เกิดใหม่เป็นยอดดวงใจขุนนางจอมโฉด - ตอนที่ 48 หย่าภรรยา
เนื่องจากชายแดนส่งรายงานด่วนมา ลู่หลิงเซียวจึงไปค่ายทหารเมื่อวานนี้
บรรดาแม่ทัพถกเถียงกันเรื่องการรับมือกับเป่ยเหลียงมาตลอดทั้งคืน เมื่อลู่หลิงเซียวออกมาจากกระโจมหลัก ฟ้าก็สว่างแล้ว
เขากำลังจะกลับกระโจมตัวเองไปพัก คนรับใช้ตระกูลลู่ก็มาหา
“คุณชายใหญ่ ที่บ้านเกิดเรื่องแล้ว ท่านรีบกลับไปดูเถิด!”
“เกิดเรื่องอะไร”
“เรื่องนี้…ข้าน้อยพูดส่งเดชมิได้ ท่านไปถามแม่นางหลินต่อหน้าดีกว่า!”
หว่านเอ๋อร์เป็นคนให้เขามาหารึ
หว่านเอ๋อร์เกิดเรื่องรึ
ลู่หลิงเซียวไม่สนใจว่าตนไม่ได้นอนทั้งคืน เร่งม้าเร็วกลับตระกูลลู่ทันที
“หว่านเอ๋อร์!”
เขาเจอหลินหว่านเอ๋อร์ท่าทางอิดโรยที่ห้องชั้นบนของเรือนเฟิง สีหน้าพลันเย็นเยียบขึ้น “ลี่ว์หลัว ดูแลคุณหนูเจ้าประสาอะไร”
ลี่ว์หลัวรีบเอ่ยว่า “ท่านแม่ทัพโปรดอภัยด้วย!”
หลินหว่านเอ๋อร์ทำภาษามือว่า : ไม่เกี่ยวกับลี่ว์หลัว เป็นข้านอนไม่หลับเอง
ลู่หลิงเซียวมองนางอย่างเคร่งเครียด “ไม่สบายหรือ กระเทือนถึงครรภ์หรือว่า…”
หลินหว่านเอ๋อร์ส่ายหน้า ก่อนยกมือลูบหนวดสีเขียวที่ขึ้นตรงคางเขาไปมา แววตาเต็มไปด้วยความปวดใจ ก่อนทำมือว่า : ท่านแม่ทัพเมื่อคืนก็มิได้นอนหรือ
“จัดการกิจการทหารนิดหน่อย” ลู่หลิงเซียวไม่อยากคุยเรื่องชายแดนให้นางเพิ่มความกังวล “คุยเรื่องของเจ้าเถิด เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น”
หลินหว่านเอ๋อร์ก้มหน้าลง ทำภาษามือว่า : ท่านแม่ทัพ หว่านเอ๋อร์ไม่มีหน้าอยู่ที่ตระกูลลู่แล้ว
ลู่หลิงเซียวขมวดคิ้ว “พูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ผู้ใดทำให้เจ้าลำบากใจ หรือว่านาง…”
คนที่ไม่ชอบหลินหว่านเอ๋อร์ คนแรกที่เขานึกได้ก็คือเมิ่งเชียนเชียน
ลี่ว์หลัวเอ่ยอย่างน้อยใจว่า “คุณหนู! มิใช่ความผิดของท่านเสียหน่อย!”
ลู่หลิงเซียวถามหลินหว่านเอ๋อร์ว่า “เจ้าทำข้าร้อนใจจะแย่แล้ว เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
ลี่ว์หลัวเอ่ย “ท่านแม่ทัพ ให้บ่าวเป็นคนเล่าดีกว่าเจ้าค่ะ! เมื่อวาน กุ้ยเฟยเรียกคุณหนูหลินกับฮูหยินน้อยเข้าเฝ้า กุ้ยเฟยทรงเห็นใจที่คุณหนูโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่ง ทรงอยากมอบสถานะให้คุณหนู ผู้ใดจะรู้ฮูหยินน้อยไม่เห็นด้วย ซ้ำยังกล่าววาจาล่วงเกินกุ้ยเฟย บอกว่ากุ้ยเฟยมิใช่ฮองเฮาเสียหน่อย ไม่มีสิทธิ์ยื่นมือมายุ่งเรื่องในบ้านของขุนนาง มีปัญญาก็ให้ฮองเฮามาออกราชโองการ! ท่านแม่ทัพฟังสิเจ้าคะ นี่เป็นคำพูดที่พูดออกมาได้หรือ กุ้ยเฟยพลันเดือดดาลขึ้นมา คุณหนูไม่มีตำแหน่งพูดอะไรก็ฟังดูไม่มีน้ำหนัก ขอความเมตตาไปก็เปล่าประโยชน์! เดิมที กุ้ยเฟยเพียงแค่ลงโทษเล็กๆ น้อยๆ เพื่อตักเตือน ฮูหยินน้อยยอมรับผิดก็จบแล้ว ผู้ใดจะคิด ฮูหยินน้อยปล่อยให้เด็กที่ชื่อถานเอ๋อร์นั่นลงมือในวังหลวง เกือบจะทำร้ายกุ้ยเฟยเข้า!”
ลู่หลิงเซียวสีหน้าพลันเปลี่ยน “ว่าอย่างไรนะ”
หลินหว่านเอ๋อร์ดึงลู่หลิงเซียวไว้ ทำภาษามือว่า : ถานเอ๋อร์ทำเพื่อปกป้องเจ้านาย นางอายุยังน้อย ไม่รู้กฎระเบียบในวังหลวง
ลู่หลิงเซียวเอ่ยเสียงเย็น “สาวใช้ไม่รู้ความ นางก็ไม่รู้รึว่าไม่ควรพาสาวใช้หุนหันพลันแล่นเช่นนั้นเข้าวัง!”
หลินหว่านเอ๋อร์มองเขาอย่างหวาดกลัว
ลู่หลิงเซียวรีบเอ่ยว่า “ข้ามิได้ดุเจ้า แล้วนางเล่า”
ลี่ว์หลัวตอบแทนคุณหนูตน “ฮูหยินน้อยถูกจวนผู้บัญชาการประจำนครหลวงจับตัวไป คุณหนูเป็นห่วงความปลอดภัยของฮูหยินน้อย ไม่ได้นอนทั้งคืนเลยเจ้าค่ะ เห็นว่าสถานการณ์ร้ายแรง นายท่านใหญ่ก็ไม่อยู่ที่จวน คุณหนูจึงรีบให้คนไปหาท่านที่ค่ายทหาร”
หลินหว่านเอ๋อร์สีหน้ารู้สึกผิดทำภาษามือว่า : ล้วนเป็นความผิดของข้า หากไม่มีข้า ทุกอย่างก็คงไม่เกิดขึ้น
ลู่หลิงเซียวกุมมือนางไว้ “เจ้ามีความผิดที่ไหน กุ้ยเฟยเป็นคนอยากสนับสนุนเจ้า มิใช่ว่าเจ้าต้องการสถานะเองเสียหน่อย ยิ่งไปกว่านั้น…ให้เจ้าติดตามข้าอย่างไร้สถานะ ก็ไม่เป็นธรรมต่อเจ้าอยู่จริงๆ”
หลินหว่านเอ๋อร์ไม่ส่งเสียง
ลู่หลิงเซียวขมวดคิ้วเอ่ยว่า “เจ้าเหนื่อยแย่แล้ว พักผ่อนก่อนเถิด ข้าจะออกไปสักเดี๋ยว”
หลินหว่านเอ๋อร์ดึงแขนเสื้อเขาไว้ มองเขาด้วยสีหน้าเป็นห่วง
เขาครุ่นคิด ก่อนเอ่ยปลอบว่า “ไม่ว่าอย่างไร นางก็เป็นภรรยาที่แต่งเข้ามาอย่างถูกต้องของข้า ข้าจะนิ่งดูดายมิได้ วางใจเถิด ผู้บัญชาการใหญ่ไม่มีทางทำอะไรข้าในเวลานี้”
หลินหว่านเอ๋อร์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนทำภาษามือว่า : เหล่าฮูหยินกำลังโมโหกับเรื่องนี้มาก ท่านไปปลอบท่านผู้เฒ่าก่อนดีหรือไม่ เพื่อไม่ให้นางโมโหจนส่งผลเสียต่อร่างกาย
ณ เรือนฝูโซ่ว
เหล่าฮูหยินไม่ได้หลับตานอนทั้งคืนจริงๆ
พอนึกถึงนางเด็กสมควรตายนั่นกล้าล่วงเกินแม้กระทั่งกุ้ยเฟย นางก็ขวัญผวาจะตายอยู่แล้ว ไหนเลยจะข่มตาลง
พอฟ้าสางก็ให้คนไปเชิญผู้อาวุโสตระกูลทั้งสองท่านมา
อันที่จริงอายุอานามของทั้งสองพอๆ กันกับเหล่าฮูหยิน ทว่าลำดับศักดิ์อยู่ลำดับเดียวกันกับเหล่าไท่จวิน เหล่าฮูหยินจึงเรียกว่าท่านอาสามกับท่านอาห้า
นายท่านอาวุโสห้าถามว่า “หลานสะใภ้เรียกข้ากับอาสามของเจ้ามาหาตั้งแต่เช้าตรู่ด้วยเรื่องใดหรือ”
เหล่าฮูหยินไม่เอ่ยคำก็พรูลมหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง “บ้านเจ้ารองน่ะ เจ้าเล่าสิ”
วันนี้ลู่หมู่ไม่ได้มา เหล่าฮูหยินเรียกแค่ฮูหยินรองมา
ฮูหยินรองบีบผ้าเช็ดหน้า เอ่ยอย่างปวดเศียรเวียนเกล้า “ขอไม่ปิดบังท่านอาปู่ทั้งสอง โชคร้ายมาเยือนตระกูลแล้ว!”
นายท่านอาวุโสห้าเอ่ยอย่างฉงนว่า “เซียวเกอร์เพิ่งจะสร้างคุณูปการใหญ่ โชคร้ายมาจากไหนเล่า”
“เป็นเมิ่งซื่อ!” ฮูหยินรองใส่สีตีไข่เล่าเรื่องเมิ่งเชียนเชียนล่วงเกินลี่กุ้ยเฟยให้ฟัง
นายท่านอาวุโสสามเดิมทียังสะลึมสะลืออยู่ ครั้นฟังมาถึงตรงนี้ ก็ตกใจจนตื่นเต็มตา!
เขาใช้น้ำเสียงแก่ชราถามอย่างยากลำบากว่า “เรื่องนี้จริงน่ะหรือ”
ฮูหยินรองเอ่ย “ไอ้หยา จริงแท้แน่นอน! คนถูกจวนผู้บัญชาการประจำนครหลวงจับตัวไปแล้ว ถูกขังอยู่ในจวนแหน่ะ! ปกติพี่สะใภ้ใหญ่มักให้ท้ายนาง ข้าเคยบอกพี่สะใภ้ใหญ่มิใช่ครั้งแรกแล้วว่า นางทำเช่นนี้จะทำให้เด็กนั่นเสียนิสัย พี่สะใภ้ใหญ่ไม่ฟัง ยามนี้ประเสริฐแล้ว…ก่อเรื่องใหญ่โตเทียมฟ้า พาทั้งตระกูลลู่มาร่วมกลบฝังไปพร้อมกับนางแล้ว!”
นายท่านอาวุโสห้าขมวดคิ้วเอ่ย “ตอนนั้นหลานชายไปสู่ขอที่โยวโจว ข้าก็บอกเขาแล้วว่าบุตรสาวพ่อค้าอย่าแต่งเข้ามาเลย!”
ประโยคนี้ฮูหยินรองไม่กล้าต่อบทสนทนา ไม่ว่าอย่างไรนั่นก็เป็นพ่อสามีของนาง
เหล่าฮูหยินเอ่ยอย่างนึกเสียใจว่า “น่าจะฟังท่านอาสามตั้งแต่แรก! แม้ว่าฐานะของนางจะไม่คู่ควรกับเซียวเกอร์ ทว่าตั้งแต่แต่งเข้าตระกูลลู่มา ตระกูลลู่ก็ไม่เคยปฏิบัติต่อนางไม่ดีเลย เห็นนางเหมือนลูกแท้ๆ ซ้ำก่อนหน้านี้นางไล่แม่นมของเซียวเกอร์ออก ข้าก็มิได้ว่าอะไรสักคำ”
นายท่านอาวุโสห้าเอ่ยเสียงเย็น “มีอย่างนี้ที่ไหนกัน!”
ในตระกูลใหญ่ ตำแหน่งของแม่นมนั้นสูงมาก คุณหนูที่รู้หลักธรรมเนียม จะไม่มีทางว่ากล่าวแม่นมแม้กระทั่งถ้อยคำแรงๆ เลย นับประสาอะไรกับไล่แม่นมออก!
ฮูหยินรองสุมไฟเพิ่ม “ไม่เพียงเท่านี้นะเจ้าคะ ท่านแม่ไม่สบาย นางก็ไม่มีปรนนิบัติดูแล นางยังเคยลงมือตบหลิงหลงกับแม่นางหลินด้วย!”
แม่นางหลิน ผู้อาวุโสตระกูลทั้งสองเคยได้ยินมาบ้างแล้ว เป็นสตรีกำพร้าที่ลู่หลิงเซียวพากลับมาจากชายแดน และกำลังตั้งท้องเลือดเนื้อเชื้อไขของเซียวเกอร์อยู่
ในสายตาของผู้อาวุโสตระกูลทั้งสอง นางเป็นเพียงอนุคนหนึ่ง ภรรยาเอกควรใจกว้างยอมรับนาง
การตบตีน้องสาวสามียิ่งเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุเข้าไปใหญ่
นายท่านอาวุโสสามเอ่ยว่า “แต่ว่า ภรรยาเอกยังไม่มีบุตร อนุก็มีเสียแล้ว ก็ไม่ค่อยจะถูกต้องเท่าใดนัก”
ฮูหยินรองแววตาเป็นประกายวาบ เอ่ยอย่างน้อยใจว่า “นี่ปรักปรำพวกเราแล้ว เป็นนางเองที่ป่วยจากไอเย็น มิอาจมีบุตรได้ พวกเราจึงได้อนุญาตให้แม่นางหลินเก็บเด็กคนนี้ไว้!”
นายท่านอาวุโสสามกระจ่างแจ้งทันใด “เช่นนี้นี่เอง”
เหล่าฮูหยินถอนใจเอ่ยว่า “วันนี้ที่เชิญผู้อาวุโสทั้งสองมา ก็เพราอยากให้ท่านอาสามกับท่านอาห้าเป็นพยาน ตระกูลลู่ของเราต้องการขอหย่าภรรยานางนี้!”
“ท่านย่า ข้านำทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของบ้านที่โยวโจวแต่งเข้ามา ขอหย่าข้าเช่นนี้ ไม่ค่อยเหมาะกระมัง”
เมิ่งเชียนเชียนเลิกม่านเดินเข้ามาอย่างไม่สะทกสะท้าน