เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 139 เสี่ยวเถาเถา
หลี่เซียวเดินออกจากห้องประชุมโดยมีรอยคล้ำขนาดใหญ่ที่ใต้ตาของเขา
เบื้องหลังเขา กลุ่มผู้บริหารที่ตัวสั่นเทาต่างแยกไปจัดการงานต่าง ๆ แม้เป็นการเตรียมการประชุมที่มาคุไม่น้อย แต่ก็ยังคงเป็นระบบระเบียบ
เมื่อหลี่เซียวกลับมาที่ออฟฟิศ เนื่องจากยังเช้าอยู่จึงไม่มีเลขาคนใดมาทำงาน แต่ตอนนี้ลำคอเขาแห้งผากหลังจากหารือกันเกือบตลอดการประชุม และไม่มีใครชงชามาให้ดื่ม
เขาวิ่งไปที่ห้องน้ำชา เพื่อชงกาแฟดื่ม ให้ตัวเองสดชื่น ขณะที่ดื่ม เขาก็พึมพำว่า “บริษัทศัตรูจงใจส่งเฝ่ยไป๋ลู่มหรือเปล่านะ? ทำไมเธอถึงสร้างปัญหาตลอด จนฉันรู้สึกเหมือนชีวิตกำลังจะสั้นลงหลายครั้งแล้ว”
ครั้งก่อนก็เรื่องนักพรตฉีเหมิน ตอนนั้นได้เปิดเผยช่องโหว่ในการกำกับดูแลของโต้วโซ่ว มาคราวนี้เนื้อหาไลฟ์สดของ ‘อีอีที่รัก’ ก็ยังเปิดโปงปัญหาในการควบคุมเนื้อหาของโต้วโซ่วอีก และคะแนนการประเมินของชาวเน็ตต่อแอปโต้วโซ่วก็เริ่มต่ำลง
และทุกครั้งที่มีเรื่องเกิดขึ้น คุณชายเวินจะสอบสวนเรื่องราวด้วยตัวเอง
“งั้นเหรอ?” จู่ ๆก็มีเสียงที่เย็นชาก็ดังขึ้น
“พรวด!” กาแฟในปากของหลี่เซียวพุ่งออกมาทันที เขาไม่มีวันลืมเสียงที่คุ้นเคยนี้!
เพราะนี่คือเจ้านายที่จ่ายค่าจ้างให้เขา!
หลี่เซียวมองไปที่คนใหญ่คนโตในสำนักงานอย่างตกตะลึง “คุณชายสาม ทำไมถึงมาที่นี่ล่ะครับ?”
เบื้องหน้าหน้าต่างสูงจรดเพดาน มือของคุณชายสามวางอยู่บนรถเข็น คางเขาเชิดขึ้นเล็กน้อย จ้องมองหลี่เซียวเงียบ ๆ รอบกายแผ่กลิ่นอายของตัวตนสูงสุดที่ทำให้ผู้ไม่กล้าจะมองใกล้ ๆ
“คุณชาย คุณมาที่นี่เพราะเฝ่ยไป๋ลู่เหรอครับ?” หลี่เซียวลอบกลืนน้ำลาย ขณะถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“เปล่า” เวินสือเหนียนประหลาดใจเล็กน้อย “ไหนขอฉันดูหน่อย”
หลี่เซียวแทบจะคุกเข่าลง
นี่หมายความว่าคุณเวินตั้งใจจะจัดการเอง!
เวินสือเหนียนมีสุขภาพย่ำแย่ แต่เขาก็มีความมั่งคั่งที่น่าอัศจรรย์ เขามีทั้งชื่อเสียง โชคลาภ อำนาจ ของนับสิบล้านอย่างล้วนเคยผ่านมือเขา ทรัพย์สินมากมายอยู่ภายใต้ชื่อเขา และบริษัทโต้วโซ่วก็เป็นแค่หนึ่งในนั้น
แม้โต้วโซ่วจะมีรายได้หลายสิบล้านต่อวันและทำกำไรได้ไม่น้อย แต่นั่นก็ยังไม่สำคัญพอให้เขาลงมือจัดการเอง
แต่เพียงเฝ่ยไป๋ลู่ต้องใช้แพลตฟอร์มนี้หากิน เขาจึงต้องใส่ใจกับแพลตฟอร์มนี้มากขึ้น เวินสือเหนียนมองออกไปนอกอาคารสูง ลูบลูกประคำบนข้อมืออย่างเหม่อลอย ดวงตาสีเข้มของเขาเต็มไปด้วยความครุ่นคิด
……
ตอนเฝ่ยไป๋ลู่ตื่นขึ้นมา เธอก็ได้รู้จากข่าวด่วนว่าทั้งสามคนในทีมงานของเผิงอีอีถูกควบคุมตัวไปแล้ว ในขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะดำเนินการเรื่องหลุมศพของผู้พลีชีพซึ่งถูกฝังในหมู่บ้านถงด้วย พวกเขาจะกลายเป็นคบเพลิงแห่งจิตวิญญาณ ที่ไม่มีวันดับมอด
เฝ่ยไป๋ลู่เปิดแอปพลิเคชันโต้วโซ่ว ทันทีก็มีประกาศสองรายการปรากฏขึ้น
การประกาศแรก คือการกำหนดระดับการลงโทษที่แตกต่างกันในบัญชีผู้ใช้ที่เกี่ยวข้อง เช่น ‘อีอีที่รัก’ และ ‘ท่านมังกรผู้ยิ่งใหญ่เสวี่ยซาน’
[บัญชีถูกแบนถาวร! ช่างสุขใจเหลือเกิน!]
[แสงแห่งความชอบธรรมมาเยือนโลกใบนี้แล้ว!]
ตอนนี้โต้วโซ่วได้ประกาศการตรวจสอบเนื้อหาของแพลตฟอร์มอย่างครอบคลุม เพื่อแก้ไขความวุ่นวายของการถ่ายทอดสดออนไลน์ต่อไป
ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาโต้วโซ่วได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และเกือบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตของประชาชน
จำนวนแฟนคลับของเฝ่ยไป๋ลู่เพิ่มขึ้นจนเกินเก้าล้านคนแล้ว ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และคาดว่าอีกไม่นานก็จะถึงสิบล้านคน
ยามนี้พลังวิญญาณที่หมดไปของเธอได้ถูกเติมเต็มภายในชั่วข้ามคืน
เฝ่ยไป๋ลู่ทำงานอย่างหนัก เมื่อทำอาหารเช้าเสร็จแล้ว เธอก็เริ่มไลฟ์สดอีกครั้ง
[ไป๋ลู่ เธอทุ่มเทให้กับการไลฟ์สดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!]
[ไป๋ลู่ ฉันเป็นนักข่าว และได้ส่งข้อความส่วนตัวถึงคุณ รบกวนเปิดดูด้วยนะคะ]
[อาจารย์ ฉันต้องทำยังไงถึงจะให้คุณดูดวงให้ได้?]
[ฉันเป็นนักเรียนและยังไม่มีเงิน ดูดวงให้ฉันฟรีได้ไหม?]
[ฉันเป็นเด็กกำพร้า…]
[รับลูกศิษย์ไหม? ฉันอยากเรียนด้วย ฉันฉลาดนะ และมีความกตัญญูมาก ส่วนค่าใช้จ่ายก็แบ่งให้คุณเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ดีไหม?]
ตอนนี้การไลฟ์สดของเฝ่ยไป๋ลู่ได้รับความนิยม และมีผู้คนเข้าถึงเพิ่มมากขึ้น
เฝ่ยไป๋ลู่เมินความคิดเห็นเหล่านี้ เธอนั่งขัดสมาธิ ก่อนพูดขึ้นว่า “‘เสี่ยวเถาเถา’ ผู้ได้รับเลือกในวันนี้โปรดมาเชื่อมต่อกับฉันทีค่ะ”
[ชื่อเสี่ยวเถาเถา ฟังดูเหมือนชื่อเด็กผู้หญิงเลย ฉันหวังว่าเธอจะเป็นน้องสาวตัวน้อยที่น่ารัก ไม่ใช่ผู้หญิงแบบอีอีนะ]
และทันทีที่หน้าจอสว่างขึ้น ผู้ชายที่ชื่อเสี่ยวเถาเถาก็เอ่ยทักทายด้วยสำเนียงตะวันออกเฉียงเหนือว่า “สวัสดีทุกคน!”
[จะหัวเราะหรือร้องไห้ดีเนี่ย ทำไมผู้ชายแก่ ๆ ถึงมีชื่อที่นุ่มนวลแบบนี้กัน?]
“แฟนฉันตั้งให้น่ะ” เสี่ยวเถาเถาดูไม่เขินเลยสักนิด
ราวกับว่าเห็นอะไรบางอย่าง เสี่ยวเถาเถาจึงโน้มตัวไปข้างหน้า และเมื่อนั่งตัวตรงอีกครั้ง ก็มีแมวดำตัวใหญ่อยู่ในอ้อมแขน
ตัวแมวมีสีดำสนิท และขนเป็นมันเงา
มันเคลื่อนไหวอย่างกระสับกระส่ายเล็กน้อย
“เมื่อวานฉันดูไลฟ์สดของไป๋ลู่ คุณสุดยอดมาก ขอบคุณที่มานะ” เสี่ยวเถาเถามองเฝ่ยไป๋ลู่อย่างซาบซึ้ง เขาอุ้มแมวไว้หน้ากล้องแล้วพูดว่า “แมวน้อย~ ขอบคุณพี่ไป๋ลู่เร็ว~”
เขายกอุ้งเท้าหน้าของแมวอ้วนขึ้นมา แล้วโบกมือให้กล้อง
ทว่าแมวดำดูสิ้นหวังมาก “เมี้ยว เมี้ยว…”
“คุณได้ยินไหม ไป๋ลู่ มันกำลังทักทายคุณ!” เสี่ยวเถาเถาหัวเราะอย่างตื่นเต้น เขาจับแมวมาเกาคาง ส่งเสียงอย่างน่ากลัวด้วยความมันเขี้ยว “ทำไมถึงเก่งขนาดนี้ น่ารักจัง”
เฝ่ยไป๋ลู่เงียบ
ได้ยินสิ มันกำลังด่าเอ็งเต็มสองหูเลย…
แมวดำปิดปากเสี่ยวเถาเถาด้วยอุ้งเท้าข้างเดียว มันข่วนแขนของเขาเบา ๆ จากนั้นก็ร้อง ก่อนกระโดดขึ้นที่สูง พร้อมมองเขาด้วยความเย่อหยิ่ง
“เมี้ยว!” …อะไรกัน เจ้าสัตว์สองขาหน้าด้าน!
เฝ่ยไป๋ลู่ลังเล “คุณแน่ใจเหรอว่านี่คือแมวของคุณ?”
เสี่ยวเถาเถามองตาแมวดำ แล้วคลี่ยิ้มช้า ๆ “มันเป็นแมวของฉัน แต่ดูเหมือนว่ามันจะอารมณ์ไม่ดีเพราะโดนทำหมันน่ะ ก่อนหน้านี้มันทำตัวดีมาก ทุกคนก็รักมัน แต่ตอนนี้นิสัยกลับเปลี่ยนไป…”
เมื่อได้ยินแบบนี้ แมวดำก็อดไม่ได้ที่จะกางกรงเล็บข่วนบันไดแมว พร้อมจ้องเสี่ยวเถาเถาด้วยสายตาเกลียดชัง และสบถด่าออกมา
“เมี้ยง!” เอ็งเป็นเมี้ยวสองขาที่ห่วยแตกที่สุดในโลกเลย!
“เมี้ยว เมี้ยว” …เอ็งตัดไข่ข้าไป เพราะไม่อยากให้ข้าเป็นพ่อเหมียวสินะ ไอ้เฮงซวย!
เจ้าเหมียวกระโดดไปรอบ ๆ พร้อมกับผลักทุกสิ่งลงพื้นและเหยียบย่ำจนกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อย
กระนั้นเสียงของแตกหักก็ไม่อาจกลบเสียงอันโกรธเกรี้ยวของแมวดำได้
เมื่อเสียงอาละวาดเงียบลง “เสี่ยวเถาเถา นี่เป็นแมวของคุณจริง ๆ เหรอ? ทำไมฉันรู้สึกว่ามันกำลังด่าคุณเลยล่ะ?”
ในฐานะทาสแมว เธอบอกได้เลยว่ามันกำลังด่าเขาอยู่!
ดวงตาของเสี่ยวเถาเถาแน่วแน่ “นี่คือแมวของฉัน! ก่อนหน้านั้น ฉันยังสัมผัสไข่ของมันอยู่เลย เพราะงั้นไม่ผิดแน่!”
แต่เฝ่ยไป๋ลู่กลับโพล่งขึ้นว่า “ไม่ใช่ คุณตัดไข่แมวผิดตัวแล้ว”
ณ วัดเต๋าแห่งหนึ่ง จู่ ๆ เสียงหัวเราะดังสนั่นก็ระเบิดออกมาจากห้องเล็ก ๆ
“ฮ่า ๆๆ!”
เขาหัวเราะเสียงดังเหมือนหมูโดนเชือด ในขณะที่กานว่างยกมือขึ้นเคาะประตู
“เจียงชิง ไปเรียนได้แล้ว!”
“ศิษย์พี่ ฉันขอดูไลฟ์นี้ให้จบก่อน!” เจียงชิงปาดน้ำตาจากหางตา ยิ้มจนหน้าเหยเก