เกิดใหม่เป็นยอดดวงใจขุนนางจอมโฉด - ตอนที่ 56 เวรกรรมตามทันตระกูลลู่
ยามไฮ่[1] เพิงที่นั่งทั้งหมดเต็มหมดแล้ว ลู่หลิงเซียวจำต้องฝ่าหิมะสร้างเพิงขึ้นอีกหลัง
ทว่าในบรรดาเพิงที่นั่งทั้งหมด หลังที่เงียบที่สุดเป็นของลู่หยวน และหลังที่คึกคักที่สุดคือเพิงฝั่งตะวันตกติดศาลารับลม ผู้ที่ร่วมเฝ้าศพข้ามคืนอยู่ด้านในหาใช่ขุนนางสองราชวงศ์ไม่ แต่เป็นขุนนางใหญ่ขั้นสามขึ้นไป
พวกเขากำลังถกเถียงเรื่องในราชสำนัก ถ้อยคำคมคาย บรรยากาศรุนแรง เรียกได้ว่าไฟลุกท่วมฟ้า
เมื่อลู่หยวนในชุดคลุมสีดำเดินเข้ามาอย่างเอ้อระเหย ทุกคนพลันชะงักงัน เพิงที่นั่งอันจอแจเสียงดังกลับเงียบงันเป็นเป่าสาก
ลู่หยวนกวาดสายตาหาที่นั่งว่าง ก่อนจะนั่งลงอย่างสงบนิ่ง ท่ามกลางสายตานิ่งอึ้งของทุกคน
ขุนนางสองคนข้างกายเขาเหงื่อพลันแตกพลั่ก ขนลุกซู่!
ขุนนางที่นั่งทางซ้ายและขวาของตำแหน่งหลักตกใจจนลนลานลุกขึ้น เอ่ยพร้อมกันว่า “ผู้บัญชาการใหญ่ เชิญนั่ง!”
ลู่หยวนสองมือถือหมอนอุ่นมือเอ่ยนิ่งๆ ว่า “ไม่ต้องหรอก พวกเจ้าต่อกันเลย”
ทุกคนหันมองหน้ากัน ต่ออะไร ด่าเจ้าน่ะหรือ ต่อหน้าเจ้าใครจะกล้า อยากตายหรือ
เจ้าได้ยินพวกเราด่าเจ้าใช่หรือไม่ จึงจงใจมาจับคาหนังคาเขา
เจ้าก็ทำให้มันฉับไวหน่อยสิ ดาบพาดอยู่บนคอมันทรมานนะ!
ลู่หยวนหลับตาลงเล็กน้อย เอ่ยอย่างน่าเกรงขามว่า “ต่อสิ”
รองเจ้ากรมกลาโหม “ไอ้หยา! เจ้ากรมหลี เด็กคนนั้นที่บ้านท่านคลอดหรือยัง”
เจ้ากรมโยธากัดฟันกรอด : เด็กบ้านข้าคนไหนจะคลอดกัน?!
“ได้ยินว่าจวี่เหริน[2]ที่เข้าเมืองหลวงมาสอบในปีนี้มีเยอะมาก การสอบขุนนางประจำฤดูใบไม้ผลิปีหน้าต้องครึกครื้นมากแน่”
“ชายแดนคว้าชัยมาได้ ทวงอาณาเขตที่สูญเสียให้เป่ยเหลียงกลับคืนมาได้ ราชสำนักกำลังอยู่ในช่วงต้องการคน ปีหน้าก้งย่วนจะต้องคัดเลือกผู้มีความสามารถที่เป็นเสาหลักให้ฝ่าบาทให้มากขึ้น”
“นั่นน่ะสิ นั่นน่ะสิ”
ทุกคนสนทนากันอย่างกระอักกระอ่วน
ขุนนางทางซ้ายและขวาของลู่หยวนแย่งกันยกที่นั่งให้ซ่างกวนหลิง ซ่างกวนหลิงปฏิเสธอย่างสุภาพ “ไม่ต้อง ไม่ต้อง ทางนั้นมีที่นั่ง!”
“ไม่ๆๆๆ ใต้เท้าซ่างกวนติดตามคุ้มครองผู้บัญชาการใหญ่ ควรนั่งตรงนี้”
“นั่งที่ข้าเลย!”
ทั้งคู่เกี่ยงกันไปเกี่ยงกันมา เกือบจะทะเลาะกัน
สุดท้ายซ่างกวนหลิงนั่งลงตรง…ฝั่งขวาข้างตำแหน่งหลักของลู่หยวน ให้ความกล้าเขาอีกร้อยเท่าก็ไม่กล้านั่งใกล้ตำแหน่งหลักของผู้บัญชาการใหญ่
ขุนนางคนนั้นที่ยกที่นั่งให้ไม่สำเร็จ แข้งขาเริ่มสั่นขึ้นมาแล้ว
แรกเริ่มทุกคนนึกว่าลู่หยวนเพียงแต่โผล่หน้าโผล่ตามาให้เห็นเฉยๆ อีกเดี๋ยวก็คงไป ไม่คิดเลยว่าครึ่งชั่วยามผ่านไปแล้ว หนึ่งชั่วยามก็ผ่านไปแล้ว ผู้บัญชาการใหญ่ผู้เหี้ยมโหดไร้ปรานีคนนี้จะหลับตาพักผ่อน ไม่มีทีท่าว่าจะออกไปเลย
ทุกคนแทบจะหลั่งน้ำตาออกมาแล้ว
ไม่สิ เจ้ามีเพิงที่นั่งของตัวเองไม่นั่ง วิ่งมาเบียดอะไรกับพวกเรา
เจ้ามาเตือนคน เตือนครู่เดียวก็พอแล้ว จำเป็นต้องทำพวกข้าอกสั่นขวัญแขวนกันทั้งคืนรึ
……
อีกด้านหนึ่ง ลู่หมู่ช่วยหลิวฮูหยินคัดลอกรายการของขวัญชุดแรกเสร็จ ก็กลับห้องส่วนตัวมาดื่มน้ำขิง
ไม่เห็นเมิ่งเชียนเชียน ลู่หมู่ไปถามฮูหยินน้อยหลิว
ฮูหยินน้อยหลิวบอกทาง “เพิงที่นั่งหลังนั้นแขกพาเด็กมาด้วย แต่ไม่มีแม่นมมาด้วย ข้าปลอบไม่อยู่ เมิ่งเชียนเชียนจึงไปช่วย”
หย่งอันโหวรู้ว่าผู้บัญชาการใหญ่ชอบความสงบ เพื่อมิให้มีคนไปรบกวน จึงจงใจเปิดเผยตัวตนของลู่หยวน
ทว่าฮูหยินน้อยหลิวไม่รู้จักลู่หยวน รู้แต่เพียงว่าเป็นแขกสำคัญมากท่านหนึ่ง
ลู่หมู่เดินไปทันที
ชิงซวงเห็นว่าเป็นลู่หมู่ จึงประสานมือคำนับให้ เลิกม่านขึ้นให้ลู่หมู่
ลู่หมู่ไม่รู้จักชิงซวง ทว่าอีกฝ่ายเหมือนจะรู้จักตน ลู่หมู่ไม่คิดมาก สาวเท้าเข้าไปในเพิงที่นั่ง
ที่นี่อบอุ่นกว่าเพิงที่นั่งอื่นมาก ถ่านก็ไร้ควัน เมิ่งเชียนเชียนอุ้มเป่าซูที่หลับอุตุไว้ กายหนุนหมอนอิงหนานุ่ม หลับฝันหวานยิ่ง
ลู่หมู่ลูบหน้าผากเมิ่งเชียนเชียน ไม่ร้อน ก่อนจะลูบหลังของแม่หนูน้อย ไม่มีเหงื่อ
เมื่อครู่นี้ตอนที่ได้ยินว่าผู้บัญชาการใหญ่มาถึง นางก็กำลังคิดว่าเป่าซูจะมาด้วยหรือไม่
ลู่หมู่ไม่ได้ปลุกเมิ่งเชียนเชียน นางออกมาด้านนอก ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงถามชิงซวงว่า “ขอถามแม่นางหน่อย นี่คือเพิงที่นั่งของผู้ใดหรือ”
ชิงซวงเอ่ย “ของคุณหนูเป่าซู ฮูหยินวางใจได้ คืนนี้ที่นี่มีเพียงฮูหยินน้อยลู่กับคุณหนูเป่าซูเท่านั้น”
ลู่หมู่อย่างไรก็ไม่วางใจ จึงให้อวี้เหลียนไปตามแม่บ้านวั่นมา
อย่างไรเสียชิงซวงก็เคยไปกินแตง[3]ที่ตระกูลลู่มา รู้ว่าแม่บ้านวั่นเป็นคนรับใช้ที่จงรักภักดี จึงให้แม่บ้านวั่นเข้ามา
ลู่หมู่กำลังจะไปตรวจนับของที่ห้องบัญชีต่อ (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
เดินมาถึงกลางทาง ฮูหยินรองก็ขวางนางไว้ ก่อนพูดจาเหน็บแนมว่า “โอ๊ะ พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านวุ่นงานเสียจนเท้าไม่ติดพื้นแล้ว เหตุใดไม่เห็นเชียนเชียนเลยเล่า นางคงมิได้ไปแอบอู้ที่ไหนหรอกกระมัง พี่ใหญ่ให้นางมาทำงานนะ มิได้ให้นางมาแอบอู้!”
ลู่หมู่เอ่ยเสียงเย็นว่า “พี่ใหญ่ของเจ้าให้เจ้ามาไว้อาลัย มิได้ให้เจ้ามาจับผิดคนในบ้าน เจ้ามีเวลาเพียงนี้ ไม่สู้ไปดูแลลูกสาวตัวเองเสียบ้าง จะได้ไม่ก่อเรื่องก่อราวให้วุ่นวายเหมือนอย่างคราวไปวัดคราก่อน!”
“ท่าน”
พี่สะใภ้ใหญ่ผู้นี้ไม่เกรงใจนางมากขึ้นทุกทีแล้ว!
ฮูหยินรองสู้ไม่ได้ แต่ที่พี่สะใภ้ใหญ่พูดมาก็ไม่ผิด นางไม่เห็นหลิงหลงมาสักพักใหญ่แล้ว “เด็กคนนี้นี่ หายหัวไปไหนอีกแล้ว”
ลู่หลิงหลงไปหาสหายของตนแล้ว ทว่าคุณหนูทั้งหลายได้ยินว่านางเคยถูกจับเข้าจวนผู้บัญชาการประจำนครหลวง จึงไม่กล้าสนิทสนมกับนางมากนัก นางหาเรื่องให้ตัวเองลำบากใจ จึงจากไปอย่างโมโห
นางรู้สึกว่าเป็นเพราะเมิ่งเชียนเชียนทำให้นางต้องเป็นเช่นนี้ จึงไปหาเมิ่งเชียนเชียนเพื่อระบายโทสะ หาจนทั่วแล้วก็ยังไม่เจอ อยากกลับไปหาอะไรกินที่ห้องส่วนตัว
เหล่าฮูหยินฝืนไม่ไหว จึงพักผ่อนไปแล้ว
แม่บ้านอู๋กำลังเฝ้านางอยู่ในห้อง
“แม่บ้านอู๋ มีอะไรให้กินบ้าง ข้าหิว”
แม่บ้านอู๋กำลังงีบหลับ ได้ยินคำก็ลนลานลุกขึ้นมา ขวดใบหนึ่งร่วงลงพื้น บังเอิญกลิ้งไปยังแทบเท้าลู่หลิงหลงพอดี
ลู่หลิงหลงเก็บขวดใบนั้นขึ้นมา แล้วเปิดออกเพื่อดมดู “ข้างในใส่อะไรเอาไว้ กินได้หรือไม่”
“ไอ้หยาบรรพบุรุษน้อยของข้า กินมิได้เจ้าค่ะ กินมิได้!”
แม่บ้านอู๋ลนลานแย่งขวดคืนมา
“ดมกลิ่นดูหวานๆ นะ”
ลู่หลิงหลงอยากกิน
แม่บ้านอู๋จะบอกนางมิได้ว่าในขวดนี้เป็นยากระตุ้นให้ตั้งครรภ์ ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพ
นางเอ่ยเจื่อนๆ ว่า “บ่าวเป็นร้อนในเจ้าค่ะ นี่เป็นยาระบาย คุณหนูใหญ่กินแล้วเดี๋ยวจะท้องเสียเอา”
“ยาระบาย?”
ลู่หลิงหลงแววตาเป็นประกาย
นางกำลังกลุ้มใจอยู่พอดีเพราะคิดวิธีจัดการเมิ่งเชียนเชียนไม่ออก อีกเดี๋ยวนางจะวางยานางนั่น ให้นางนั่นเรี่ยราดท่ามกลางธารกำนัลมากมาย ดูซิว่าภายหน้ามันจะยังกล้าวางอำนาจใส่ตนอีกหรือไม่!
ลู่หลิงหลงอาศัยจังหวะที่แม่บ้านอู๋งีบหลับ แอบขโมยยาไป
นางรู้ว่าเมิ่งเชียนเชียนชื่นชอบขนมกุ้ยฮวา เพราะเหล่าไท่จวินไปวัดคราใดขากลับมาล้วนซื้อกลับมาให้เมิ่งเชียนเชียนสองกล่องเสมอ
นางไปยกขนมกุ้ยฮวามาจากห้องครัวหนึ่งจาน แล้วบดยาเม็ดให้ละเอียด ก่อนโรยลงบนขนมให้ทั่ว
นางกระหยิ่มยิ้มย่อง “นางคนแซ่เมิ่ง ดูซิว่าอีกเดี๋ยวเจ้าจะเรี่ยราดอย่างไร!”
ลู่หลิงหลงยกขนมกลับมาที่ห้องส่วนตัว เรียกสาวใช้ของบ้านรองมาสองคน ให้พวกนางไปตามเมิ่งเชียนเชียนมา “ไปหาพี่สะใภ้ใหญ่ ตามนางกลับมากินขนมกุ้ยฮวา!”
“เจ้าค่ะ!”
สาวใช้ทั้งสองรีบไปทันที
ลู่หลิงหลงทอดมองขนมตรงหน้า รอไปรอมาก็หมอบหลับบนโต๊ะ
ฮูหยินรองเข้ามาในห้องพร้อมกับเหงื่อท่วมหน้า เอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “แม่ตามหาเจ้าทั้งคืน ที่แท้เจ้าก็มาอยู่ที่นี่!”
นางหอบหายใจแรงนั่งลง เห็นขนมกุ้ยฮวาบนโต๊ะ พลันท้องไส้เกิดหิวขึ้นมา
“ขนมกุ้ยฮวานี่หอมยิ่งนัก”
ฮูหยินรองชิมคำหนึ่ง “พ่อครัวจวนตระกูลหลิวเชิญมาจากที่ไหน ทำขนมกุ้ยฮวาอร่อยเพียงนี้เชียวหรือนี่”
เสียงกลองเสียงฆ้องจากโถงทำพิธีดังสะเทือนเลื่อนลั่น ปลุกเหล่าฮูหยินให้ตื่น
พอลืมตาขึ้น ก็เห็นฮูหยินรองนั่งกินอาหารอยู่คนเดียวภายในห้อง
เหล่าฮูหยินเมื่อตอนเย็นกินน้อย หากหลับไปแล้วก็ยังพอทำเนา ทว่าคืนนี้วุ่นมาเกือบค่อนราตรีแล้ว นางหิวโซยิ่งนัก ซ้ำยังมาเห็นฮูหยินรองกินท่าทางเอร็ดอร่อยเพียงนี้ หน้าจึงพลันทะมึนขึ้นมา “มาแล้วก็ไม่ทักทายสักคำ”
“ท่านแม่ ท่านแม่! ท่านตื่นแล้วหรือเจ้าคะ”
ฮูหยินรองรีบเช็ดปาก เข้าไปนั่งปรนนิบัติเหล่าฮูหยิน “ท่านหิวหรือไม่ มีขนมอยู่บนโต๊ะ ท่านรองท้องไปก่อน”
“อืม”
เหล่าฮูหยินกินอีกสามชิ้นที่เหลือไป
[1] ยามไฮ่ 21.00-23.00 น.
[2] จวี่เหริน ผู้ผ่านการสอบรับราชการระดับชนบท
[3] กินแตง ภาษาอินเตอร์เน็ต แปลว่า สอดรู้เรื่องชาวบ้าน