เกิดใหม่เป็นยอดดวงใจขุนนางจอมโฉด - ตอนที่ 51 เพิ่มสินเจ้าสาว
ลู่หยวนสีหน้าเรียบเฉยเทชาร้อนให้ตัวเองถ้วยหนึ่ง “ข้าได้ให้เจ้าสืบเรื่องของตระกูลลู่ด้วยรึ”
ชิงซวงส่งเสียงอ้อคำหนึ่ง ก่อนคำนับให้แล้วเดินออกไป
อวี้จื่อชวนหันหลังเดินตามไป
ลู่หยวนเอ่ยเสียงเย็น “เจ้าจะไปไหน”
อวี้จื่อชวน “ข้าอยากฟัง”
ลู่หยวน “…”
ลู่หยวนแค่นเสียงเฮอะ พลางยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ
ชิงซวงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในตระกูลลู่ให้ฟัง เมื่อฟังถึงเมิ่งเชียนเชียนเสนอให้ลู่หลิงเซียวหย่าร้าง ลู่หยวนที่กำลังดื่มชาพลันชะงักมือเล็กน้อย
อวี้จื่อชวนถามอย่างสนใจใคร่รู้ว่า “จากนั้นเล่า”
“จากนั้นข้าก็กลับมาแล้ว” ชิงซวงเอ่ย
ชิงซวงในฐานะหน่วยกล้าตายที่ได้รับการฝึกฝนให้เป็นหน่วยสอดแนมนั้น รับรู้ได้ถึงอันตรายอย่างยอดเยี่ยม ทว่าอ่านใจคนไม่ออก ดังนั้นสีหน้าของลู่หลิงเซียวในตอนนั้นมันหมายความว่าอย่างไร นางจึงไม่ทราบ
อวี้จื่อชวนถือธนูเดินออกไปข้างนอก
ลู่หยวนเคาะโต๊ะ “รายงานด่วน”
อวี้จื่อชวนย้อนกลับมาอย่างยอมรับชะตากรรม วางจดหมายลับที่รีบเร่งส่งมาจากแปดร้อยลี้ลงบนโต๊ะ
ลู่หยวนอ่านจบก็ยิ้มเย็น
……
อีกด้านหนึ่ง ลู่หลิงเซียวสีหน้านิ่งอึ้งกลับมาถึงเรือนซงจู๋ แม้แต่หลินหว่านเอ๋อร์ยืนคอยอยู่บนระเบียงทางเดินเขายังไม่ได้สังเกต
ลี่ว์หลัวถามอย่างฉงนว่า “คุณหนู นี่ท่านแม่ทัพเป็นอะไรไป ท่าทางจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว…”
หลินหว่านเอ๋อร์ลังเลครู่หนึ่ง ก่อนสาวเท้าเข้าไปในห้องของลู่หลิงเซียว
ลู่หลิงเซียวนั่งลงบนเตียงไม่เอ่ยคำใดสักคำ สีหน้าไม่เพียงเหมือนโดนฟ้าผ่า ยังเหมือนได้รับการกระทบกระเทือนมาอย่างหนักด้วย
หลินหว่านเอ๋อร์นั่งลงข้างเขา ดึงมือเขามาเขียนบนฝ่ามือว่า : ท่านแม่ทัพ เกิดอะไรขึ้นหรือ ไม่ไปช่วยฮูหยินน้อยแล้วหรือ
ลู่หลิงเซียวถึงได้หลุดจากภวังค์ความตกตะลึงมหาศาลได้ เอ่ยอย่างหมดเรี่ยวแรงว่า “นางกลับมาแล้ว”
หลินหว่านเอ๋อร์ชะงัก
ลู่หลิงเซียวเอ่ยอย่างห่อเหี่ยวว่า “หว่านเอ๋อร์ เจ้ายังจำเรื่องที่ข้าเคยเล่าให้เจ้าฟังว่า ตอนข้าเพิ่งไปถึงชายแดนเกือบจะหิวตายด้วยกันกับพวกพ้องได้หรือไม่”
หลินหว่านเอ๋อร์พยักหน้า
ลู่หลิงเซียวเอ่ยต่อ “หิมะถล่มปิดภูเขา เสบียงทหารของราชสำนักขนย้ายมามิได้ มีพ่อค้าคาราวานหนึ่งใช้ทางน้ำของตะวันออกเฉียงใต้ มาขึ้นท่าที่ลี่โจว อ้อมทางหลายร้อยลี้ ข้ามขุนเขาฝ่าธารา ส่งเสบียงและของจำเป็นสำหรับทหารมาให้ด่านอวี้เหมิน คาราวานพ่อค้าไม่เคยทิ้งนามไว้ บอกเพียงว่าเป็นเสบียงที่ชาวบ้านจากเมืองต่างๆ รวบรวมกันมา”
หลินหว่านเอ๋อร์ : เหตุใดจู่ๆ ท่านแม่ทัพจึงเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาเล่า
ลู่หลิงเซียวครุ่นคิดอยู่เนิ่นนาน ก่อนเอ่ยอย่างละอายใจ “คาราวานพ่อค้านั้น เป็นของตระกูลเมิ่ง”
หลินหว่านเอ๋อร์ตกยกใหญ่
นางทำภาษามือถามว่า : ท่านแม่ทัพฟังใครพูดมา
ลู่หลิงเซียวเอ่ย “เมื่อครู่นี้นางเป็นคนบอกข้าเอง ข้าไม่รู้มาโดยตลอด”
หลินหว่านเอ๋อร์บีบกระโปรงแน่น
ลี่ว์หลัวพึมพำว่า “หากตระกูลเมิ่งเป็นคนใจบุญหยิบยื่นให้ ไยไม่บอกแต่แรก รอมาจนถึงป่านนี้ค่อยมาบอก บ่าวว่า ฮูหยินน้อยกำลังขัดขวางมิให้ท่านแม่ทัพแต่งคุณหนูเข้ามามากกว่ากระมัง”
ลู่หลิงเซียวสีหน้าทะมึนขึ้นมา
หลินหว่านเอ๋อร์ตวาดลี่ว์หลัวอย่างแรง : ออกไป!
ลี่ว์หลัวลอบมองลู่หลิงเซียวที่มีเพลิงโทสะในแววตาพร้อมที่จะปะทุได้ทุกเมื่อ จึงรีบออกไป
หลินหว่านเอ๋อร์ดึงมือลู่หลิงเซียวมากุม : ข้าสั่งสอนคนรับใช้ไม่ดี ท่านอย่าขุ่นเคืองเลย ความโกรธทำลายสุขภาพ
ลู่หลิงเซียวเห็นแก่หน้าหลินหว่านเอ๋อร์ จึงข่มเพลิงโทสะไว้
หลินหว่านเอ๋อร์หลุบตาลง ทำภาษามือว่า : ฮูหยินน้อยไม่อยากให้ข้าแต่งเข้ามา ข้าเข้าใจได้ ข้าใช่ว่าจะหวังในสิ่งที่มิใช่ของตัวเอง ข้าบอกแล้วว่าขอแค่ได้อยู่ข้างกายท่านแม่ทัพ ข้าก็ไม่สนอะไรทั้งนั้น…
“นางต้องการหย่าร้างกับข้า”
หลินหว่านเอ๋อร์ตกตะลึงเป็นหนที่สาม
ขนตานางสั่นไหว ทำมือว่า : คงเป็นเพราะอยากประชดประชันจึงได้จงใจเอ่ยเช่นนี้กระมัง ฮูหยินน้อยยังอายุน้อย ซ้ำยังได้รับความไม่เป็นธรรมในวังมา ย่อมหาคนระบายโทสะ ท่านให้อภัยนางหน่อยนะ
ถ้อยคำจำพวกนี้ เมื่อก่อนหลินหว่านเอ๋อร์ก็เคยพูด ทว่าครานี้ไม่รู้เพราะเหตุใด ลู่หลิงเซียวรู้สึกว่าเมิ่งเชียนเชียนมิได้ประชด
ความเฉยชานั่น มีชั่วขณะหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึกว่านางห่างไกลจนมิอาจเอื้อมคว้า
หลินหว่านเอ๋อร์เห็นลู่หลิงเซียวเงียบงันไม่พูดไม่จา ก็ค่อยๆ จิกอาภรณ์ของตนแน่น
……
เมิ่งเชียนเชียนเสนอให้ลู่หลิงเซียวหย่าร้างที่เรือนฝูโซ่ว คนรับใช้ที่แอบฟังล้วนได้ยินกันหมด เมื่อส่งผู้อาวุโสตระกูลทั้งสองคนกลับไปแล้ว ก็มารายงานเหล่าฮูหยินทันที
เหล่าฮูหยินโมโหจนแทบจะล้มโต๊ะ “หย่าร้างอย่างนั้นรึ ฝันไปเถอะ! สตรีที่มีบุตรไม่ได้คนหนึ่ง คิดว่าตัวเองสำคัญเพียงนั้นเชียวหรือ นางมีสิทธิ์เสนอให้หย่าร้างด้วยรึ โกนหัวไปบวชเป็นชีแล้ว ก็ยังไม่อยากยุ่งกับนางเลย เพราะกลัวจะโชคร้าย!”
แม่บ้านอู๋ปลอบใจเหล่าฮูหยิน พลางเออออไปด้วย “เฮ้อ ครึ่งปีก่อนนางตกน้ำ ป่วยเป็นโรคไอเย็น หมอบอกว่าชีวิตนี้นางมีบุตรยาก พวกเราใช้เงินกองโตซื้อยาวิเศษชั้นดีช่วยให้นางตั้งครรภ์ ยามนี้ดูท่า นางคงอับโชคเสียแล้ว!”
“ยาวิเศษนั่น เม็ดละร้อยตำลึง โชคดีที่มิได้ให้นางกินไป!” เหล่าฮูหยินเอ่ยจบ ก็นึกได้ว่ายาอยู่ที่ลู่หมู่ จึงรีบให้คนไปเอากลับมาคืน
วันนี้นางจงใจไม่เรียกลู่หมู่มาด้วย เพราะป้องกันมิให้ลู่หมู่แก้ต่างแทนนางเด็กนั่น แต่ผู้ใดจะไปคิดว่า กำลังรบของนางเด็กนั่นแข็งแกร่งเพียงนี้ ปากเดียวตอกหน้าคนทั้งห้องให้สะอึกอึ้งแทบตาย!
“ไอ้หยา ประคองข้านอนที” เหล่าฮูหยินปวดหัวยิ่งนัก
แม่บ้านอู๋เพิ่งจะประคองนางให้นอนลง ด้านนอกก็รายงานว่า หลินหว่านเอ๋อร์ขอพบ
เหล่าฮูหยินขมวดคิ้วเอ่ยว่า “หิมะตกหนักเพียงนี้ ไม่ดูแลครรภ์ที่เรือนเฟิงให้ดี ออกมาทำอะไร!”
เหล่าฮูหยินอารมณ์ไม่ดีสุดขีดแล้ว ไม่อยากพบหลินหว่านเอ๋อร์ ทว่านึกถึงเหลนน้อยสุดที่รักในท้องหลินหว่านเอ๋อร์ สุดท้ายก็ให้นางเข้ามา
ไม่นึกเลยว่าหลินหว่านเอ๋อร์มิได้มามือเปล่า ลี่ว์หลัวกับแม่บ้านที่เรือนเฟิง หอบของไว้เต็มอ้อมแขน วางเต็มโต๊ะของเหล่าฮูหยินไปหมด
ทั้งผ้าแพร ผ้าไหม ผ้าต่วน ทั้งเงินทองของมีค่า เห็ดหลิงจือเอย เห็ดถั่งเช่าเอย ไหนจะอักษรภาพมีชื่อ
เหล่าฮูหยินมองจนเซ่อไปแล้ว “นี่…”
ลี่ว์หลัวยิ้มเอ่ยว่า “เรียนเหล่าฮูหยิน พวกนี้เป็นคุณหนูข้าเข้าวังเมื่อวานนี้ กุ้ยเฟยประทานให้ คุณหนูของข้าบอกว่า ขอมอบให้เหล่าฮูหยินทั้งหมดเจ้าค่ะ!”
ขอมอบของทั้งหมดที่กุ้ยเฟยประทานให้!
เหล่าฮูหยินจับประเด็นสำคัญในคำพูดของลี่ว์หลัวได้ทันที โดนนางเด็กนั่นกวนโมโหมาตลอดทั้งเช้า ในที่สุดก็มีเรื่องน่ายินดีบ้างแล้ว
สายตาที่เหล่าฮูหยินมองหลินหว่านเอ๋อร์เปลี่ยนเป็นเมตตาทันที นางกวักมือเรียกหลินหว่านเอ๋อร์ “รีบมานั่งสิ!”
หลินหว่านเอ๋อร์ค่อยๆ นั่งลงข้างกายเหล่าฮูหยิน
คราก่อนนางสังเกตกิริยามารยาทของเมิ่งเชียนเชียน ครานี้ก็นั่งเพียงครึ่งเดียวเหมือนอย่างเมิ่งเชียนเชียน
นางเพิ่งจะนั่งได้ครู่เดียว เหงื่อก็ออกเต็มหน้าผากแล้ว
เหล่าฮูหยินกลับจับมือนางไว้ ยิ่งพิศมองยิ่งชื่นชอบ
นี่สิถึงจะมีมาดของหลานสะใภ้ รู้จักกตัญญูท่านย่าเยี่ยงนาง ไม่เหมือนนางเด็กนั่น เห็นๆ อยู่ว่าเป็นบำเหน็จรางวัลของเซียวเกอร์ กลับแย่งเอากลับเรือนตัวเองไปหมด!
เหล่าฮูหยินลูบท้องนาง “สองเดือนแล้วกระมัง ในสามเดือนแรกเป็นช่วงที่สำคัญ ต้องระวังดีๆ”
หลินหว่านเอ๋อร์พยักหน้าเบาๆ
เหล่าฮูหยินกวาดตามองบำเหน็จรางวัลบนโต๊ะ ก่อนวางมาดจริงจังเอ่ยว่า “ของพวกนี้กุ้ยเฟยเป็นคนประทานให้เจ้า เจ้าเอากลับไป เอาไว้ใช้เองเถิด”
หลินหว่านเอ๋อร์ส่ายหน้า ก่อนพยักหน้าให้ลี่ว์หลัวพูดแทนนาง
ลี่ว์หลัวยิ้มเอ่ยว่า “เหล่าฮูหยิน คุณหนูของข้ามิได้ใช้หรอกเจ้าค่ะ ยิ่งไปกว่านั้นภายหน้ากุ้ยเฟยย่อมมีประทานมาอีก!”
“อ้อ?” เหล่าฮูหยินชักสนใจ
ลี่ว์หลัวเอ่ยอย่างปลาบปลื้ม “กุ้ยเฟยบอกว่า วันที่คุณหนูแต่งงาน นางจะเป็นผู้นำในการเพิ่มสินเจ้าสาวให้คุณหนูเอง!”