เกิดใหม่เป็นยอดดวงใจขุนนางจอมโฉด - ตอนที่ 41 เข้าวัง
พ่อบ้านเฉียนเป็นคนมาแจ้งข่าว
เมิ่งเชียนเชียนสงสัยยิ่ง นางถามว่าผู้ใดเรียกนางกับหลินหว่านเอ๋อร์เข้าเฝ้า พ่อบ้านเฉียนก็ไม่รู้
ทว่าอีกฝ่ายสวมใส่เครื่องแบบขันทีในวัง แต่งกายเหมือนกับคนที่มามอบเงินประจำตำแหน่ง ค่าถ่านและค่าน้ำแข็งให้แก่เหล่าไท่จวินที่ผ่านๆ มาเลย นี่มิใช่เรื่องที่สามารถเอามาล้อเล่นได้
เมิ่งเชียนเชียนกลับมิได้คำนึงถึงที่มาที่ไปของอีกฝ่าย เพียงแต่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครและมีจุดประสงค์อย่างไร
นางมาจากตระกูลเมิ่งในโยวโจว และไม่เคยไปมาหาสู่กับชนชั้นสูงในวัง อีกทั้งอีกฝ่ายเรียกนางกับหลินหว่านเอ๋อร์เข้าเฝ้าพร้อมกัน คงจะเกี่ยวข้องกับลู่หลิงเซียว
“คุณหนู จะให้บอกเหล่าไท่จวินสักคำหรือไม่เจ้าคะ” แม่นมหลี่เสนอ
เหล่าไท่จวินเป็นผู้อาวุโสที่สุดในตระกูลลู่ และเป็นเพียงคนเดียวที่เคยได้เข้าเฝ้าไท่ซ่างหวง
ปีนั้นราชสำนักปั่นป่วน บัลลังก์เกือบตกสู่เงื้อมมือคนฝ่ายตระกูลฮองเฮา นายท่านอาวุโสลู่เป็นคนช่วยไท่ซ่างหัวทวงคืนแผ่นดิน เมื่อนายท่านอาวุโสจากไปแล้ว ไท่ซ่างหวงก็เสด็จมาร่วมพิธีศพที่ตระกูลลู่ด้วยองค์เอง ซ้ำยังคำนับแบบผู้น้อยเคารพผู้ใหญ่ให้เหล่าไท่จวินด้วย
เมิ่งเชียนเชียนส่ายหน้า “นี่เป็นวาสนามิใช่คราวเคราะห์ หากเป็นคราวเคราะห์ก็หลบมิพ้น”
นางจะลากท่านย่าทวดมาเกี่ยวข้องเสียทุกเรื่องมิได้ นั่นมันวังหลวง หาใช่ตระกูลลู่ไม่
แม่นมหลี่ถอนหายใจเฮือก “บ่าวก็แค่ห่วงคุณหนู หากเรียกท่านเข้าเฝ้าก็แล้วไปเถิด นี่ดันมีจากเรือนเฟิงนั่นอีกคน...”
ปั้นซย่าโกรธเคืองต่อความไม่เป็นธรรม “นั่นน่ะสิ! นางมันปีศาจจิ้งจอก ถือดีอย่างไรมาเข้าวังด้วย”
ปั้นซย่ามีความคิดไม่ซับซ้อน ท่านเขยสร้างความดีความชอบที่ชายแดน คุณหนูในฐานะภรรยาของท่านเขย คงจะไปรับพระราชทานบำเหน็จที่วังหลวง แต่นางปีศาจที่ยั่วยวนสามีคนอื่นนางนั้น ไม่จำเป็นต้องไปรับด้วยนี่นา!
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ย “เก็บข้าวของ ปั้นซย่าตามข้าเข้าวัง”
เมื่อทั้งคู่มาถึงหน้าประตู หลินหว่านเอ๋อร์กับลี่ว์หลัวก็มาถึงแล้ว
ครานี้หลินหว่านเอ๋อร์กลับมิได้สวมอาภรณ์เรียบๆ แต่เป็นกระโปรงยาวมัดเอวแขนปีกผีเสื้อสีส้มอ่อน สวมเสื้อคลุมผ้าแพรสีฟ้า เกล้าผมขึ้นสูง ใช้ปิ่นมุกแทนผ้าผูกผมสีฟ้า ขับให้ดูองอาจชาตินักรบ
เมิ่งเชียนเชียนสวมชุดคลุมขนสัตว์ขอบขาวพื้นแดง เผยให้เห็นเสื้อตัวสั้นสีดอกท้อและกระโปรงยาวสีขาวพิสุทธิ์ดุจหิมะ แม่นมหลี่ฝีมือประณีต ทำผมแบบปล่อยมวยลง ปักดอกไม้ประดับที่ทำจากหยกงาม และไม้ประดับผมทองคำลายดอกท้อ ไม่ดูเด่น แต่ก็ไม่เสียมารยาท
นางเดินมาด้วยกิริยาเรียบร้อย ไม่รีบไม่ร้อนเกินงาม ราวกับแสงอรุณสะท้อนกับน้ำค้างยามรุ่ง
หลินหว่านเอ๋อร์มาดองอาจ พอมาอยู่ตรงหน้าเมิ่งเชียนเชียน นึกไม่ถึงว่าจะลดทอนความเด่นลงไป
เหล่าคนรับใช้ไม่กล้าพูด แต่สายตาได้บ่งบอกทุกอย่างแล้ว
ลี่ว์หลัวลอบกลอกตามองบน
ปั้นซย่าเอ่ยเสียงเบาว่า “หากถานเอ๋อร์อยู่ด้วย คงจิ้มตานางบอดไปแล้ว!”
ขันทีนายหนึ่งถือแส้ขนหางจามรี กวาดตามองเมิ่งเชียนเชียน ก่อนเอ่ยกับหลินหว่านเอ๋อร์ว่า “ลู่ฮูหยิน เชิญขึ้นรถขอรับ”
บรรดาคนรับใช้ต่างตกตะลึง หันมองเมิ่งเชียนเชียนอย่างกระอักกระอ่วน
พ่อบ้านเฉียนรีบชี้เมิ่งเชียนเชียน พลางเอ่ยเจื่อนๆ ว่า “ท่านนี้ต่างหากฮูหยินน้อยของพวกเรา”
ขันทีเผยประกายตกใจวาบผ่านแววตา แย้มยิ้มเอ่ยกับเมิ่งเชียนเชียนว่า “ข้าน้อยตาถั่ว ดูผิดเสียแล้ว ขอลู่ฮูหยินอภัยด้วย”
พวกคนรับใช้ต่างมองหน้ากัน
ฮูหยินน้อยมีบุคลิกสง่างามเหมาะสม แต่งกายหรูหราสูงค่า อากัปกิริยาล้วนมีมาดของสตรีชั้นสูง แม้แต่ปั้นซย่าสาวใช้ของนาง ยังดูเหมาะสมกว่าลี่ว์หลัวเสียอีก
นี่ก็ดูผิดได้ด้วยรึ
เมิ่งเชียนเชียนรู้แจ้งแก่ใจ สิ่งที่ควรมาสุดท้ายก็มาอยู่ดี
บางทีคนอื่นอาจดูไม่ออก แต่กงกงที่อยู่ในวังหลวงมานานหลายปีคงไม่ถึงกับตาถั่วเช่นนี้ได้หรอก
นี่คือการแสดงอำนาจใส่นางในวันนี้
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อนว่า “ไม่เป็นไร ขอบังอาจถามกงกง เจ้านายท่านใดเรียกเข้าเฝ้าหรือ”
ลี่ว์หลัวที่อยู่ข้างๆ กระซิบกับหลินหว่านเอ๋อร์ว่า “คุณหนูเจ้าคะ ไม่ใช่กงกงที่พวกเราเจออยู่ข้างกายฝ่าบาทเมื่อคราก่อน”
หลินหว่านเอ๋อร์ส่งสัญญาณให้นางอย่าพูดมาก
ขันทีมองหลินหว่านเอ๋อร์แวบหนึ่ง ยิ้มเอ่ยว่า “ลี่กุ้ยเฟยเรียกเข้าเฝ้า”
เมื่อหกปีก่อน จอมพลฉู่สิ้นชีพในสนามรบ ฉงอันฮ่องเต้ก็ล้มประชวรลง บ้านเมืองจะไร้กษัตริย์มิได้ ฉงอันฮ่องเต้จึงยกบัลลังก์ให้ไท่จื่อ[1]
ไม่คิดว่าไท่จื่อจู่ๆ จะสิ้นพระชนม์ บรรดาองค์ชายหันดาบต่อสู้กันเองเพื่อชิงบัลลังก์ ทว่าผู้ใดจะคิดสุดท้ายผู้ขึ้นครองราชย์เป็นเพียงองค์ชายวัยยังไม่ถึงสิบชันษา
และพระมารดาของเขาก็คือหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งต้าโจว ลี่เฟย
ไท่ซ่างหวงแต่งตั้งลี่เฟยให้เป็นลี่กุ้ยเฟย ให้ปกครองวังหลัง
ยามนี้ลี่กุ้ยเฟยถือครองตราประทับหงส์[2]อยู่ในมือ แม้จะมิได้มีตำแหน่งฮองเฮา แต่กลับมีอำนาจของฮองเฮาอยู่
ในหมู่ชาวบ้านเคยลือกันว่า ลี่กุ้ยเฟยมีความสัมพันธ์กับผู้บัญชาการใหญ่ลู่ จึงทำให้ลู่หยวนยินดีเป็นข้ารับใช้ สนับสนุนโอรสสวรรค์น้อย ว่ากันว่าแม้แต่ไท่จื่อยังถูกลู่หยวนสังหาร ซึ่งก็เพื่อปูทางให้โอรสสวรรค์น้อย
ทว่าแท้จริงนั้นโอรสสวรรค์ไม่พอพระทัยต่อลู่หยวนตั้งนานแล้ว สาเหตุที่ยังไม่กำจัดอุปราชอย่างลู่หยวนเสียที ก็เป็นเพราะลี่กุ้ยเฟยห้ามปรามไว้
ตราบใดที่ลี่กุ้ยเฟยยังอยู่ ความสัมพันธ์นายบ่าวระหว่างโอรสสวรรค์น้อยกับลู่หยวนก็ย่อมมั่นคง
ขันทียิ้มเอ่ย “ลู่ฮูหยิน แม่นางหลิน เชิญเถิด”
ทั้งสี่ขึ้นไปบนรถม้าของวังหลวง
คงเพราะคำนึงถึงสุขภาพของหลินหว่านเอ๋อร์ รถม้าจึงได้ขับช้ายิ่ง หนึ่งชั่วยามให้หลังถึงได้มาถึงวังหลวง
เกี้ยวสองหลังมาคอยท่าอยู่นานแล้ว
ขันทียิ้มแย้มแจ่มใสเอ่ยว่า “แม่นางหลินกำลังมีครรภ์ กุ้ยเฟยจึงเตรียมเกี้ยวไว้ให้”
ปั้นซย่าโกรธแค้นแทนคุณหนูตน กงกงเหลาอะไรนี่พูดจาประสาอะไรกัน อย่างกับว่าคุณหนูของนางพลอยได้อานิสงส์ของนางปีศาจจิ้งจอกนี่ไปด้วยอย่างไรอย่างนั้น!
นางเพียงพร่ำบ่นในใจ สีหน้ากลับไร้ความไม่พอใจแม้แต่น้อย
หลินหว่านเอ๋อร์ค้อมกายไปทางวังหลัง
ลี่ว์หลัวรีบคำนับตาม “คุณหนูของข้าขอบพระทัยกุ้ยเฟยเพคะ!”
นางกำนัลและขันทีต่างมองหน้ากันตาปริบๆ รอบด้านเงียบงันไร้เสียง
ชั่วขณะที่เข้าประตูวังมา ทุกคนก็สัมผัสได้ถึงความกดดันที่ประหนึ่งจับต้องได้สายหนึ่ง
ปั้นซย่าสูดหายใจลึก ไม่กล้าทำผิดพลาดให้คุณหนูตนต้องเสียหน้า
เมิ่งเชียนเชียกับหลินหว่านเอ๋อร์ขึ้นนั่งบนเกี้ยว
ลี่ว์หลัวมองท่าทีที่ขันทีมีต่อคุณหนูของตนออก ระหว่างทางจึงหัวเราะพูดคุยกับขันที ราวกับจงใจอวดว่าตัวเองได้รับความโปรดปราดยิ่ง
ขันทีตอบคำถามอย่างใจเย็น
บรรดานางกำนัลและขันทีที่ติดตามกลับเริ่มดูแคลนกิริยาอาการเช่นนี้ของนาง
ไว้หน้าให้เจ้า เจ้ารับไว้ก็พอ อย่าคิดได้คืบจะเอาศอก
สาวใช้อีกคนรู้จักมารยาทกว่ามากนัก อย่างน้อยๆ ก็สงบปากสงบคำ
ลู่หมู่เป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ แม่บ้านที่สอนมารยาทให้ก่อนที่นางจะออกเรือนเป็นถึงนางกำนัลที่เคยสอนกฎธรรมเนียมให้แก่ชายาสนมในวังมาก่อน เมื่อเมิ่งเชียนเชียนแต่งเข้ามา ลู่หมู่ก็เชิญแม่บ้านสอนมารยาทมาอีกครั้ง เพื่อสอนให้นาง
ปั้นซย่าก็เคยได้รับการสั่งสอนกฎมารยาทจากแม่บ้านเช่นกัน นางโดนไม้บรรทัดตีไปไม่น้อยเชียวล่ะ
ครั้นกำลังวางเกี้ยวลง การเปรียบเทียบนี้ยิ่งชัด
เมิ่งเชียนเชียนในฐานะนายหญิงยังไม่ทันลงจากเกี้ยว ลี่ว์หลัวกลับเลิกม่านเกี้ยวของหลินหว่านเอ๋อร์ขึ้นก่อน สะบัดม่านเสียงสูงลิ่ว เกือบจะฟาดหน้าขันทีและนางกำนัลที่ติดตามแล้ว
“คุณหนู! พวกเราถึงแล้วเจ้าค่ะ!” ลี่ว์หลัวยิ้มกว้างเอ่ย
หลินหว่านเอ๋อร์จับมือนางเพื่อประคองตัวลงจากเกี้ยว
เมิ่งเชียนเชียนนั่งนิ่งอยู่ในเกี้ยว ปั้นซย่าก็ยืนอยู่ข้างๆ ไม่ขยับ
นางกำนัลที่ติดตามคนหนึ่งยื่นมือไปเลิกม่านขึ้นเบาๆ “ลู่ฮูหยิน เชิญลงเกี้ยว”
ปั้นซย่าถึงได้ก้าวขึ้นหน้า ยื่นมือไปประคองคุณหนูตน
เมิ่งเชียนเชียนยกข้อมือขึ้นแผ่วเบา นิ้วเรียวดุจต้นหอม ลงจากเกี้ยวมาอย่างสง่างามเยือกเย็น ปิ่นดอกไม้ไหวสีทองส่องแสงประกายแวววาวแทบจะไม่ไหวคลอน
เหล่านางกำนัลและขันทีลอบพยักหน้า
นี่สิถึงจะเหมือนภรรยาเอกมีชาติตระกูลหน่อย
[1] ไท่จื่อ มกุฎราชกุมาร หรือองค์รัชทายาท ตำแหน่งผู้สืบทอดราชบัลลังก์ในราชวงศ์จีน
[2] ตราประทับหงส์ ตราประทับที่แสดงสถานะฮองเฮา