เกิดใหม่เป็นยอดดวงใจขุนนางจอมโฉด - ตอนที่ 43 ป่วนวังหลวง
นอกวังหลวง องครักษ์ลาดตระเวนกองหนึ่งเดินผ่านไป คนเดินนำหน้าตะโกนว่า “ใครน่ะ”
ถานเอ๋อร์ยืดตัวตรง ใช้แขนเสื้อเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก หอบแฮ่กๆ เอ่ยว่า “หมู่สู…นี่แม่นวังหลวงบ่”
หัวหน้าองครักษ์พินิจมองถานเอ๋อร์ตั้งแต่หัวจรดเท้า เห็นเป็นสาวน้อยนางหนึ่ง ก็ขมวดคิ้วเอ่ยว่า “สถานที่สำคัญเช่นวังหลวง ผู้ไม่เกี่ยวข้องห้ามเข้าใกล้!”
ถานเอ๋อร์ได้ยินว่าตนมาไม่ผิดที่ ก็พรูลมหายใจโล่งอก เอ่ยว่า “ข่อยบ่แม่นผู้บ่เกี่ยวข้องเด้…ข่อยมาหาคน…หาเจอแล้วก็สิไป…”
หัวหน้าองครักษ์กำลังจะไล่ตะเพิดนาง องครักษ์อีกคนก็เดินมาหา ถามถานเอ๋อร์อย่างนุ่มนวลว่า “แม่นางน้อย เจ้ามาหาผู้ใดหรือ”
ถานเอ๋อร์เอ่ย “ข่อยมาหาคุณหนู นางเข้าวัง”
องครักษ์ถาม “นางกำนัลหรือว่า…”
ถานเอ๋อร์เอ่ยอย่างเคร่งขรึมว่า “พี่สาวข่อยบ่แม่นนางกำนัลเด้อ! บ่แม่นชายาสนมด้วย!”
องครักษ์แย้มยิ้ม “เช่นนั้นเจ้ามีคนรู้จักในวังหรือไม่”
ถานเอ๋อร์ตั้งอกตั้งใจครุ่นคิดอย่างจริงจัง “พ่อสามีของพี่สาวชื่อหยังแล้วนะ…ฮ่วย ข่อยบ่ฮู้ชื่อเพิ่น…”
ในขณะนั้นเอง บรรดาองครักษ์ตรงหน้าก็พากันหันหลังกลับ ประสานมือคำนับ “ท่านผู้บัญชาการ!”
ถานเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นมอง “บักเล่นมีด!”
หัวหน้าองครักษ์เอ่ยเสียงเย็น “อย่าไร้มารยาทกับท่านผู้บัญชาการ!”
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรปรายสายตาเย็นเยียบกวาดมอง หัวหน้าองครักษ์สีหน้าพลันเปลี่ยน ถอยไปด้านข้างอย่างนอบน้อม
ถานเอ๋อร์วิ่งตึงๆ ไปหยุดตรงหน้าเขา ก่อนแหงนหน้าขึ้นมองเขาที่นั่งอยู่บนหลังม้า ในเครื่องแบบมัจฉาเหิน “เจ้าเปลี่ยนชุดแล้ว!…งามคัก”
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรยักคิ้วขึ้นอย่างมีมาด
“ม้างามคัก!”
ถานเอ๋อร์เอ่ยต่อให้จบ ก่อนยกมือขึ้นโอบคอม้า
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพร “…”
“เจ้ามาทำอะไรที่นี่” เขาถาม
ถานเอ๋อร์ลูบแผงคอม้าพลางเอ่ยว่า “มาหาพี่สาว! กุ้ยเฟยอิหยังสักอย่างเรียกนางเข้าวัง!”
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรลูบคางอย่างประหลาดใจ คล้ายคิดบางอย่างอยู่พึมพำว่า “ลี่กุ้ยเฟย? นางเรียกลู่ฮูหยินเข้าพบเพื่อการใด”
ถานเอ๋อร์เงยหน้าขึ้น “บักเล่นมีด เจ้าพาข่อยเข้าไปแหน่!”
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพร “พาไปไม่ได้”
สถานที่สำคัญอย่างวังหลวง ไหนเลยจะสามารถพาคนเข้าไปส่งเดชได้
ยิ่งไปกว่านั้นสถานที่ที่ลู่ฮูหยินไปก็เป็นวังหลัง ชายนอกเยี่ยงเขายิ่งไม่สะดวกเข้าด้านใน
หัวหน้าองครักษ์เห็นว่าสาวน้อยนางนี้คุ้นเคยกับผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรดี คำก็บักเล่นมีด สองคำก็บักเล่นมีด ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรกลับมิได้โกรธ จึงอดลอบปาดเหงื่อเย็นมิได้
เคราะห์ดีที่เมื่อครู่นี้ข้ามิได้กระทำหยาบคายต่อเด็กสาวนางนี้…
ถานเอ๋อร์กระโดดพรวดขึ้นมา โหนตัวกับอานม้าของผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพร นางแกว่งเท้าไปมา เริ่มเล่นแง่ขึ้นมา “พาข่อยเข้าไปแหม พาข่อยเข้าไปแหม พาข่อยเข้าไปแหม…”
บรรดาองครักษ์ทนมองกันมิได้แล้วจริงๆ
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรมุมปากกระตุก “เจ้าลงมา!”
ถานเอ๋อร์แค่นเสียงเอ่ยว่า “ข่อยบ่ลง!”
แผลบนหน้าข้ายังไม่หายเลย เจ้าคิดว่าข้าไม่เจ้าคิดเจ้าแค้นรึ
หากมิใช่เพราะเห็นแก่หน้าลู่ฮูหยิน ข้าจะฆ่าเจ้าเสียเดี๋ยวนี้แล้ว!
“เกิดอะไรขึ้น”
เสียงสตรีน่าเกรงขามสายหนึ่งแว่วมาอย่างไม่รีบไม่ร้อน
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรกับถานเอ๋อร์พากันหันไปมองรถม้าที่แล่นมา
ภายในรถมีฮูหยินสำรวมกิริยานางหนึ่งเดินลงมา
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรพลิกกายลงจากหลังม้า ประสานมือทักทาย “หวังฮูหยิน”
ถานเอ๋อร์ฟุบอยู่บนอานม้า โคลงศีรษะมองนาง
หวังฮูหยินมองนางแวบหนึ่ง ก่อนถามผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรว่า “แม่นางท่านนี้คือ…”
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรรีบบอกกล่าวจุดประสงค์และตัวตนของถานเอ๋อร์ให้ฟัง อีกฝ่ายเป็นฮูหยินของใต้เท้าอาลักษณ์หลวง ตอนประชุมเช้า เขาไม่อยากโดนอาลักษณ์หวังยื่นฎีกาฟ้องร้องว่า เขาลักพาตัวหญิงสาวชาวบ้านอะไรทำนองนั้น
ครั้นได้ยินว่าเป็นสาวใช้คนสนิทของเมิ่งเชียนเชียน สายตาที่หวังฮูหยินมองถานเอ๋อร์ก็อ่อนโยนขึ้น “ข้าพาเจ้าเข้าวังเอง”
หัวหน้าองครักษ์เอ่ยว่า “หวังฮูหยิน นี่ไม่เหมาะสม”
หวังฮูหยินสีหน้าจริงจังเอ่ยว่า “หากเกิดเรื่องใดขึ้น ข้าจะรับผิดเอง!”
หัวหน้าองครักษ์หันมองผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพร เห็นเขาท่าทาง ‘เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับข้า’ สุดท้ายจึงปล่อยคนให้ผ่านไป
หวังฮูหยินพาถานเอ๋อร์ไปส่งถึงหน้าประตูตำหนักฉางชุนด้วยตัวเอง “ที่นี่คือตำหนักของลี่กุ้ยเฟย อีกเดี๋ยวเจ้าแค่บอกว่าข้าเป็นคนพาเจ้าเข้ามาก็พอ”
ถานเอ๋อร์โค้งคำนับให้อย่างมีมารยาท “ขอบคุณหวังฮูหยินยิ่ง!”
หวังฮูหยินยิ้มจางพยักหน้าให้ ก่อนหมุนกายจากไป
ขณะนั้นเอง หลินหว่านเอ๋อร์ก็พาลี่ว์หลัวออกมาจากตำหนักฉางชุน
หวังฮูหยินหันกลับมา ก่อนขมวดคิ้วมุ่น “เป็นนาง?”
ถานเอ๋อร์รีบก้าวขึ้นหน้า มองไปด้านหลังหลินหว่านเอ๋อร์ ถามว่า “พี่สาวข่อยล่ะ”
หลินหว่านเอ๋อร์มองถานเอ๋อร์อย่างสงสัย
ลี่ว์หลัวเอ่ยอย่างฉงนว่า “เจ้าเข้ามาได้อย่างไร”
ถานเอ๋อร์เอ่ย “เข้ามาได้จังได๋บ่เกี่ยวกับเจ้า พี่สาวข่อยล่ะ”
ลี่ว์หลัวหันมองหลินหว่านเอ๋อร์ หลินหว่านเอ๋อร์ส่งสายตาให้ลี่ว์หลัว
ลี่ว์หลัวยิ้มหยันเอ่ยเหน็บว่า “พี่สาวเจ้าล่วงเกินกุ้ยเฟยเข้า กำลังคุกเข่ารับโทษอยู่ข้างในแหน่ะ! คุกเข่ามาสองชั่วยามแล้ว ข้าว่าวันนี้นางคงคุกเข่าไม่เสร็จหรอก!”
ถานเอ๋อร์กำหมัดแน่น “พี่สาว!”
หิมะโปรยปรายลงมา กองหิมะทับถมอยู่บนพื้นดินจนหนาเตอะ
ลี่กุ้ยเฟยกอดโถน้ำร้อน คลุมผ้าห่มขนนุ่มผืนอุ่นไว้บนหัวเข่า ถามอย่างเอ้อระเหยว่า “ไปถามนาง สำนึกผิดหรือยัง”
“เพคะ”
อิ๋งเย่ว์ไปแล้ว
นางมาหยุดใต้ต้นเหมย มองเมิ่งเชียนเชียนที่หนาวจนแทบจะกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งรอมร่อ “ลู่ฮูหยิน กุ้ยเฟยถามเจ้าว่า สำนึกผิดหรือยัง”
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยเนิบๆ ว่า “หม่อมฉันไม่ทราบ ว่าผิดตรงที่ใด ขอกุ้ยเฟยโปรดประทานคำชี้แนะ”
อิ๋งเย่ว์กลับมาทูลลี่กุ้ยเฟย
ลี่กุ้ยเฟยแววเนตรเย็นเยียบขึ้น พลางกำผ้าเช็ดหน้าแน่น “หัวแข็งจริงๆ! ข้าไม่เชื่อหรอกว่าบนโลกหล้านี้จะมีคนที่ข้าปกครองมิได้! ใครก็ได้! ลู่ฮูหยินคุกเข่านานแล้ว คงจะหนาวแย่ เอาน้ำร้อนมาให้ลู่ฮูหยินได้อบอุ่นขึ้นหน่อย!”
นางกำนัลท่าทางแข็งแรงสองคนหิ้วถังน้ำร้อนใบใหญ่ไป
น้ำนี้มิได้ให้เมิ่งเชียนเชียนดื่ม แต่จะราดใส่ตัวนาง เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว อาภรณ์เปียกชุ่ม สามารถทำให้คนแข็งเจียนตายได้
ปั้นซย่าสีหน้าพลันเปลี่ยน “พวกเจ้าจะทำอะไร”
อิ๋งเย่ว์เอ่ย “ราด”
นางกำนัลทั้งสองยกถังน้ำขึ้น กำลังจะราดลงไปแรงๆ จะว่าช้าก็ช้า จะว่าเร็วก็เร็ว เงาร่างเล็กสายหนึ่งก็พุ่งตัวเข้ามาราวกับสายฟ้าฟาด ถีบนางกำนัลสองคนกระเด็นไปพร้อมถังน้ำ
อิ๋งเย่ว์สีหน้าเย็นชาขึ้นทันที “ผู้ใดมันกล้ากำเริบเสิบสานในตำหนักฉางชุน!”
ถานเอ๋อร์บังอยู่เบื้องหน้าเมิ่งเชียนเชียน เอ่ยอย่างดุร้ายว่า “แตะต้องพี่สาวข่อย หมู่สูนี่มัน…อยาก! ตาย! ติ้!”
อิ๋งเย่ว์สั่งการ “จับตัวนางมา!”
นางกำนัลและขันทีตำหนักฉางชุนกรูกันเข้าไป
เดิมคิดว่าเด็กผู้หญิงคนเดียวแค่นี้ สามารถจับตัวนางได้สบายๆ ผู้ใดจะคิดว่าถานเอ๋อร์ต่อยหมัดใส่พวกตำหนักชางชุนจนวุ่นวายโกลาหลไปหมด!
ลี่กุ้ยเฟยโมโหจนพักตร์ขาวซีดไปหมด “ใครก็ได้! ตำหนักชางชุนมีนักฆ่าเข้ามา ตามทหารรักษาพระองค์มา!”
ทหารรักษาพระองค์เข้าตำหนักฉางชุนมาอย่างเอิกเกริก ก่อนแทงกระบี่ยาวใส่ถานเอ๋อร์
เมิ่งเชียนเชียนขยับนิ้ว เข็มเงินเป็นประกายวาบพุ่งเข้าปัดกระบี่ยาวปักลงพุ่มไม้!
ถานเอ๋อร์ทะยานกายขึ้น ดึงทหารรักษาพระองค์ที่ลอบโจมตีอยู่บนหลังคาเอาไว้ ก่อนกระโดดลงมาอีกหน ทุ่มเขาลงบนพื้นหิมะอย่างแรง!
ภาพนี้ ทำเอาทุกคนมองจนเซ่อไปแล้ว!
รองผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์ขมวดคิ้ว “พลธนู!”
พลธนูทั้งกองเข้ามาเป็นแถวราวกับฝูงมัจฉา ง้างสายธนูอย่างพร้อมเพรียง เล็งไปที่ถานเอ๋อร์!
ลี่กุ้ยเฟยตวาดกร้าว “สังหารนักฆ่าคนนี้ให้ข้า! แล้วก็เมิ่งซื่อด้วย นางเป็นคนสั่งการ จับตัวนางมาให้ข้า!”
“ฮองเฮาเสด็จ”
เสียงประกาศของขันทีแว่วมาจากนอกตำหนัก
ลี่กุ้ยเฟยขมวดคิ้ว
เซียวฮองเฮาในฉลองพระองค์สีเหลืองสดดูเยือกเย็นสูงส่ง สีพระพักตร์เคร่งขรึมเดินมาท่ามกลางหิมะ
ด้านหลังนางนั้น มีหวังฮูหยินที่เหงื่อท่วมหน้าตามมาด้วย