เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 107 คำสาปของเทพเจ้า (1)
บทที่ 107 คำสาปของเทพเจ้า (1)
นอกหน้าต่าง ฟ้าแลบฉายลำแสงพราวพร่างจนภายในห้องส่องสว่าง เสียงฟ้าร้องดังขึ้น ราวกับสัตว์ร้ายกำลังขู่คำรามทั่วทุกทิศทาง
โคมไฟสลัวกะพริบไหวภายในห้องเดี๋ยวมืดเดี๋ยวสว่าง จนต้องมอดดับลงเพราะว่าพลังงานไฟฟ้าไม่พอ เหมือนกับคนชราที่เป็นไม้ใกล้ฝั่ง
“ปู่คะ ด้านนอกฝนตกฟ้าร้อง ปู่ไปยืนข้างหน้าต่างทำไม?” ซูม่านม่านซึ่งยกยาต้มเปิดประตูเข้ามาก็เห็นตัวปู่ครึ่งหนึ่งถูกเม็ดฝนที่ลมพัดเข้ามาจนเปียก
เธอเดินไปดึงตัวเขาออกมา ปัดไล่หยดน้ำบนเสื้อของเขา มุ่ยปากอย่างไม่พอใจแล้วพูดว่า “ชุดเปียกหมดเลย เป็นหวัดขึ้นมาจะทำยังไง? รีบเปลี่ยนชุดเถอะค่ะ”
เมื่อจัดการเรื่องคนเรียบร้อยแล้ว เธอจึงได้เดินไปปิดหน้าต่าง
ตอนที่ปิดหน้าต่าง ซูม่านม่านกวาดตามองฝนที่เทกระหน่ำลงมาด้านนอก ตอนนั้นเองที่ดวงตาของเฝ่ยไป๋ลู่ฉายแวบขึ้นมาในใจ จึงอดที่จะพึมพำไม่ได้ว่า “ที่นี่ฝนไม่ตกมาสองเดือนแล้ว คุณโชคไม่ดีมาเจอเข้ากับวันฝนตกฟ้าร้อง หวังว่าคุณจะโชคดีบ้างนะ…”
“ม่านม่าน…” ปู่ซูร้องเรียก
“หืม?” ซูม่านม่านกำลังต่อสู้อย่างหนักกับหน้าต่างที่เก่าคร่ำคร่าจนใช้งานยาก พอได้ยินปู่ตะโกนเรียก จึงหันกลับไปมอง “มีอะไรเหรอคะปู่?”
ดวงตาที่ชุ่มชื้นและใสสะอาดสว่างกว่าโคมไฟ
ปู่ซูยิ้ม “ไม่มีอะไร แค่ยาต้มขมนิดหน่อย…”
“ปู่เหมือนเด็กจริง ๆ เลย” ซูม่านม่านแสดงสีหน้าทั้งจนใจทั้งขบขัน เธอไม่รู้จะทำยังไงดี หลังจากปิดหน้าต่างเลยพูดว่า “ได้ค่ะ หนูจะหยิบเม็ดชะเอมเทศมาให้นะคะ”
เมื่อเห็นหลานสาวของเขาออกไปอย่างรวดเร็วแล้ว รอยยิ้มบนหน้าของปู่ซูก็จางหายไป
เขาเปิดหน้าต่างอีกครั้ง เมื่อมองเมฆทึบบนท้องฟ้าที่อยู่ไกลออกไป สีหน้าและแววตาของเขามิอาจคาดเดาได้ สีหน้าบนใบหน้าที่ซ่อนอยู่ในความมืดครึ่งหนึ่งนั้นมองเห็นไม่ชัดเจน
ณ สถานที่รกร้างซึ่งมีฟ้าร้องและฟ้าผ่า
ครืน!!!
ท้องฟ้าเหมือนถูกทุบจนเป็นรู พายุฝนฟ้าคะนองยังคงดำเนินต่อไป
เหมียวจื่ออั๋งตะลึงจนตาค้าง ขณะมองตามสายฟ้าที่เป็นคาถาของเฝ่ยไป๋ลู่ผ่าใส่ตัวแมลงซากศพจำนวนนับไม่ถ้วน
สายฟ้าฟาดเดินทางผ่านปราณสวรรค์และโลก ไปถึงจุดสูงสุดของพลังหยาง จนสามารถพิชิตสิ่งชั่วร้ายทั้งโลกได้
“หึ่ง ๆๆ!!!”
“จี๊ด ๆๆ!!!”
แมลงซากศพกรีดร้องโหยหวน ถึงแม้พวกมันจะละโมบโลภมาก แต่ความโหยหาที่จะมีชีวิตอยู่นั้นย่อมฝังแน่นอยู่ในสันดาน
เมื่อเห็นว่าไม่สามารถเอาชนะพลังสายฟ้าฟาดที่เฝ่ยไป๋ลู่เรียกมาได้ จึงพากันมุดเข้าไปในดินอย่างสุดชีวิต
และมีแมลงซากศพจำนวนมากถูกโจมตีอย่างไร้ความปรานี จนกลายเป็นก้อนขี้เถ้าหรือถูกเผาจนว่างเปล่า
ทันใดนั้น แมลงซากศพที่มีอยู่กลาดเกลื่อนก็หายไป
เมื่อไม่ต้องกังวลเรื่องการเอาชีวิตรอดแล้ว ในที่สุดเหมียวจื่ออั๋งก็ผ่อนคลาย
สายตาของเขามองไปทางเฝ่ยไป๋ลู่อย่างเหลือเชื่อ
“กระบวนท่านี้ของคุณเยี่ยมไปเลย! ที่ฉันรู้มีอยู่ไม่กี่คนที่สามารถอัญเชิญสายฟ้าได้ คุณปิดบังความแข็งแกร่งที่แท้จริงมาตลอดเลยใช่ไหม?”
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่ได้อ่อนแอ ซ้ำยังแข็งแกร่งกว่าคนธรรมดาไม่น้อย
อายุยังน้อยก็สามารถใช้วิชาที่ร้ายกาจเช่นนี้ได้แล้ว นี่มันปีศาจชัด ๆ!
เขากล้ารับประกันเลยว่า ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ จะต้องประเมินความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเฝ่ยไป๋ลู่ต่ำไป
ถ้าเรื่องนี้แพร่กระจายออกไป ผู้คนจำนวนมากจะต้องตกใจแน่
นี่มันคือข่าวด่วนประเด็นร้อน!
เมฆดำสลาย ดวงจันทร์ปรากฏขึ้นอีกครั้ง หมอกในที่รกร้างหายไปอย่างไร้ร่องรอย สิ่งที่พลุ่งพล่านอยู่ในความมืดซ่อนตัวลึกยิ่งขึ้น
แสงจันทร์สีขาวสุกสกาวสาดส่องลงมาบนใบหน้าเฝ่ยไป๋ลู่
เธอลดสายตาลงมองเหมียวจื่ออั๋ง ดวงตาสีดำขลับไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ “แล้วยังไง?”
ภายใต้ดวงตาคู่นี้ไม่อาจเก็บซ่อนความลับใดไว้ได้
หัวใจของเหมียวจื่ออั๋งหดตัวไม่กล้ามองตรงไปที่เฝ่ยไป๋ลู่
ความคิดอันยุ่งเหยิงพลันมลายหายไป
“เหอะ ๆ ไม่มีอะไร ๆ ฉันจะปิดปากให้สนิท จะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปแน่นอน!” ชายหนุ่มในตอนนี้ฝืนยิ้มสุด ๆ
ถ้าเขามีหาง ตอนนี้เขาต้องเอาหางมาซุกไว้ที่หว่างขาแน่
เฝ่ยไป๋ลู่ส่งเสียงอืมและไม่พูดอะไรอีก สีหน้ายังคงเฉยชา
ส่วนเหมียวจื่ออั๋งถอนใจโล่งอก
การแข่งขันยังไม่จบ ภารกิจก็ยังไม่เสร็จสิ้น เขายังคิดที่จะกอดต้นขาหัวหน้าเพื่อเอาคะแนนอยู่นะ แต่ว่าจะต้องไม่ทำให้เฝ่ยไป๋ลู่ขุ่นเคือง
ฝนฟ้าคะนองผ่านไป ดินดำที่อุดมสมบูรณ์เปลี่ยนเป็นชุ่มชื้น
เนื้อและเลือดบนฝ่ามือที่ถูกตัดขาดนั้นถูกแมลงซากศพกินจนเกลี้ยง เหลือเพียงกระดูกที่มีกระดูกข้อต่อชัดเจนซึ่งจมลงไปในดินครึ่งหนึ่ง
เหมียวจื่ออั๋งหยิบท่อนไม้ขึ้นมาใช้เป็นพลั่วและเริ่มขุดดิน
“นายกำลังทำอะไร?” เฝ่ยไป๋ลู่งุนงง
เหมียวจื่ออั๋งทำโครงการใหญ่ของเขาไปพลาง หันมาตอบพลาง “ฝ่ามือนี่กับกระดูกที่ฉันเหยียบอาจเป็นของคนคนเดียวกัน ฉันจะลองดูว่าขุดกระดูกขึ้นมาได้ไหม ถ้าหาซากกระดูกของเธอมารวมกันได้ ก็จะฝังเธอให้ดี ๆ จากนี้จะได้ไม่โผล่มาให้ทุกคนตกใจกลัว”
เฝ่ยไป๋ลู่เลิกคิ้วแล้วมองเหมียวจื่ออั๋งด้วยมุมมองที่ต่างไปจากเดิม
คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะมีหัวใจบริสุทธิ์เช่นนี้
แต่ว่า…
“นายหยุดขุดเถอะ ใต้ดินดำมีแต่กระดูก ถ้าเอามารวมเป็นร่างทีละชิ้น ไม่รู้ว่าจะเสร็จวันไหน”
พลันเกิดเสียงดัง ‘แกร๊ก’ เมื่อท่อนไม้ถูกแรงหักออก เหมียวจื่ออั๋งตัวแข็งทื่อ สีหน้าแววตานั้นลังเลและสงสัย นี่มันเรื่องจริงหรือนี่?
พื้นที่รกร้างว่างเปล่านี่คงไม่ใช่สุสานหรอกใช่ไหม?
เฝ่ยไป๋ลู่แตะดินจำนวนหนึ่ง ดินดำอุดมสมบูรณ์จนเหมือนกับบีบน้ำมันและน้ำออกมาได้ในครั้งเดียว
เธอเลียนิ้ว จนเหลือรอยสีแดงจาง ๆ บนปลายนิ้วสีขาว
“นี่มัน…เลือดเหรอ?” เหมียวจื่ออั๋งกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
เฝ่ยไป๋ลู่พยักหน้า
ดินชนิดนี้อาจอธิบายได้ว่าแดงจนดำ
นี่คือดินที่ถูกรดด้วยเลือดสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วน
เหมียวจื่ออั๋งช็อกอีกครั้ง “ที่นี่มีคนตายกี่คนกันแน่ ถึงเพาะเลี้ยงดินดำแบบนี้ได้?”
เฝ่ยไป๋ลู่ “แมลงซากศพมีเท่าไหร่ ก็มีคนตายเท่านั้น”
เมื่อคิดถึงแมลงซากศพที่หนาแน่น เหมียวจื่ออั๋งก็หนาวสั่น
“วิธีการของปู่หลานคู่นั้นโหดเหี้ยมมาก!” เขาโกรธจนยั้งอารมณ์ไม่อยู่ “ส่งพวกเรามาที่นี่เพราะคิดจะให้พวกเราเป็นอาหารแมลงซากศพใช่ไหม? พวกเขาทำแบบนี้เพราะกำลังเลี้ยงสิ่งชั่วร้ายไว้สินะ?”
เฝ่ยไป๋ลู่กลับคิดต่างออกไป
“ถ้าพวกเขาต้องการจับเราเป็นอาหารแมลงซากศพ ก็คงไม่พยายามเปลี่ยนชุดไว้ทุกข์ให้พวกเรา แล้วก่อนจะจากไปคงไม่เตือนพวกเราด้วย”
“ฉันกลับคิดว่าพวกเขากำลังช่วยชีวิตพวกเรา คนที่ตายอยู่ที่นี่ทั้งหมดคือคนที่ ‘กำจัดความมืด’ ไม่สำเร็จ”
“กำจัดความมืด? กำจัดความมืดอะไรล่ะ!” เหมียวจื่ออั๋งมึนงงและสับสนกับคำพูดของเธอ
เฝ่ยไป๋ลู่เลียนแบบน้ำเสียงของซูม่านม่านแล้วเอ่ยว่า “คนที่บุกรุกเข้าไปในหมู่บ้านจะถูกเทพเจ้าสาปทุกคน”
เหมียวจื่ออั๋งตัวสั่น เทพเจ้าเหรอ?
“ฆ่าคนมากขนาดนี้ ต้องเป็นเทพเจ้าที่ชั่วร้ายแน่!”
“เป็นคำสาปของเทพเจ้า หรือความชั่วร้ายของมนุษย์ จะรู้ได้ก็ต่อเมื่อเข้าไปในหมู่บ้านเท่านั้น” เฝ่ยไป๋ลู่มองไปยังทิศทางที่ซูม่านม่านจากไป
มุมปากของเธอยกขึ้นเป็นเส้นโค้ง สีหน้าสงบ