เกิดใหม่เป็นยอดดวงใจขุนนางจอมโฉด - ตอนที่ 37 ผู้บัญชาการใหญ่ผู้หน้าเนื้อใจเสือ
ทางด้านเหล่าฮูหยินหลังจากเตรียมลงเขา ฮูหยินรองก็ให้สาวใช้คนสนิทไปตามหาลู่หลิงหลงทันที ไหนเลยจะรู้หาคนไม่เจอ กลับนำข่าวที่ลู่หลิงหลงถูกองครักษ์เสื้อแพรจับตัวไปกลับมาด้วย
ฮูหยินรองดวงหน้าเผือดสี “เจ้าพูดอีกทีซิ! หลิงหลงถูกใครจับไปนะ?”
“อะองครักษ์เสื้อแพรเจ้าค่ะ!” สาวใช้ตอบอย่างหวาดกลัว “แล้วก็ฮูหยินน้อยกับถานเอ๋อร์สาวใช้ของนางด้วย พวกนางก็ถูกจับตัวไปเช่นกัน”
นายท่านรองลู่ขมวดคิ้วเอ่ย “องครักษ์เสื้อแพรจับพวกเชียนเชียนไปเพื่อการใด เจ้าเข้าใจผิดหรือไม่”
สาวใช้สะอื้นเอ่ย “บะบ่าวเห็นกับตาเลยเจ้าค่ะ!”
นายท่านรองลู่รีบถาม “คนอยู่ที่ใด”
สาวใช้ยกนิ้วขึ้นชี้ “พะเพิ่งออกจากวัดเจ้าค่ะ!”
นายท่านรองลู่รีบไล่ตามไป เพียงไม่นาน ก็กลับมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เป็นอย่างไรบ้าง” ฮูหยินรองถามอย่างร้อนใจ
นายท่านรองลู่ถอนใจเอ่ยว่า “เป็นองครักษ์เสื้อแพร ผู้บัญชาการใหญ่โดนลอบสังหารที่วัด หลิงหลงกับเชียนเชียนดันบังเอิญอยู่แถวนั้นพอดี องครักษ์เสื้อแพรสงสัยว่าพวกนางจะเป็นคนนำนักฆ่ามา”
ฮูหยินรองตกตะลึง “ผู้บัญชาการใหญ่ก็อยู่ที่วัดรึ”
นายท่านรองลู่เอ่ย “เด็กน้อยเมื่อครู่นี้…ก็คือคุณหนูของจวนผู้บัญชาการประจำนครหลวง”
ถ้อยคำนี้ดังขึ้น สีหน้าทุกคนพลันเปลี่ยน
แม่หนูน้อยคนนั้นที่ถูกเมิ่งเชียนเชียนอุ้มอยู่ตลอดบ่าย…นึกไม่ถึงว่าจะเป็นบุตรสาวของลู่หยวน?
มิน่าเล่าแม่นมคนนั้นแต่งกายไม่ธรรมดา ทั้งๆ ที่เป็นคนรับใช้แท้ๆ กลับสวมใส่ไม่ด้อยไปกว่าฮูหยินในตระกูลใหญ่เลย
ฮูหยินรองเอ่ย “พวกเราไม่รู้เสียหน่อยว่านางเป็นคุณหนูตระกูลลู่…อีกอย่างเกี่ยวอะไรกับหลิงหลงด้วย หลิงหลงไม่ได้อุ้มเด็กเสียหน่อย….นางแค่หนวกหูเด็กคนนั้นจึงได้ออกจากห้องภาวนาไป! น่าจะฟังหลิงหลงแต่แรก ยุ่งเรื่องชาวบ้านให้น้อยหน่อย! ยามนี้ประเสริฐแล้ว! ถูกจับตัวไปเพราะคิดว่าเป็นนักฆ่า! ซ้ำยังลากหลิงหลงไปซวยด้วย! เหตุใดนางจึงชอบหาเรื่องให้ที่บ้านนัก!”
ถ้อยคำนี้ลู่หมู่ทนฟังไม่ไหว นางเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังว่า “เชียนเชียนลากหลิงหลงไปซวยอย่างไรหรือ ข้าว่า เป็นหลิงหลงที่ตามไปเองกระมัง”
ลู่หลิงหลงชอบหาเรื่องเมิ่งเชียนเชียนไม่ใช่คราสองคราแล้ว
ฮูหยินรองเถียงว่า “นางเป็นคนไปยุ่งเกี่ยวกับเด็ก! นางไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนของจวนผู้บัญชาการประจำนครหลวง แล้วจะซวยได้รึ!”
เหล่าฮูหยินเอ่ยเสียงเย็น “พอได้แล้ว! วัดวาอารามเป็นสถานที่เงียบสงบ โหวกเหวกโวยวายเป็นอะไรไปได้ กลับไปก่อนค่อยคิดหาวิธี!”
ฮูหยินรองพึมพำเสียงเบา “ท่านแม่กลัวว่าจะถูกคนของจวนผู้บัญชาการประจำนครหลวงจับไปด้วยล่ะสิ…”
นายท่านรองลู่ถลึงตาใส่นาง
เหล่าไท่จวินหลับไปแล้ว จึงยังไม่บอกเรื่องนี้ให้นางตกใจ ลู่หมู่เช่าเกี้ยวหลังหนึ่งตรงหน้าวัด หามเหล่าไท่จวินลงเขา
ลู่สิงโจวพาหลินหว่านเอ๋อร์เข้าเฝ้าโอรสสวรรค์เสร็จก็ลงเขาไปทันที คนตระกูลลู่กลับถึงจวนแล้ว เขาถึงเพิ่งรู้ว่าตนกลับไปก็เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น
เขากำลังอยู่กับลู่หลิงเซียว
สองพ่อลูกฟังคนรับใช้รายงานจบ ก็พากันจมสู่ความคิด
ลู่สิงโจวคล้ายคิดบางอย่างเอ่ยว่า “เมื่อไม่นานมานี้ผู้บัญชาการใหญ่เพิ่งจะโดนลอบสังหาร บาดเจ็บสาหัส ฝ่าบาทนึกว่าเขาพักรักษาตัวอยู่ที่จวน จึงได้ออกจากวังอย่างเป็นความลับ ไม่คิดเลยหนอไม่คิดเลย ว่าเขาจะอยู่ที่วัดหานซาน! คนผู้นี้ช่างเจ้าเล่ห์เพทุบายนัก! คงมิใช่ว่า…เขาพบว่าฝ่าบาทเรียกตัวหว่านเอ๋อร์เข้าเฝ้า จึงจงใจข่มขู่พวกเราตระกูลลู่หรอกนะ?”
ลู่หลิงเซียวคิ้วคมขมวดมุ่น “ท่านพ่อ ท่านพาหว่านเอ๋อร์ไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทหรือ ทำเช่นนี้ จะทำให้หว่านเอ๋อร์ตกอยู่ในอันตรายนะขอรับ!”
ลู่สิงโจวเอ่ย “ตระกูลลู่จะปกป้องนาง ฝ่าบาทก็จะปกป้องนางเช่นกัน!”
ลู่หลิงเซียวกำหมัดเอ่ยว่า “ฝ่าบาทยังมิได้ขึ้นครองราชย์เอง ทุกการเคลื่อนไหวล้วนถูกลู่หยวนควบคุมอยู่ ข้ากลัวว่าลู่หยวนจะลงมือกับหว่านเอ๋อร์!”
ลู่สิงโจวเอ่ย “นางมีประโยชน์ ลู่หยวนไม่มีทางฆ่านาง”
ลู่หลิงเซียวยังคงไม่เห็นด้วยกับการกระทำของบิดา แม้ว่าเขาก็อยากจะกำจัดลู่หยวนให้ฝ่าบาทโดยเร็ว ทว่าเขาไม่อยากดึงหว่านเอ๋อร์เข้ามาเกี่ยวด้วยเลย
เขาเลิกผ้าห่มลุกขึ้น
ลู่สิงโจวถามอย่างประหลาดใจ “เจ้าจะทำอะไร”
ลู่หลิงเซียวหยิบอาภรณ์มา “ไปจวนผู้บัญชาการประจำนครหลวง”
ลู่สิงโจวยังอยากจะเอ่ยบางอย่างอีก ลู่หลิงเซียวก็สวมอาภรณ์เรียบร้อยออกไปแล้ว
หน้าประตู เขาเจอหลินหว่านเอ๋อร์ที่มาเยี่ยมเขา
เขาชะงักไป ก่อนเอ่ยว่า “ไม่ให้เจ้ามามิใช่หรือ บนตัวข้ามีแต่กลิ่นยา ไม่ดีต่อครรภ์”
หลินหว่านเอ๋อร์สวมผ้าคลุมหน้าอยู่ ทำภาษามือว่า : ท่านแม่ทัพบาดเจ็บยังไม่หาย รีบร้อนเช่นนี้ เพราะเรื่องของฮูหยินน้อยหรือ
ลู่หลิงเซียวไม่ได้ปฏิเสธ
หลินหว่านเอ๋อร์เอ่ยต่ออีกว่า “ผู้บริสุทธิ์ย่อมบริสุทธิ์[1] ข้าว่า ฮูหยินน้อยไม่มีทางเป็นอะไร รอผู้บัญชาการใหญ่ตรวจสอบความจริงกระจ่างแล้ว คงจะปล่อยตัวนางกลับมา”
หลักการนี้ถูกต้อง แต่ลู่หลิงเซียวก็ยังรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องอยู่ดี
ลู่หลิงเซียวส่ายหน้า “เจ้าไม่รู้จักลู่หยวน คนผู้นี้จิตใจอำมหิตไร้ปราณี ชอบใช้อำนาจส่วนตัวในการลงโทษ เมิ่งซื่อกับหลิงหลงตกอยู่ในมือเขา เกิดโดนใช้ทัณฑ์ทรมาน...”
หลินหว่านเอ๋อร์ถามว่า : ท่านกลัวว่าจะถูกบังคับให้รับสารภาพหรือ
ลู่หลิงเซียวชะงักไป
เขาไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย เขาแค่ไม่อยากให้สตรีตระกูลลู่ถูกคนของจวนผู้บัญชาการประจำนครหลวงทรมาน
หลินหว่านเอ๋อร์จ้องมองแววตาเขา ก่อนทำมือว่า : หากลู่หยวนให้นางใส่ร้ายท่าน ท่านจะตำหนินางหรือไม่
คำว่า ‘นาง’ นี้ย่อมหมายถึงเมิ่งเชียนเชียน
ลู่หลิงเซียวสังเกตถึงความผิดปกติได้ในที่สุด เห็นๆ อยู่ว่าถูกจับตัวไปสองคน แต่คนที่นางเอ่ยถึงตั้งแต่ต้นจนจบมีเพียงเมิ่งเชียนเชียน
ลู่หลิงเซียวสูดหายใจลึก เอ่ยด้วยน้ำใสใจจริงว่า “หว่านเอ๋อร์ ข้าไปช่วยนาง เพราะนางเป็นภรรยาของข้า ข้าต้องรับผิดชอบต่อนาง”
หลินหว่านเอ๋อร์ขอบตาแดงก่ำ : ตอนท่านหมดสติอยู่ นางเฝ้าท่านสามวันสามคืน ท่านมิได้หวั่นไหวต่อนางจริงๆ น่ะหรือ
“นางเฝ้าข้าก็เพราะ…”
ไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้ยังพอทำเนา พอเอ่ยขึ้นมาลู่หลิงเซียวก็ช้ำในขึ้นมาอีกหน
แต่เขาก็มิอาจอธิบายอะไรได้ อย่างไรเสียเขาก็รักหน้าตา
เขากุมมือหลินหว่านเอ๋อร์ “เจ้าวางใจได้ ใจข้ามีเพียงเจ้า ไม่มีทางรักสตรีอื่นได้อีก”
หลินหว่านเอ๋อร์อิงซบอ้อมอกเขาเบาๆ เขียนใส่ฝ่ามือเขาว่า : ท่านแม่ทัพ หว่านเอ๋อร์มีเพียงท่าน
……
ณ สวนทิงหลาน จวนผู้บัญชาการประจำนครหลวง
ลู่หยวนฟื้นแล้ว กำลังนั่งบนเก้าอี้กวนเม่าอันประณีตหรูหราอย่างเกียจคร้าน
หมอหลวงพันหลังมือให้เขาใหม่ มองคราบเลือดบนผ้าขาว ก่อนเอ่ยกับเขาว่า “ผู้บัญชาการใหญ่ นี่คือพิษโหลวหลานซา หนึ่งในสามพิษร้ายแรงที่สุดของเหมียวเจียง รุนแรงหาใดเทียบได้ หากมิอาจถอนพิษภายในสามชั่วยาม พิษก็จะเข้าสู่หัวใจตาย”
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรสีหน้าเปลี่ยนทันที “เช่นนั้นผู้บัญชาการใหญ่…”
หมอหลวงเอ่ย “เคราะห์ดีที่ผู้บัญชาการใหญ่ถูกเข็มเงินปิดกั้นจุดฝังเข็ม ปกป้องเส้นหัวใจเอาไว้ได้ทันกาล และขับพิษออกไปได้ไม่น้อยแล้ว ไม่เช่นนั้นต่อให้มียาถอนพิษวิเศษจากสวรรค์ ก็มิอาจช่วยอะไรได้”
ลู่หยวนเล่นเข็มเงินในมืออย่างไม่ใคร่ใส่ใจนัก “ออกไปเถิด”
“ข้าน้อยขอตัว”
ครั้นหมอหลวงกลับไปแล้ว ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรก็เอ่ยอย่างสงสัยว่า “ลู่ฮูหยินรู้วิชาแพทย์ด้วยรึ ลู่หลิงเซียวรู้หรือไม่ว่าฮูหยินตัวเองเก็บงำความสามารถเอาไว้เช่นนี้ แล้วก็ เหตุใดท่านถึงช่วยนางเล่า นางบุกเข้ามาเอง โดนลูกหลงก็โดนลูกหลงไปสิ…”
ลู่หยวนเหลือบตาขึ้นมานิ่งๆ “จับนักฆ่าเสร็จแล้ว? ไต่สวนผู้บงการหลังม่านได้แล้ว? ใช้ชีวิตพอแล้ว?”
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรคว้าประตูออกไปทันที “อวี้จื่อชวน! เจ้าไปตายที่ไหนแล้ว ไต่สวนคนร้ายเร็ว!”
ภายในห้องปีกข้าง ถานเอ๋อร์นอนขวางม้านั่งหลับอุตุ
ลู่หลิงหลงฟื้นขึ้นมาระหว่างทางหนหนึ่ง ทราบว่าตนถูกจับมาที่จวนผู้บัญชาการประจำนครหลวงในฐานะนักฆ่า ก็ตกใจเป็นลมไปอีกหน
เมิ่งเชียนเชียนนั่งเงียบๆ อยู่ในห้อง นึกย้อนถึงเรื่องที่เกิดขึ้นที่วัด ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกผิดปกติ
ลู่หยวนถูกลอบสังหารนั้นไม่แปลก มีคนอยากให้เขาตายถมเถไป หากจะโทษก็ต้องโทษที่ตนซวยนัก
ลู่หยวนช่วยชีวิตนางไว้ คงเป็นเพราะเห็นแก่หน้าเป่าซู แต่เห็นๆ อยู่ว่าเขาสามารถผลักนางออกได้ เช่นนั้นก็จะช่วยได้ทั้งนางและตัวเขาเองก็จะไม่มีทางบาดเจ็บ
หรือว่า…เขากำลังหยั่งเชิงนาง?
อยากหยั่งเชิงวรยุทธ์ของนาง ถึงขนาด…ใช้ตัวเองลองพิษอย่างไม่เสียดาย เพื่อหยั่งเชิงวิชาแพทย์ของนาง
เมิ่งเชียนเชียนค่อยๆ กำหมัดทีละนิด
เขาไม่กลัวว่าตัวเองจะเดาผิดบ้างหรือไร
ช่างเสียสติไปแล้วจริงๆ!
ปั้งๆๆ
ในขณะที่เมิ่งเชียนเชียนกำลังครุ่นคิด ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูเต็มแรง
นางแววตาวูบไหว รีบลุกขึ้นไปดึงประตูห้องเปิด ก็เห็นเป่าซูแต่งตัวเป็นลูกพยัคฆ์ นั่งขัดสมาธิอยู่กับพื้น เก็กท่าเท่ระเบิดสุดจะเปรียบ ผินหน้าที่ดูน่ารักน่าชังไปด้านข้าง เชิดคางน้อยๆ ขึ้นอย่างมั่นใจ ปากคาบดอกไม้ดอกน้อยไว้ดอกหนึ่ง
แอ๋~
ราวกับกำลังถามว่า คืนนี้เป๋าเป่าสวยหรือไม่
[1] ผู้บริสุทธิ์ย่อมบริสุทธิ์ คนบริสุทธิ์ต่อให้ไม่ได้พูดอะไรเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง ก็ย่อมพิสูจน์ได้ว่าตนเองไม่มีความผิด