เกิดใหม่เป็นยอดดวงใจขุนนางจอมโฉด - ตอนที่ 4 ให้นางใจกว้าง
ราตรีมาเยือน หลังจากที่เมิ่งเชียนเชียนกล่อมเหล่าไท่จวินเข้านอนแล้ว ก็กลับมายังเรือนตน
เพิ่งจะออกมา ก็เจอเข้ากับลู่หลิงเซียว
ลู่หลิงเซียวมาหาเมิ่งเชียนเชียนโดยเฉพาะ
เมื่อกลางวันเขาเข้าใจนางผิด เดิมก็รู้สึกผิดอยู่ทีเดียว
ต่อมาเขาถามพ่อบ้านหลิว จึงได้รู้ว่าหลายปีมานี้นางดูแลท่านย่าทวดที่สติเลอะๆ เลือนๆ อย่างเอาใจใส่มาโดยตลอด
เขาเกิดความรู้สึกผิดขึ้นมาในใจ ระหว่างทางกลับจึงซื้อปิ่นอันหนึ่ง หมายจะมอบให้นางเป็นการขอโทษ
ทว่าไม่รอให้เขาเอ่ยคำ นางก็ชิงเอ่ยขึ้นมาก่อน “ท่านย่าทวดหลับแล้ว พรุ่งนี้เจ้าค่อยมาเยี่ยมนางใหม่ แต่ต้องหัวค่ำหน่อยนะ ท่านย่าทวดเข้านอนไว”
ลู่หลิงเซียวเอ่ย “ข้ามาหาเจ้าต่างหาก”
“มาหาข้า?” เมิ่งเชียนเชียนครุ่นคิด “ขนมกุ้ยฮวากินหมดไปแล้ว”
ลู่หลิงเซียวชะงัก เริ่มรู้สึกว่าไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
เหตุใดในหัวของเด็กสาวนางนี้จึงมีแต่เรื่องกินกันนะ
เขาเป็นพวกชอบแย่งขนมกับนางหรือไร
ไม่สิ เมื่อเช้า…เขาเอาขนมกุ้ยฮวาของนางไปให้คนอื่นเสียแล้ว
ลู่หลิงเซียวค่อนข้างกระอักกระอ่วน เขากำมือกระแอมทีหนึ่ง “หากเจ้าชอบขนมกุ้ยฮวาล่ะก็ คราหน้าข้าจะไปซื้อที่ร้านโจวจี้มาให้เจ้า”
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ย “เจ้ามาหาเพียงเพราะจะพูดเรื่องนี้น่ะหรือ”
“ข้า…”
ลู่หลิงเซียวบีบกล่องไหมในมือ กำลังจะยื่นส่งให้นาง ลี่ว์หลัวฝีเท้าเร่งร้อนมาหา
“ท่านแม่ทัพ!”
นางคำนับให้ลู่หลิงเซียวอย่างนอบน้อม แล้วหันกายมาคำนับให้เมิ่งเชียนเชียน น้ำเสียงมีความระมัดระวังเจืออยู่ด้วย “ฮูหยินน้อย”
เมิ่งเชียนเชียนไม่สนใจ
ลู่หลิงเซียวถามลี่ว์หลัว “มีอะไร”
ลี่ว์หลัวมองสีหน้าเมิ่งเชียนเชียนแวบหนึ่ง ก่อนถามเสียงเบาว่า “คุณหนูให้ถามท่านว่า คืนนี้จะยังกลับไปรับมื้อค่ำที่เรือนเฟิงหรือไม่”
“นางยังไม่กินหรือ”
“เอาแต่รอท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ”
“เหลวไหล!” ลู่หลิงเซียวขมวดคิ้ว พลางสาวเท้าเดินไปทางเรือนเฟิง
ลี่ว์หลัวซอยเท้าสั้นๆ ตามไป
ปั้นซย่าโมโหจนกระทืบเท้า “ต่ำช้านัก! มาแย่งคนถึงเรือนเหล่าไท่จวินแล้ว! ท่านเขยมาหาคุณหนูสามครา ก็ถูกเรือนเฟิงมาตามไปตั้งสองครา! ท่านเขยเป็นของนางหรือไร นางถึงยึดไว้ได้คนเดียว นึกถึงท่าทางตัวสั่นงันงกยามอยู่ต่อหน้าคุณหนูของนังสาวใช้สมควรตายนั่นแล้วช่างน่าโมโหนัก ทำเสียราวกับว่าพวกเราไม่ยอมรับแม่นางหลินของนางอย่างนั้นแหละ!”
เมิ่งเชียนเชียนสีหน้าราบเรียบเดินกลับไป
แม่นมหลี่ถลึงตาใส่ปั้นซย่า “ไม่เห็นหรือว่าคุณหนูรำคาญใจมากพอแล้ว เจ้าหยุดพล่ามเสียที!”
ปั้นซย่าแค่นเสียงเอ่ย “ข้าพูดผิดตรงไหนกัน แต่งงานกันนั่นเรียกภรรยาเอก หนีตามกันนั่นเรียกอนุ คุณหนูของข้ายังไม่เคยดื่มแม้กระทั่งน้ำชาอนุของนาง ก็แค่ตั้งท้องเนื้อก้อนหนึ่งมิใช่หรือ จะอวดเบ่งอะไร! คุณหนู ต่อไปท่านก็มีให้ท่านเขยสักคนสิเจ้าคะ! ที่ท่านคลอดถึงจะเป็นบุตรสายตรง! ถึงเวลานั้น ดูซิว่านางจะยังเหนือกว่าท่านหรือไม่!”
แม่นมหลี่แม้จะไม่ชอบความปากเปราะของปั้นซย่า แต่สุดท้ายความคิดนี้กลับตรงใจนาง
ที่บ้านสามี บุตรชายต่างหากคือที่พึ่งพิงชั่วชีวิตของมารดา
“คุณหนู ท่านเขยตอนนี้ก็แค่ถูกปีศาจจิ้งจอกข้างนอกทำให้ตาบอด รอความตื่นเต้นนี้หมดไป ย่อมกลับมาอยู่ข้างกายคุณหนู ถึงเวลานั้นคุณหนูครองเรือนกับท่านเขย ค่อยคลอดลูกชายหรือลูกสาวสักคน ครึ่งชีวิตที่เหลือก็มั่นคงแล้ว”
ยามเหม่า[1] เมิ่งเชียนเชียนก็ตื่น
แม่นมหลี่ตักน้ำร้อนเข้ามาในห้อง ก่อนจะเลิกม่านมุ้งขึ้นแขวนไว้
ครั้นเห็นเมิ่งเชียนเชียนมีเหงื่อเต็มหน้าผาก ชุดนอนก็เปียกชุ่ม นางจึงรีบถามว่า “คุณหนู เมื่อคืนฝันร้ายอีกแล้วหรือเจ้าคะ”
เมื่อครึ่งปีก่อนคุณหนูของตนถูกคุณหนูลู่บ้านรองผลักตกน้ำ ล้มป่วยหนักอยู่หนหนึ่ง ตั้งแต่นั้นมา คุณหนูก็มีอาการปวดหัวและฝันร้าย
“ตามหมอมาดีกว่าเจ้าค่ะ” แม่นมหลี่เกลี้ยกล่อม
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยเสียงเรียบว่า “ไม่ต้องหรอก”
ยามที่เหล่าฮูหยินอยู่ที่บ้าน เมิ่งเชียนเชียนกับลู่หมู่ล้วนตื่นแต่เช้าไปไตร่ตรองตนเองทุกวัน
หากเมิ่งเชียนเชียนไม่ไป เหล่าฮูหยินจะไม่ดุนางโดยตรง แต่จะตำหนิลู่หมู่ว่าอบรมสั่งสอนไม่ดี
เมื่อเมิ่งเชียนเชียนมาถึงเรือนฝูโซ่ว ลู่หมู่ก็กำลังปรนนิบัติแม่สามีหวีผมแล้ว
คงเพราะลู่หลิงเซียวฟื้นคืนจากความตาย เหล่าฮูหยินอารมณ์ดี จึงเปลี่ยนมาแต่งตัวสวยสดงดงาม ทั้งยังให้ลู่หมู่มวยผมให้ดูมีชีวิตชีวาด้วย
“ซี๊ดดด ทำข้าเจ็บแล้ว!” เหล่าฮูหยินขมวดคิ้ว
ลู่หมู่รีบเอ่ย “ลูกจะเบามืออีกเจ้าค่ะ”
เมื่อลู่หมู่ทำผมให้เหล่าฮูหยินเสร็จ ก็ปรนนิบัติแม่สามีล้างหน้าบ้วนปากด้วยตัวเอง
ครั้นทุกอย่างเสร็จสิ้น เหลือแค่ทายาเกล็ดหิมะ ฮูหยินรองก็ยิ้มหวานเดินมาหา
“พี่สะใภ้ใหญ่! ข้าทำเอง ข้าทำเอง!”
นางรีบร้อนเข้ามาในห้อง โดยไม่สนว่าลู่หมู่จะยินดีหรือไม่ แย่งยาเกล็ดหิมะไปจากลู่หมู่ แล้วเบียดลู่หมู่ไปด้านหลัง
นางทาให้เหล่าฮูหยินพลางทอดมองคันฉ่องสำริด เอ่ยว่า “ไอ้หยา นี่ใช่ท่านแม่ข้าหรือนี่”
เหล่าฮูหยินขมวดคิ้ว “มีอะไรรึ”
ฮูหยินรองเอ่ยเกินจริงว่า “อ่อนวัยไปสิบปีเชียว ข้าเกือบจำไม่ได้แหนะ! มันก็แน่อยู่แล้วล่ะเนอะ เซียวเกอร์เป็นดวงใจของท่าน พอเขากลับมา ผมหงอกขาวของท่านก็ลดลงเลย รอยเหี่ยวย่นก็ไม่มีแล้ว!”
เหล่าฮูหยินโดนนางเย้าให้ขัน “ดูเจ้าพูดเข้าสิ!”
ลู่หมู่ชินชาเสียแล้ว นางไม่ได้เอ่ยคำใด หันกายไปยกอาหาร
เมิ่งเชียนเชียนมาช่วยนาง
ที่ตระกูลลู่นี้ ผู้ที่ต้องลำบากตรากตรำและโดนบ่นโดนว่าคือฮูหยินใหญ่ ส่วนผู้ที่นั่งชุบมือเปิบจากคนเขาทุกเมื่อเชื่อวันกลับเป็นฮูหยินรอง
ทั้งๆ ที่นายท่านรองเกิดจากอนุ ฮูหยินใหญ่ต่างหากที่เป็นลูกสะใภ้สายตรงของเหล่าฮูหยิน
“หลิงหลงเล่า” เหล่าฮูหยินถาม
ฮูหยินรองยังคงทายาเกล็ดหิมะให้เหล่าฮูหยินต่อ “นางไปหาเซียวเกอร์แล้วเจ้าค่ะ ท่านก็รู้ นางเคารพพี่ใหญ่ของนางเป็นที่สุด! เซียวเกอร์ช่างมีความสามารถจริงๆ สร้างความดีความชอบใหญ่หลวงที่ชายแดน ได้ยินว่าเป็นขุนนางขั้นสามเชียว นี่คงจะเก่งกาจยิ่งกว่าพ่อเขาด้วยซ้ำ! ท่านเป็นคนเลี้ยงเซียวเกอร์มา หากรู้แต่แรก ข้าคงพาเจ้ารองกับเจ้าสามมาให้ท่านเลี้ยงแล้ว! ข้านึกเสียใจภายหลังเสียแล้ว เสียดายนัก!”
ลู่หมู่กำตะเกียบแน่นขึ้น
เหล่าฮูหยินเอ่ย “เอาล่ะๆ เยินยอข้าให้มันน้อยๆ หน่อย คราวนี้อยากได้อะไรอีกล่ะ”
ฮูหยินรองกอดแขนเหล่าฮูหยิน พลางเอ่ยอ้อน “ท่านแม่ ข้าถูกใจเครื่องประดับศีรษะของร้านเป่าหลินจี้ เงินในมือมีไม่ค่อยพอ”
เหล่าฮูหยินเอ่ยอย่างไม่ใคร่ใส่ใจนักว่า “เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ไปบอกพี่สะใภ้ใหญ่เจ้าก็ได้ ขาดอีกเท่าใดก็ให้ห้องคลังเบิกให้เจ้า”
ลู่หมู่เอ่ย “ร้านเป่าหลินจี้แพงมากนัก”
เหล่าฮูหยินหน้าตึงขึ้นมา เอ่ยว่า “ทำไม? ยามนี้ตระกูลลู่ซื้อไม่ได้แม้กระทั่งเครื่องประดับศีรษะแล้วรึ”
“ท่านแม่ เงินที่จวนใช้มาโดยตลอดเป็นของ…”
“เชียนเชียนเอ๋ย เจ้ามานี่ที”
เหล่าฮูหยินเอ่ยขัดลูกสะใภ้ กวักมือเรียกเมิ่งเชียนเชียน
เมิ่งเชียนเชียนวางจานชามเดินมาหา
ฮูหยินรองเว้นที่ให้เมิ่งเชียนเชียนอย่างรู้ความ
เหล่าฮูหยินกุมมือนางไว้ สีหน้าเปี่ยมเมตตาเอ่ยว่า “เซียวเกอร์กลับมาแล้ว คนที่ดีใจที่สุดคือเชียนเชียนกระมัง ก็จริง ตั้งแต่นี้ไป เชียนเชียนก็คือฮูหยินแม่ทัพแล้ว เดินไปทางไหน ผู้คนล้วนต้องเรียกลู่ฮูหยินกันอย่างนอบน้อม”
นางเอ่ยพลางถอนใจ “ปู่ของเจ้าจากไปเร็ว ข้ามันไร้วาสนา แต่ในทางกลับกัน ฮูหยินแม่ทัพมิได้เป็นกันง่ายๆ ข้าได้ยินมาว่า เมื่อวานเจ้าทำให้แม่นางหลินของเรือนเฟิงต้องลำบากใจเพราะขนมกุ้ยฮวาแค่จานเดียว”
“เชียนเชียนเอ๋ย เจ้าทำเช่นนี้ไม่ถูก บุตรสาวพ่อค้าที่มาจากโยวโจวเยี่ยงเจ้า ได้แต่งเข้าตระกูลลู่ของพวกเรา เป็นวาสนาที่สั่งสมมาแปดชาติ ศักดิ์ฐานะเจ้าไม่คู่ควรแล้ว ยามอยู่ในสังคมก็อย่าได้ทำให้ตัวเองเสื่อมเสียจนถึงขนาดที่ไม่สามารถเชิดหน้าชูตาได้เลย อย่าทำให้สามีของตนเองต้องขายขี้หน้า เข้าใจหรือไม่”
[1] ยามเหม่า 05.00-07.00 น.