เกิดใหม่เป็นยอดดวงใจขุนนางจอมโฉด - ตอนที่ 38 เป่าซูรังแกคน
เมิ่งเชียนเชียนอุ้มแม่หนูน้อยขึ้นมา แน่นอนว่า เก็บดอกไม้ดอกนั้นมาด้วย
ผมเป่าซูสั้นยิ่งนัก มัดเป็นจุกน้อยๆ ไม่ได้ เมิ่งเชียนเชียนจึงเสียบดอกไม้ไว้ที่หมวกหัวพยัคฆ์ของนางแทน
เป่าซูรีบชี้ที่คันฉ่องยกใหญ่
เมิ่งเชียนเชียนหัวเราะ อุ้มนางไปส่องดู
เป่าซูลืมตากลมโตสีดำขลับมองหนูน้อยคนงามในคันฉ่องตาไม่กะพริบ จมสู่ความงามของตนจนยากจะไถ่ถอนได้!
เมิ่งเชียนเชียนเห็นแม่หนูน้อยท่าทางหลงใหลในความงามตัวเอง ก็อดบีบแก้มน้อยๆ ของนางมิได้
“ท่านพ่อเจ้าไฉนจึงมีลูกสาวน่ารักเช่นเจ้าเยี่ยงนี้กันนะ”
“ลู่ฮูหยิน”
แม่นมยกมื้อเย็นของเป่าซูมา
เป่าซูเห็นว่าในชามไม่ใช่นม ศีรษะน้อยๆ ก็สะบัดหนีขวับ ไม่มองสักแวบ!
แม่นมสีหน้าลำบากใจ คุณหนูโตแล้ว จะกินแต่นมไม่ได้ ต้องกินอาหารบ้าง
แต่อย่าเห็นว่านางตะกละ คว้าอะไรได้ก็จะเอาใส่ปากเชียว พอถึงเวลากินข้าวขึ้นมาจริงๆ กลับทำเอาคนกลุ้ม
เมิ่งเชียนเชียนยิ้มเอ่ยว่า “เจ้าชอบกินเนื้อมิใช่หรือ ในชามมีปลากับเนื้อ”
เป่าซูสีหน้าปฏิเสธ
เมิ่งเชียนเชียนกระจ่าง
แม่หนูน้อยอยากกินปลากับเนื้อเหมือนผู้ใหญ่ ไม่ใช่เนื้อสับจืดๆ ของทารก
เมิ่งเชียนเชียนอุ้มหนูน้อยมานั่งข้างโต๊ะ แม่นมยกอาหารตามมา
เป่าซูเอาแต่มุดเข้าอ้อมอกเมิ่งเชียนเชียน เพื่อเลี่ยงการหม่ำๆ ข้าว
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยเสียงแผ่วว่า “เจาเจาเด็กดี ชิมคำหนึ่งนะ”
เป่าซูนิ่งไม่ไหวติง
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยอีกว่า “แค่คำเดียว ไม่อร่อยก็ไม่กินแล้ว”
เป่าซูยังคงนิ่ง
เมิ่งเชียนเชียนใช้ท่าไม้ตาย ล้วงน้ำตาลก้อนห่อด้วยกระดาษน้ำมันชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าใบน้อย “กินเสร็จ จะให้เจ้า”
เป่าซูที่อยู่ในอ้อมอกนางหันหน้ามาเล็กน้อย ใช้หางตาลอบมองน้ำตาลก้อนแวบหนึ่ง น้ำลายไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่
ณ ห้องหนังสือ
ลู่หยวนกำลังอ่านตำราอาวุธโบราณเล่มหนึ่ง
คนรับใช้ก็มารายงานว่า แม่ทัพเจิ้นเป่ยขอเข้าพบ
ลู่หยวนอ่านตำราในมือจนจบ จึงได้เอ่ยอย่างเรียบนิ่งว่า “ให้เขาเข้ามา”
ลู่หลิงเซียวยืนตากลมหนาวพร้อมกับอาการบาดเจ็บอยู่เกือบครึ่งชั่วยาม จึงถูกคนพาเข้ามาในจวน
เขารู้ดีว่าผู้บัญชาการใหญ่จงใจข่มเขา โทสะคับแน่นเต็มอก แต่ตำแหน่งขุนนางของเขาสูงไม่เท่าลู่หยวน จึงจำต้องกล้ำกลืนลงไป
ลู่หยวนนั่งอยู่บนเก้าอี้กวนเม่าแกะสลักหงส์มังกร การแต่งกายเรียบร้อย ชุดคลุมสีม่วงตัวกว้างใต้แสงเทียนสะท้อนกลิ่นอายสูงส่ง
ลู่หลิงเซียวสร้างความดีความชอบใหญ่หลวงที่ชายแดน จึงดูถูกพวกปรสิตในราชสำนักที่ทั้งเย่อหยิ่งทั้งฟุ้งเฟ้อไปวันๆ ไม่มีกระทั่งเรี่ยวแรงจะมัดไก่ ชีวิตอยู่ดีกินดี ไม่รับรู้ถึงความทุกข์ยากของประชาชน
นี่เพราะอยู่ในเมืองหลวง ลู่หยวนจึงอาศัยตำแหน่งที่สูงกว่าเขามารังแกกันได้ หากอยู่ที่ชายแดน เขาจะสั่งสอนขุนนางโฉดผู้นี้ให้เป็นผู้เป็นคนในกระบวนเดียวเลย
“คารวะผู้บัญชาการใหญ่”
เขาประสานมือคำนับ
ลู่หยวนยกกาน้ำชาร้อนๆ ขึ้นจากตะแกรง เทชาให้ตัวเองถ้วยหนึ่ง ก่อนคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มเอ่ยว่า “แม่ทัพลู่วันนี้มารับโทษหรือ แผลหายเร็วเพียงนั้นเชียว?”
ลู่หลิงเซียวเผยความกระอักกระอ่วนขึ้นมาบนสีหน้า เขากลับอยากให้เป็นเรื่องมารับโทษเช่นกัน แต่คราก่อนโบยหนักยิ่งนัก สามารถฝืนมาถึงที่นี่ได้ก็บุญโขแล้ว หากโดนโบยเพิ่มอีกหลายสิบไม้ เกรงว่าวรยุทธ์ของตนคงถูกทำลายหมดแน่
เขาเอ่ยอย่างอดกลั้น “ข้าน้อยมาขอความกรุณาจากผู้บัญชาการใหญ่”
ลู่หยวนแย้มยิ้ม “แม่ทัพลู่โดนตีจนเข็ดไปเสียแล้วหรือ”
ลู่หลิงเซียวสูดหายใจลึก ข่มเพลิงโทสะเอาไว้ สีหน้าจริงจังเอ่ยว่า “รอให้แผลข้าน้อยหายดีก่อน ย่อมมารับโทษโดยมิให้ขาดแม้แต่ไม้เดียวแน่นอน! แต่ขอผู้บัญชาการใหญ่อย่าได้ระบายโทสะใส่คนที่บ้านของข้าน้อย! ภรรยาและน้องสาวของข้าน้อยเป็นผู้บริสุทธิ์ ผู้บัญชาการใหญ่มีอะไรก็มาลงที่ข้าน้อยก็พอ พวกนางไม่เกี่ยว!”
ลู่หยวนไม่ไปพิสูจน์ความจริงด้วยตัวเองหรอก เขาไม่สนใจลู่หลิงเซียวแม้แต่น้อย
ลู่หลิงเซียวร้อนใจขึ้นมา “ผู้บัญชาการใหญ่ ภรรยาและน้องสาวของข้าน้อยล้วนเป็นสตรีในห้องหอ ยามปกติไม่เคยเหยียบย่างออกจากจวน ไม่มีทางเกี่ยวข้องใดๆ กับนักฆ่าแน่ ขอผู้บัญชาการใหญ่โปรดปล่อยตัวพวกนางด้วย!”
ลู่หยวนยิ้มเย็น “แล้วถ้าข้าไม่ปล่อยล่ะ”
ลู่หลิงเซียวกำหมัดแน่น “หรือว่าผู้บัญชาการใหญ่ไม่กลัว…”
เขายั้งปากทัน ไม่ให้ตัวเองเอ่ยถ้อยคำที่ย้อนคืนมามิได้
ลู่หยวนหัวเราะอย่างอวดดี “ข้ากลัวอันใด กลัวเจ้ารึ กลัวตระกูลลู่? หรือกลัวโอรสสวรรค์ปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมนั่น?”
โอหัง!
ลู่หลิงเซียวตกตะลึง กำหมัดดังกึดๆ
“ผู้บัญชาการใหญ่!”
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรสาวเท้าเข้ามา ประสานหมัดคำนับให้
เขากับลู่หลิงเซียวเป็นขุนนางขั้นสามเช่นเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องคำนับให้อีกฝ่าย
ทว่าลู่หลิงเซียวมีความดีความชอบที่ชายแดน ส่วนเขามีอำนาจในราชสำนัก ซ้ำยังเป็นคนสนิทของผู้บัญชาการใหญ่ ในเมืองหลวงนี้ น่าเกรงขามมากกว่าลู่หลิงเซียว
“แม่ทัพลู่ก็อยู่หรือ”
เขาประสานมือนิ่งๆ
ลู่หลิงเซียวคำนับคืน
“ไต่สวนเสร็จแล้วรึ” ลู่หยวนเอ่ยนิ่งๆ
“ขอรับ” ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรมองลู่หลิงเซียวแวบหนึ่ง ความหมายชัดเจนยิ่ง ไม่สะดวกคุยต่อหน้าลู่หลิงเซียว
ลู่หยวนยิ้มเอ่ย “เกี่ยวข้องกับลู่ฮูหยินและคุณหนูลู่หรือไม่”
“กับลู่ฮูหยินนั้น…”
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรมองกลับไปกลับมาระหว่างผู้บัญชาการใหญ่และลู่หลิงเซียว
นายท่าน!
จะให้เกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องล่ะ
นายท่านแอบส่งสัญญาณหน่อยสิ
ลู่หลิงเซียวสีหน้าจริงจังเอ่ยว่า “ข้าน้อยยินดีใช้หัว…”
“ไม่เกี่ยวข้องขอรับ!”
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรเอ่ยขัดลู่หลิงเซียว “ไม่เกี่ยวข้องกับลู่ฮูหยิน นางตามแม่นมมาส่งคุณหนูเป่าซูกลับห้องภาวนา แต่ว่าคุณหนูใหญ่ลู่หลบอยู่นอกเรือนอย่างลับๆ ล่อๆ ราวกับแอบดูความเคลื่อนไหวของผู้บัญชาการใหญ่!”
ลู่หลิงเซียวสีหน้าพลันเปลี่ยน
ลู่หยวนยิ้มเอ่ย “เมื่อครู่นี้แม่ทัพลู่พูดว่าอย่างไรนะ”
“ยินดีใช้หัวเป็นประกัน…น้องสาวเป็นผู้บริสุทธิ์ขอรับ”
ลู่หลิงเซียวไม่หอบความหวังใดๆ อีกแล้ว
ลู่หยวนยิ้มเอ่ย “ในเมื่อแม่ทัพลู่กล่าวเช่นนี้แล้ว ข้าก็ไม่ซักไซ้ไล่เลียงการกระทำอันน่าสงสัยของฮูหยินน้อยตอนอยู่ที่วัดต่อแล้วล่ะ”
ลู่หลิงเซียวชะงัก หันมองลู่หยวนอย่างเหลือเชื่อ เห็นๆ อยู่ว่าขุนนางโฉดผู้นี้ไม่คิดจะปล่อยตัวคนง่ายๆ ไฉนจู่ๆ จึงเปลี่ยนใจแล้วเล่า
หรือข้าจะคิดมากไป
ไม่ว่าอย่างไร รีบพาคนกลับแล้วค่อยว่ากัน ชักช้าเกรงว่าสถานการณ์จะเปลี่ยน!
ลู่หลิงเซียวประสานหมัด “ขอบคุณผู้บัญชาการใหญ่…”
ลู่หยวนยิ้มเจือความนัย “แม่ทัพลู่อย่าเพิ่งดีใจเร็วนัก ข้าบอกว่าไม่ซักไซ้ไล่เลียงการกระทำอันน่าสงสัยของนางตอนอยู่ที่วัด แต่มิได้ให้เจ้าพาตัวคนกลับนะ”
ลู่หลิงเซียวขมวดคิ้ว “ผู้บัญชาการใหญ่หมายความว่าอย่างไร”
……
ภายในห้อง เป่าซูร้องไห้จ้า
“ไอ้หยา! เจ้าหยุดร้องได้แล้ว! แค่กินลูกอมเจ้าไปเม็ดเดียวเองบ่แม่นติ้ คราหน้าข่อยซื้อคืนเจ้า! สองเม็ดพอบ่ บ่พอก็สามเม็ด! ห้าเม็ด!”
แง! แง! แง!
เป่าซูร้องไห้พลางใช้ก้นน้อยๆ ขยับหนี
นางขยับ ถานเอ๋อร์ก็ขยับ
หนึ่งคนหนี หนึ่งคนตาม จนทั้งสองไปชนกับชั้นวางเครื่องเรือนสูงค่า
โครม!
แจกันโบราณบนชั้นวางร่วงลงมา!
ถานเอ๋อร์ตาไวมือเร็วชูเป่าซูขึ้นสูง หนูน้อยจึงหลบอันตรายจากการโดนเศษแจกันบาดได้
เมิ่งเชียนเชียนเพิ่งกลับมาจากห้องสุขา เข้าห้องมาเห็นเศษแจกันดอกไม้แตกเต็มพื้น จึงถามว่า “ใครทำแตก”
หนึ่งเด็ก หนึ่งผู้ใหญ่ชี้ไปที่ลู่หลิงหลงโดยพร้อมเพรียง สีหน้าจริงจังยิ่ง!
“นาง!”
“แอ้!”
ลู่หลิงหลงที่เพิ่งฟื้นก็กลายเป็นแพะรับบาป “!!!”
หนึ่งเค่อต่อมา พ่อบ้านเฉินถือถาดใส่เศษแจกันมาปรากฏตัวที่ห้องหนังสือของลู่หยวน เอ่ยกับลู่หลิงเซียวอย่างนอบน้อมว่า
“แม่ทัพลู่ เมื่อครู่นี้คุณหนูใหญ่ลู่ทำคุณหนูเป่าซูเสียขวัญร้องไห้อยู่ในห้องยังไม่ต้องพูดถึง ยังทำแจกันโบราณใบโปรดของคุณหนูเป่าซูแตกด้วย ขอแม่ทัพลู่ชดใช้เงินคืนด้วย”
ลู่หลิงเซียวถามว่า “เท่าใดหรือ”
พ่อบ้านเฉินยิ้มเอ่ย “ไม่มากขอรับ หมื่นตำลึง”
ลู่หลิงเซียวสะดุ้งโหยง!