เกิดใหม่เป็นยอดดวงใจขุนนางจอมโฉด - ตอนที่ 52 วิธีจัดการกับชาเขียว
กุ้ยเฟยเพิ่มสินเจ้าสาวให้ช่างเป็นเกียรติเพียงใดกันนี่!
อีกทั้งฟังดูแล้วเหมือนทั่วทั้งวังหลังก็จะเพิ่มสินเจ้าสาวให้หลินหว่านเอ๋อร์อย่างไรอย่างนั้น นั่นมันจะเป็นเงินเท่าใดกันนี่!
แม้เหล่าฮูหยินจะไม่รู้จักองครักษ์เกราะทมิฬสิบสองนาย แต่ก็รู้ว่าหลินหว่านเอ๋อร์ตัวตนไม่ธรรมดา ไม่เช่นนั้นบุตรชายคงไม่มีทางพาหลินหว่านเอ๋อร์ไปพบชนชั้นสูงท่านนั้นเพียงลำพังหรอก
หลานชายของนางเป็นแม่ทัพ ก็ควรแต่งกับสตรีตระกูลขุนพลเยี่ยงหลินหว่านเอ๋อร์เข้ามา!
เหล่าฮูหยินตบๆ หลังมือหลินหว่านเอ๋อร์เบาๆ ก่อนถอนใจอย่างเสียดายสุดจะเปรียบ “เฮ้อ หากเซียวเกอร์เจอเจ้าเร็วกว่านี้หน่อย จะดีเพียงใดหนอ”
หลินหว่านเอ๋อร์ส่ายหน้า ทำภาษามือ
ลี่ว์หลัวเอ่ย “คุณหนูของข้าบอกว่า ฮูหยินน้อยมีทรัพย์สมบัติมหาศาล นางเป็นเพียงสตรีกำพร้า มิกล้าสู้กับฮูหยินน้อยหรอกเจ้าค่ะ”
เหล่าฮูหยินนึกถึงบทสนทนาที่คนรับใช้ได้ยินในลานเรือน ก็อดเอ่ยเย้ยหยันมิได้ “บ้านเดิมของนางไม่มีเงินตั้งนานแล้ว! หลายปีมานี้อุตส่าห์ลำบากลำบนปิดบังข้าไว้!”
หลินหว่านเอ๋อร์ไม่ได้เอ่ยคำใด มองลี่ว์หลัวแวบหนึ่ง ลี่ว์หลัวรีบเอ่ยว่า “เหล่าฮูหยิน เมื่อครู่นี้ท่านแม่ทัพไปที่เรือนเฟิง บอกว่า…ฮูหยินน้อยต้องการจะหย่ากับเขา คุณหนูของข้ารู้สึกผิดยิ่ง ตั้งใจมาขออภัยเหล่าฮูหยินโดยเฉพาะ นางยินดีย้ายออกจากตระกูลลู่ชั่วคราว ขอเพียงฮูหยินน้อยรักใคร่กลมเกลียวกับท่านแม่ทัพ”
เหล่าฮูหยินเอ่ยทันควัน “เจ้ากำลังตั้งท้องเหลนน้อยของข้า ใครจะย้ายก็ย้ายไปเจ้าห้ามย้าย!”
หลินหว่านเอ๋อร์ก้มหน้าลง
เหล่าฮูหยินแค่นเสียงเอ่ยว่า “หย่าร้างกันนั้นไม่มีทาง ข้าไม่เห็นด้วย!”
ออกมาจากเรือนฝูโซ่ว ลี่ว์หลัวประคองหลินหว่านเอ๋อร์เดินกลับไป
นางหันมองรอบด้าน เมื่อมั่นใจว่าไม่มีคนจึงถามว่า “คุณหนู เหล่าฮูหยินหมายความอย่างไรกันแน่ ไม่ชอบฮูหยินน้อยแท้ๆ แล้วเหตุใดไม่อนุญาตให้หย่ากับท่านแม่ทัพเล่า”
หลินหว่านเอ๋อร์ทำภาษามือว่า : เหล่าฮูหยินอยากให้ฮูหยินน้อยขอออกไปจากตระกูลลู่เอง
การหย่าร้างนั้นคือการยินยอมพร้อมใจของทั้งสองฝ่ายที่จะยุติความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยา จบกันอย่างสมานฉันท์
แต่การขอหย่าภรรยาคือฝ่ายหญิงทำผิดหลักเจ็ดประการ ถูกบ้านสามีไล่ออกจากตระกูล
ซึ่งการขอออกไปจากตระกูลเองนั้น หมายถึงฝ่ายหญิงมีความผิด ขอเป็นฝ่ายจากไปเอง มิใช่บ้านสามีบีบบังคับ มีประโยชน์สูงสุดต่อฝั่งบ้านสามี
เรื่องที่ลู่หลิงเซียวเพิ่งจะสร้างคุณูปการที่ชายแดน พาสตรีนางหนึ่งกลับมาด้วย ได้ลือกันไปทั่วทั้งเมืองหลวงแล้ว ยามนี้ไม่ว่าจะขอหย่าภรรยาหรือหย่าร้างโดยดี ล้วนเหมือนเขาเป็นฝ่ายไร้หัวจิตหัวใจ
มีเพียงเมิ่งเชียนเชียนขอเป็นฝ่ายออกจากตระกูลเองเท่านั้น จึงจะตำหนิติโทษนางได้
นางเป็นฝ่ายจะจากมาเอง เป็นนางที่ไร้ความอดทนในการเป็นภรรยาเอก เป็นนางที่ไม่ยอมรับสตรีอื่น…
ลี่ว์หลัวกระจ่าง “แต่ว่า ฮูหยินน้อยจะยอมหรือเจ้าคะ”
ฝีเท้าของหลินหว่านเอ๋อร์ชะงักไป
……
ณ เรือนไห่ถัง
เมิ่งเชียนเชียนทานมื้อเช้าเสร็จ ก็นั่งดูบัญชีที่ถานเอ๋อร์นำกลับมาจากร้านนายหน้า
ตั้งแต่เมื่อคราก่อนที่นางไปหา นายหน้าหญิงชราก็หานักบัญชีมาลองคำนวณบัญชีอีกหลายคน หนึ่งในนั้นคำนวณได้ดีทีเดียว ไม่เพียงยอดบัญชีถูก ยังแก้ไขจุดที่นางจงใจเขียนผิดให้ด้วยหลายจุด ลายมือเป็นระเบียบ อ่านเข้าใจง่าย เมิ่งเชียนเชียนพอใจยิ่ง
เขานี่ล่ะ
เมิ่งเชียนเชียนวางสมุดบัญชีลง ก่อนกางแผนที่เมืองหลวงออก
ในเมื่อเสนอให้หย่าร่างกันแต่โดยดีแล้ว ก็ต้องวางแผนตระเตรียมออกจากตระกูลลู่ตั้งแต่เนิ่นๆ
เรื่องสำคัญตอนนี้ก็คือหาบ้านเพื่อตั้งตัว ไม่ต้องใหญ่ก็ได้ แต่ถนนหนทางต้องสะอาดสะอ้าน นอกจากนี้ห้ามอยู่ห่างไกลผู้คนเกินไป อย่างไรเสียนางก็ต้องการค้าขาย
ทว่าเมืองหลวงค่าครองชีพแพงหูฉี่ หนึ่งหมื่นตำลึงในมือนาง เกรงว่าจะซื้อเรือนดีๆ ในเขตคึกคักไม่ไหว
นายหน้าหญิงชราเคยเปิดหอนางโลม ซ้ำยังเปิดร้านนายหน้า ไม่แน่ว่านางอาจจะรู้จักที่เหมาะๆ ก็ได้ คราหน้าจะแวะไปถามนางดู
ในขณะที่กำลังครุ่นคิด เสียงดังกังวานหยาบกร้าวของแม่บ้านวั่นก็ดังขึ้นด้านนอก “เจ้าเป็นใคร มาทำอะไร”
“คุณหนูของข้าขอพบฮูหยินน้อย รบกวนแม่บ้านท่านนี้แจ้งให้ที”
เป็นเสียงของลี่ว์หลัว
“ปีศาจจิ้งจอกนั่นน่ะรึ”
“เจ้า…”
“แจ้งก็แจ้ง รอเดี๋ยว!”
แม่บ้านวั่นเดินอาดๆ เข้าไปในลานเรือน พอถึงหน้าประตูห้องนายหญิง ท่าทีก็พลันเปลี่ยน ถามอย่างนอบน้อมว่า “คุณหนู คนของเรือนเฟิงขอพบเจ้าค่ะ”
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ย “ให้นางเข้ามา”
“เจ้าค่า!” แม่บ้านวั่นขานรับ ก่อนมายังหน้าประตูลานเรือน เอ่ยกับหลินหว่านเอ๋อร์ว่า “เจ้าเข้าไปสิ!”
ลี่ว์หลี่พยุงหลินหว่านเอ๋อร์ข้ามธรณีประตู
แม่บ้านวั่นขวางลี่ว์หลัวไว้ “ให้นางเข้าไป เจ้าหูหนวกรึ”
ลี่ว์หลัวโมโหโกรธาถลึงตาใส่แม่บ้านวั่น
หลินหว่านเอ๋อร์ส่ายหน้าให้ลี่ว์หลัว ลี่ว์หลัวรั้งอยู่ด้านนอกอย่างไม่เต็มใจยิ่ง
หลินหว่านเอ๋อร์เลิกม่านเข้าไปในห้อง
ปั้นซย่ากำลังนอนชดเชยอยู่ ส่วนแม่นมหลี่ไปปลุกถานเอ๋อร์กินข้าว
ภายในห้องมีเพียงเมิ่งเชียนเชียนคนเดียว
หลินหว่านเอ๋อร์ไม่ได้คำนับให้
เมิ่งเชียนเชียนชินกับความหน้าไหว้หลังหลอกของนางแล้ว จึงมิได้ตกใจแม้แต่น้อย และไม่เป็นฝ่ายถามขึ้นก่อนด้วย ปล่อยนางไว้อย่างนั้นไม่สนใจ
ป้าหูถืออาภรณ์ที่เพิ่งซักเสร็จกะละมังหนึ่งเดินผ่านมา มองแม่บ้านวั่นแนบหูกับม่านแอบฟังอยู่ ก็ถามอย่างประหลาดใจว่า “เจ้าทำอะไรน่ะ”
นางเหลือบมองข้างล่างต่อ โอ้โห ในมือแม่บ้านวั่นถือมีดตัดฟืนอยู่เล่มหนึ่ง!
แม่บ้านวั่นเอ่ยเสียงเบาว่า “หากนางจิ้งจอกแรดนั่นกล้าทำอันใดไม่ดีต่อคุณหนู ข้าจะฟันนาง!”
ป้าหูมุมปากกระตุก “…”
หลินหว่านเอ๋อร์หันกลับมา ใช้หางตาปรายมองม่านประตู เดินขึ้นหน้าสองสาวก้าว ยื่นมือไปหยิบถ้วยชาบนโต๊ะ
เมิ่งเชียนเชียนใช้สมุดบัญชีขวางมือนางไว้ ปรายสายตาไปยังท้องนาง “อย่า เกิดกินลงไปแล้วมีปัญหา ข้ารับผิดชอบไม่ไหว”
หลินหว่านเอ๋อร์ขยับไปใกล้กระถางถ่านสองก้าว
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ย “ถ่านหงหลัวกองกิจการภายในเป็นคนส่งมาให้ หากรมจนมึนแล้ว ก็ไปหากองกิจการภายในโน่นนะ”
หลินหว่านเอ๋อร์หลับตาลง กำลังจะนั่งลง
“ช้าก่อน!”
แม่บ้านวั่นเลิกม่านประตูพุ่งเข้ามา ดึงม้านั่งด้านหลังนางไป แล้ววางก้อนน้ำแข็งไว้ใต้บั้นท้ายนางแทน!
“มิได้ซ่อนเข็มไว้ มิได้ซ่อนยาด้วย เห็นชัดแจ๋ว! เจ้าดูเองให้ชัดๆ! นั่งแล้วห้ามมาโทษคุณหนูข้าล่ะ!”
หลินหว่านเอ๋อร์โมโหจนหน้าคล้ำเขียว
นางทำภาษามืออย่างเย็นชา : หยุดเสแสร้งได้แล้ว ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการจับแต่แสร้งทำเป็นปล่อยไปก่อน มิได้อยากออกจากตระกูลลู่จริงๆ หรอก
เมิ่งเชียนเชียนหัวเราะ “ใช่แล้ว เจ้าพูดถูกแล้วล่ะ ข้าไม่คิดจะออกจากตระกูลลู่จริงๆ อย่างไรเสียข้าเพิ่งจะได้เป็นฮูหยินแม่ทัพเจิ้นเป่ย จากความเร็วในการเลื่อนขั้นของขุนนางบู๊ ทนอีกปีสองปี เขาอาจจะชิงยศเก้ามิ่งให้ข้ามาได้ก็ได้”
แม่บ้านวั่นพยักหน้า ยกนิ้วโป้งให้ “สมกับเป็นคุณหนู ฉลาดเฉลียว!”
หลินหว่านเอ๋อร์ : เจ้าล่วงเกินกุ้ยเฟย ยังคิดจะเอายศเก้ามิ่งอีกรึ
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยอย่างไม่ยี่หระเพราะมีคนถือหางให้ “หากไม่ได้มา ทุกคนก็มาล่มจมไปด้วยกันนี่ล่ะ หนี้ของภรรยาสามีชำระให้ ข้าก่อเรื่องเท่าใด เขาก็ต้องแบกรับโทษเท่านั้น”
หลินหว่านเอ๋อร์หน้าทะมึนทำภาษามือว่า : ที่แท้เจ้าก็เป็นคนแบบนี้? เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะบอกท่านแม่ทัพรึ
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ย “เจ้าก็ไปบอกเลย ตราบใดที่เจ้ามีความกล้าน่ะนะ”
หลินหว่านเอ๋อร์กำแขนเสื้อแน่น เดินออกไปโดยไม่เหลียวมา
แม่บ้านวั่นตะโกนไล่หลังนาง “ไม่ส่งนะ! หิมะบนพื้นข้ากวาดสะอาดแล้ว ระวังลื่นล้มเอาล่ะ!”
“คุณหนู!”
นอกประตู ลี่ว์หลัวประคองหลินหว่านเอ๋อร์ที่มีสีหน้าย่ำแย่ยิ่ง
หลินหว่านเอ๋อร์กุมท้อง ครานี้นางโดนกวนโมโหจนกระเทือนครรภ์เข้าให้แล้ว!
ทั้งโมโหทั้งคับแค้น ซ้ำยังไม่อาจบอกใครได้!
ภายในห้อง แม่บ้านวั่นยกน้ำแข็งก้อนโตออกไป กลับมาก็มาถามว่า “คุณหนู พวกเรา…ไม่ไปแล้วหรือเจ้าคะ”
นางเก็บสัมภาระเรียบร้อยหมดแล้ว!
เมิ่งเชียนเชียนหยิบขนมแป้งทอดขึ้นมาชิ้นหนึ่ง “ไปสิ”
แม่บ้านวั่นเกาหัว “เช่นนั้นเมื่อครู่ท่าน...”
เมิ่งเชียนเชียนโคลงศีรษะเอ่ยว่า “อ้อ ข้ากวนโมโหนางเฉยๆ”
[1] ชาเขียว เปรียบเปรยถึงผู้หญิงที่แอ๊บอ่อนแอน่าสงสาร