่วยเขา?”
เมิ่งเชียนเชียนทอดมองลู่หยวนอย่างราบเรียบ “มีใต้เท้าท่านหนึ่งเคยบอกว่า ความเป็นตายของสาวน้อยคนหนึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับเขา ความเป็นตายของเขาก็คงไม่เกี่ยวอะไรกับสาวน้อยนางนั้นเช่นกัน”
ถานเอ๋อร์ฟังไม่เข้าใจ “เช่นนั้นก็…”
เมิ่งเชียนเชียน “ไม่ช่วย”
ถานเอ๋อร์หันหลังขวับอย่างดีใจ “กลับบ้านกัน! กลับบ้านกัน! ยกสำรับขึ้นโต๊ะเลย!”