เกิดใหม่เป็นยอดดวงใจขุนนางจอมโฉด - ตอนที่ 5 เชียนเชียนคลุ้มคลั่ง
ฮูหยินรองหัวเราะ “นั่นน่ะสิ เชียนเชียน แม่นางหลินผู้นั้นเป็นถึงทายาทของขุนนางผู้ภักดี เจ้าละเลยนาง ลือออกไปว่าเจ้าริษยายังไม่เท่าใด เกิดลือกันว่าพวกเราตระกูลลู่ไร้กฎระเบียบ แม้แต่สะใภ้คนหนึ่งก็ยังอบรมสั่งสอนไม่ได้ คงโดนคนหัวเราะเยาะแน่ ภรรยาและสะใภ้เยี่ยงเรา ต้องใจกว้างสักหน่อยจึงจะดี”
ยังไม่รีบซื้อเครื่องประดับศีรษะให้นางอีก!
ลู่หมู่ขมวดคิ้ว เอ่ยกับเหล่าฮูหยินว่า “ท่านแม่ ตอนนั้นหากมิได้เชียนเชียน เกรงว่าบ้านเราคงผ่านความลำบากนั้นมาไม่ได้…”
เหล่าฮูหยินถลึงตาใส่สะใภ้อย่างแรง “ความลำบากอะไรกัน คนตั้งเท่าใดอยากจะแต่งเข้าตระกูลลู่เรา เซียวเกอร์อยากจะเลือกบุตรสาวตระกูลดีๆ เช่นไรจะไม่มีให้เลือกรึ หากมิใช่ท่านผู้เฒ่าเมิ่งขอร้องพ่อเจ้า วาสนานี้คงไม่ตกใส่หัวตระกูลเมิ่งหรอก!”
ขอร้องอย่างนั้นรึ
หากเมิ่งเชียนเชียนจำไม่ผิด ตอนนั้นนายท่านอาวุโสลู่เป็นคนไปสู่ขอที่ตระกูลเมิ่งด้วยตัวเองต่างหาก
สิ่งที่ตระกูลลู่หมายตาก็คือเงินตราของบุตรสาวพ่อค้าเยี่ยงนาง ยามนี้กลับรังเกียจชาติกำเนิดบุตรสาววาณิชของนางแล้ว
เมิ่งเชียนเชียนสีหน้าราบเรียบหันไปมองเหล่าฮูหยิน “ในเมื่อท่านย่ากล่าวเช่นนี้ ถ้าอย่างนั้นเชียนเชียนก็คงไม่คู่ควรจริงๆ วาสนานี้ ไม่สู้ให้แม่นางหลินมาเสวยดีกว่า”
เหล่าฮูหยินกำลังตรึกตรองความนัยในถ้อยคำของนาง ก็ได้ยินนางเอ่ยขึ้นนิ่งๆ ว่า “ข้ายกตำแหน่งนี้ให้ ยกตระกูลนี้ให้แม่นางหลิน แน่นอนว่า หากนางต้องการตำแหน่งฮูหยินน้อย ก็มิใช่ปัญหา ข้ายกให้นาง”
“เจ้า!”
เหล่าฮูหยินโดนตอกหน้าหงาย
นางไม่คิดเลยสักนิดว่าหลานสะใภ้ที่เชื่อฟังและมีนิสัยค่อนข้างขลาดกลัวมาโดยตลอด จะกล่าวถ้อยคำเช่นนี้ออกมาต่อหน้าคนอื่น
หลินหว่านเอ๋อร์เป็นเด็กกำพร้า เงินในกระเป๋าเกลี้ยงเสียยิ่งใบหน้านาง หากให้หลินหว่านเอ๋อร์มาดูแลบ้าน เหล่าฮูหยินไม่อยากจะคิดเลยว่าจะมีชีวิตอนาถาเพียงใด!
นายท่านอาวุโสลู่ไม่อยู่แล้ว ตระกูลลู่มีเพียงลู่สิงโจวที่รับราชการ
เงินเดือนของลู่สิงโจวไม่ได้สูง เลี้ยงปากท้องทั้งครอบครัวย่อมไม่พออยู่แล้ว
พวกร้านค้าของตระกูลลู่บ้างก็ขายทิ้ง บ้างก็เอาไปจำนองตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว สองปีมานี้เจอทั้งภัยธรรมชาติทั้งภัยจากมนุษย์ การเก็บเกี่ยวของบ้านสวนก็ไม่ค่อยจะดี
เมิ่งเชียนเชียนหันไปมองฮูหยินรอง “อาสะใภ้รอง ต่อไปนี้การเบิกถอนของบ้านรอง อาภรณ์เครื่องประดับใหม่ของน้องสาว ของขวัญในโอกาสต่างๆ ของน้องชายทั้งสอง ก็รบกวนอาสะใภ้รองไปขอจากแม่นางหลินก็แล้วกัน”
ฮูหยินรองสีหน้าพลันเปลี่ยน “เชียนเชียน เจ้าอย่าเพิ่งโมโหไป เจ้าต่างหากที่เป็นภรรยาเอก! ไยต้องโกรธสตรีที่ไร้หัวนอนปลายเท้าคนหนึ่งด้วยเล่า อาสะใภ้รองจะให้ท้ายเจ้าเอง! ต่อไปนี้ขนมกุ้ยฮวาของจวนล้วนเป็นของเจ้า! ไม่ว่าผู้ใดก็แย่งเจ้าไม่ได้!”
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ย “อาสะใภ้รองบอกว่าแม่นางหลินเป็นทายาทของขุนนางผู้จงรักภักดีมิใช่หรือ”
ถ้อยคำนี้ ทำเอาฮูหยินรองสะอึกจนพูดอะไรไม่ออก
“ท่านย่ากับอาสะใภ้รองทานข้าวเถิด เชียนเชียนขอไปดูเหล่าไท่จวินก่อน”
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยจบ ก็จากไปอย่างเยือกเย็น ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงสุดจะเปรียบของเหล่าฮูหยินกับฮูหยินรอง
พักใหญ่ทีเดียวเหล่าฮูหยินจึงได้สติขึ้นมา ตำหนิว่า “ชักจะใช้ไม่ได้ขึ้นทุกวันแล้ว! นี่คือลูกสะใภ้คนดีที่เจ้าอบรมสั่งสอนรึ!”
ลู่หมู่ไม่เอ่ยคำ
เหล่าฮูหยินไม่ชอบท่าทางเงียบขรึม ไม่พูดไม่จาเช่นนี้เป็นที่สุด “เพราะเจ้านั่นแหละ! ที่คืนกุญแจห้องคลังให้นางเพื่อการใด”
ลู่หมู่เอ่ยอย่างไม่แข็งกร้าวจนดูเย่อหยิ่งเกินไปว่า “เงินในห้องคลังเดิมทีก็เป็นสินเจ้าสาวของเชียนเชียนอยู่แล้ว อีกทั้งยังตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า เชียนเชียนจะเป็นคนดูแลกุญแจเองเมื่อนางอายุเต็มสิบห้า จานกับตะเกียบวางเรียบร้อยแล้ว ในจวนยังมีงานรอลูกไปจัดการอยู่ ท่านแม่ทานให้อร่อยเจ้าค่ะ”
“ชักเอาใหญ่แล้ว!”
เหล่าฮูหยินฟาดมือตบโต๊ะ ทอดมองแผ่นหลังลู่หมู่ที่เดินไปถึงประตู พลางเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “สตรีต้องมีความเพียบพร้อม บุรุษจึงยอมอยู่บ้าน!”
ลู่หมู่กำผ้าเช็ดหน้าในมือแน่น
ฮูหยินรองเอ่ยอย่างน้อยใจว่า “ท่านแม่ แล้วเครื่องประดับศีรษะของข้า…”
เหล่าฮูหยินด่าทอใส่โครมๆ เป็นชุด “เครื่องประดับศีรษะ เครื่องประดับศีรษะ ห่วงแต่เครื่องประดับศีรษะ! วันนี้หากมิใช่เจ้ามาถึงก็จะเอาสิ่งนั้นสิ่งนี้ เรื่องจะกลายเป็นเช่นนี้รึ สตรีสุรุ่ยสุร่าย ขาดของไปสักอย่างเจ้าจะตายรึ”
ฮูหยินรองโมโหแต่ไม่กล้าเอ่ยคำ ลอบพึมพำว่า “เกี่ยวอะไรกับข้ากันล่ะ ท่านเป็นคนกวนโมโหเด็กนั่นเองมิใช่หรือไร”
นึกบางอย่างขึ้นมาได้ ฮูหยินรองแววเป็นประกายวาบ เอ่ยว่า “ท่านแม่ ข้าว่านะ เชียนเชียนกำลังโกรธแม่นางหลินอยู่ เดิมทีน่ะ เรื่องนี้ก็ทำให้นางได้รับความไม่เป็นธรรมอยู่จริงๆ ไม่สู้พวกเราจับแม่นางหลิน…”
เหล่าฮูหยินเอ่ยอย่างเย็นชา “จับนางเพื่อการใด ส่งออกจากจวนอย่างนั้นรึ ฝันไปเถอะ! นางกำลังตั้งครรภ์เหลนของข้า ต่อให้ข้าไล่สตรีนางนั้นออกไป ก็ไม่มีทางปล่อยให้เหลนข้าได้รับความไม่เป็นธรรมเด็ดขาด!”
เหล่าฮูหยินมีลู่สิงโจวเพียงแค่คนเดียว ลู่สิงโจวก็มีเพียงลู่หลิงเซียวเป็นบุตรชายแค่คนเดียว เหล่าฮูหยินย่อมเฝ้ารอครรภ์ของหลินหว่านเอ๋อร์เป็นอย่างมาก
เหล่าฮูหยินแค่นเสียงเอ่ยว่า “สตรีนางนั้นผอมแห้ง ดูก็รู้แล้วว่ามีลูกยาก!”
เมื่อครึ่งปีก่อนเมิ่งเชียนเชียนถูกลู่หลิงหลงผลักตกน้ำ ถึงจะช่วยชีวิตกลับมาได้แล้ว แต่หมอก็บอกเช่นกันว่ายามวสันต์น้ำเย็น นางจมน้ำอยู่นานเกินไป ทำร้ายรากฐานของสตรีไปแล้ว ภายหน้าเกรงว่าจะมีบุตรยาก
เมิ่งเชียนเชียนไปยังเรือนเหล่าไท่จวิน
เหล่าไท่จวินตื่นตั้งนานแล้ว กลับไม่ยอมลงจากเตียงเสียที
“ท่านย่าทวด ข้าเองเจ้าค่ะ”
ได้ยินเสียงเมิ่งเชียนเชียน เหล่าไท่จวินจึงได้ชะโงกหน้าออกมาจากม่านมุ้ง “เชียนเชียน!”
เมิ่งเชียนเชียนยิ้มจาง “วันนี้อากาศดี ท่านย่าทวดอยากออกไปเดินเล่นหรือไม่”
“หึ”
เหล่าไท่จวินไม่อยากไป
นางเกียจคร้าน
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ย “ข้าจะจับนกน้อยให้ท่าน”
เหล่าไท่จวินลงจากเตียงทันที
หลังมื้อเช้าผ่านไป เมิ่งเชียนเชียนก็ไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้เล็กๆ เป็นเพื่อนเหล่าไท่จวิน
หลายวันมานี้เมืองหลวงอากาศดีอย่างหาได้ยาก แดดจ้ายามเหมันต์สาดส่องชวนอบอุ่นหัวใจ
“เชียนเชียน ข้าหายไปแล้ว!”
เสียงเหล่าไท่จวินแว่วมาจากหลังภูเขาจำลอง
เมิ่งเชียนเชียนหัวเราะ แสร้งทำเป็นตกใจพลางเอ่ยว่า “ท่านย่าทวด ท่านซ่อนอยู่ที่ไหนเจ้าคะ เชียนเชียนหาท่านไม่เจอเลย”
คิกๆๆ
เหล่าไท่จวินที่อยู่ด้านหลังภูเขาจำลองหัวเราะเจ้าเล่ห์อย่างเกินจริง ราวกับหญิงชราชั่วช้า
เมิ่งเชียนเชียนทำเป็นตามหา เดินผ่านภูเขาจำลองไปคราแล้วคราเล่า ก็ไม่เข้าไปเสียที
เหล่าไท่จวินหัวเราะชั่วร้าย วะฮ่าฮ่า
“เมิ่งเชียนเชียน!”
จู่ๆ เสียงตะโกนแหวของสตรีก็ดังขึ้นทำลายความสงบงดงามภายในสวนดอกไม้
เหล่าไท่จวินพลันหน้างอ
ลู่หลิงหลงไม่เห็นเหล่าไท่จวินที่อยู่หลังภูเขาจำลอง นางตรงมาหยุดตรงหน้าเมิ่งเชียนเชียน “ข้าเรียกเจ้าอยู่ เจ้าหูหนวกหรือไร”
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ย “ชอบเห่าเพียงนี้ เป็นหมาหรือไร”
ลู่หลิงหลงเท้าเอวโมโห “เมิ่งเชียนเชียน! เจ้าด่าใครเป็นหมา!”
เมิ่งเชียนเชียน “ใครรับไปก็คนนั้น”
เหล่าไท่จวินที่อยู่ด้านหลังภูเขาจำลอง กำลังจะเห่าโฮ่งออกมา พลันปิดปากอย่างเคร่งขรึม
ลู่หลิงหลงกลอกตาอย่างรำคาญ “ซื้อเสื้อผ้าให้ข้าสักตัวสิ! ข้าต้องไปงานเลี้ยง!”
เมิ่งเชียนเชียนไม่มองนางสักนิด “จะซื้อเสื้อผ้าก็ไปหามารดาเจ้านู่น ข้าไม่ได้เป็นคนคลอดเจ้าออกมา”
ลู่หลิงหลงเห็นพี่สะใภ้ไม่เห็นหัวตนสักนิด ก็โมโหจนตาแทบถลน “เมิ่งเชียนเชียน! ไยจึงตะหนี่เพียงนี้ พี่ใหญ่ข้ากลับมาแล้ว เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะให้พี่ใหญ่หย่ากับเจ้า!”
“แทบรอไม่ไหวแล้ว” เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยนิ่งๆ
ลู่หลิงหลงรังแกเมิ่งเชียนเชียนจนเป็นนิสัยแล้ว ไม่เคยเห็นพี่สะใภ้ที่อ่อนแอคนนี้อยู่ในสายตา
นางยื่นมือไปคว้าผมของเมิ่งเชียนเชียน
เมิ่งเชียนเชียนชำเลืองมองเงาบนพื้น ก่อนเบี่ยงกายหลบ คว้าข้อมือของลู่หลิงหลงไว้ แล้วสะบัดมือตบหน้าลู่หลิงหลงฉาดหนึ่ง!