เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 159 มีคนสาดสีใส่บ้านเธอ
เฝ่ยไป๋ลู่พักค้างคืนที่บ้านพักตากอากาศของเวินสือเหนียน
ต้องบอกเลยว่าที่พักของคุณชายสามเวินไม่ธรรมดา แม้แต่ห้องรับรองก็ยังสะดวกสบายมากจนแทบยืนตัวหลังไม่ตรง
นี่แหละความสุขที่ซื้อมาด้วยเงินทอง บ้านเช่าราคาถูกของเธอสู้ไม่ได้เลยสักนิด
งูตัวเล็กกลิ้งไปกลิ้งมาบนที่นอน คอยมองเธอตาละห้อย
“ลองดูราคาสิ” เฝ่ยไป๋ลู่ยื่นโทรศัพท์ไปตรงหน้าเจ้างูเล็ก ด้านบนเป็นฟังก์ชันค้นหา โดยคำค้นหาคือชุดเครื่องนอนแบบเดียวกันในเว็บไซต์เถาเป่า
ราคามีเลขศูนย์เจ็ดตัว จำนวนที่ขายออกต่อเดือนเป็นศูนย์ คงไม่ค่อยมีใครซื้อได้หรอก
ในเมื่อราคาแพงหูฉี่แบบนี้ก็ช่างเถอะ งูตัวเล็กยอมเลื้อยออกจากผ้าห่มอย่างไม่เต็มใจ ทำเอาเฝ่ยไป๋ลู่ใจอ่อน
รายได้ที่มาจากการถ่ายทอดสดของเธอเยอะมาก แต่เธอจะหักจากค่าดูดวงครั้งละสามพัน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายพื้นฐานในการดำรงชีวิต
ส่วนรายได้ที่เหลือหลังจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้กับพ่อแม่บุญธรรมแล้ว เธอก็นำไปบริจาคทั้งหมด จนยอดคงเหลือในบัตรไม่เยอะเท่าไหร่
เฝ่ยไป๋ลู่ลอบวางแผนในใจว่าจะขายเครื่องรางสงบสุข “รอให้ได้เงินแล้วฉันจะซื้อให้นะ”
พอเฝ่ยไป๋ลู่รับปาก เจ้างูตัวเล็กถึงกลับมาร่าเริงอีกครั้ง
เฝ่ยไป๋ลู่เดินออกจากห้อง ไม่คิดว่าจะเจอเวินสือเหนียนที่เพิ่งออกจากบ้านพอดี เธอทิ้งเรื่องเมื่อวานไว้ข้างหลัง เลิกคิ้วแล้วพูดกับเขา “อรุณสวัสดิ์ค่ะ”
เวินสือเหนียนพยักหน้า วันนี้เขาหวีผมเรียบ สวมสูท กระดุมทุกเม็ดก็จัดการอย่างเรียบร้อย ลมหายใจเย็นยะเยือกรดริน
ณ ชั้นล่าง เจี่ยนต๋าเช่าเตรียมอาหารเช้าไว้ให้พร้อมสรรพ
ฝนด้านนอกหยุดแล้ว เฝ่ยไป๋ลู่จึงไม่อยากรบกวนเวินสือเหนียนอีก แต่เจี่ยนต๋าเช่าอาศัยทักษะ พูดจาหว่านล้อม จนหญิงสาวต้องยอมอยู่กินอาหารเช้าให้เสร็จก่อนแล้วค่อยไป
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ เฝ่ยไป๋ลู่เช็ดปาก ลุกขึ้นแล้วกล่าวขอบคุณเวินสือเหนียน “อาหารเช้าอร่อยมาก ไว้มีโอกาสฉันจะเลี้ยงตอบแทน แล้วก็ขอบคุณที่ให้ฉันพักค้างคืนนะคะ ขอตัวก่อน”
เวินสือเหนียนวางแก้วนมที่ดื่มไปไม่กี่อึกลง สีหน้าเรียบเฉย ริมฝีปากบางเผยอตอบ “ครับ”
เฝ่ยไป๋ลู่เดินไปที่ประตู ครั้นได้ยินเสียงฝีเท้าเดินห่างออกไปเรื่อย ๆ เวินสือเหนียนหันมองอาหารที่เต็มโต๊ะพลันก็รู้สึกไม่อยากอาหาร
เจี่ยนต๋าเช่าเห็นเฝ่ยไป๋ลู่เดินออกจากบ้านไป ก็รู้สึกขึ้นมาทันทีว่าบ้านหลังนี้ช่างว่างเปล่าและหนาวเหน็บนัก
ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็เป็นแบบนี้ แต่กลับไม่เคยรู้สึกเช่นนี้เลย
แต่พอเฝ่ยไป๋ลู่มาแล้วจากไป ความรู้สึกเงียบเหงาก็เข้ามาแทนที่ในทันที
“คุณชายสามเวิน” เจี่ยนต๋าเช่ากระซิบ “ได้ยินมาว่าเมื่อวานฝนตกหนักแถมยังฟ้าร้องอีก แม่น้ำซวีจึงเพิ่มระดับสูงขึ้นจนท่วมพื้นที่หลายแห่งและยังเกิดน้ำท่วมขังด้วยครับ”
เวินสือเหนียนหลับตาพร้อมนวดขมับ “เตรียมเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยไว้ ส่งไปให้พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายรุนแรงก่อน จากนั้นให้คนไปตรวจสอบด้วยว่าเงินบรรเทาทุกข์ถึงมือผู้ประสบภัยจริงไหม”
เจี่ยนต๋าเช่าอึกอักพลางมองเวินสือเหนียนด้วยสายตาตำหนิเจือปนความเสียดาย
เฮ้อ! ความตั้งใจจริงของเขาใช่จะพูดเรื่องเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยกับคุณชายสามเวินเสียที่ไหน
วันนี้คุณชายสามเวินผู้ชาญฉลาดเฉลียวหลักแหลมคนนั้นหายไปไหนกัน!
เจี่ยนต๋าเช่าบีบเนื้อต้นขาตัวเองไปหนึ่งที แล้วรวบรวมความกล้า พูดตรง ๆ “คุณชายสาม ถึงตอนนี้ข้างนอกฝนจะหยุดแล้ว แต่ระดับน้ำที่ท่วมยังไม่ลดลง รถโดยสารไม่สัญจร ถนนหนทางก็ไม่รู้จะเป็นยังไง คุณเฝ่ยคงจะกลับบ้านลำบาก…”
เวินสือเหนียนลืมตา ดวงตาพลันเข้มขึ้น
แววตาของเวินสือเหนียนทำให้เจี่ยนต๋าเช่าใจเต้นไม่เป็นจังหวะ กลัวเหลือเกินว่าตัวเองจะตีความความคิดของคุณชายสามผิดพลาดไป
ช่างทำอะไรตามใจตัวเองเหลือเกิน! ไม่ใช่ว่าหลังจากนี้เขาจะถูกคุณชายสามโมโหจนไล่ให้ไปทำงานที่ทางตอนเหนือของประเทศพม่านะ
บนหน้าผากเริ่มมีเหงื่อซึมออกมา เจี่ยนต๋าเช่ากลืนน้ำลายด้วยความลุ้นระทึก แล้วก็ได้ยินเสียงคุณชายสามที่ทั้งไม่เย็นชาทั้งไม่แยแสดังขึ้น “ไปขับรถ”
“ได้ครับ คุณชายสาม!” เจี่ยนต๋าเช่าโล่งอกอย่างมาก เหมือนว่าเขาจะคาดเดาได้ถูก ไม่ต้องไปทำงานที่พม่าแล้ว
เฝ่ยไป๋ลู่เรียกรถแท็กซี่จริง ๆ เธอเปิดโทรศัพท์ดูข่าวสาร แล้วก็พบว่า ระดับน้ำในแม่น้ำซวีสูงขึ้นถึงจุดสูงสุดในรอบหลายปีภายในคืนเดียว
พายุฝนครั้งนี้มาแปลกมาก กรมอุตุนิยมวิทยาตรวจสอบไม่ทัน จนไม่สามารถแจ้งเตือนได้ทันท่วงที ทำให้หลายพื้นที่จมอยู่ใต้น้ำ
ผู้ประกาศข่าวรายงานข่าวตอนเช้า “ทีมข่าวได้ข้อมูลจากสำนักงานทรัพยากรน้ำเมืองเจียงมาว่า ขณะนี้แม่น้ำซวีตอนบนมีฝนตกหนักและน้ำท่วมอีกระลอกแล้ว เนื่องจากฝนตกหนักที่ต้นน้ำ คาดว่าแม่น้ำซวีจะมีระดับน้ำสูงกว่าระดับเตือนภัยอีกครั้งในอีกไม่กี่วันข้างหน้า…”
เฝ่ยไป๋ลู่เงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้า ท้องฟ้าทางทิศเหนือของแม่น้ำซวีมีเมฆดำปกคลุมหนาแน่น ไม่กระจายตัวมานานแล้ว
‘สถานการณ์แย่กว่าที่คิด’ เฝ่ยไป๋ลู่กำลังคิดจะอธิษฐานต่อเทพเจ้า ทว่าตอนนั้นเองที่รถคันหนึ่งแล่นมาจอดตรงหน้าเธอ
เจี่ยนต๋าเช่าโผล่หัวออกมาจากรถ ทักทายเฝ่ยไป๋ลู่ “คุณไป๋ลู่ ถนนแถวนี้น้ำท่วม ถึงจะเดินไม่ลำบากก็จริง แต่แท็กซี่ก็หายาก คุณชายสามเลยสั่งให้ผมไปส่งคุณ”
เจี่ยนต๋าเช่ารู้ดีว่าจะทำให้คุณชายสามประทับใจโดยไม่แสดงออกได้อย่างไร
เฝ่ยไป๋ลู่ถึงกับชะงัก
กระจกหน้าต่างรถซึ่งอยู่ด้านหลังเลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าของเวินสือเหนียน
เขาจ้องมองเฝ่ยไป๋ลู่ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไปทางเดียวกันพอดี ผมกำลังจะไปบริษัท เดี๋ยวไปส่งคุณด้วยเลย”
เจี่ยนต๋าเช่าแทบจะคุกเข่าอ้อนวอนคุณชายสาม!
ทั้งที่ตัวเองอยากไปส่งแท้ ๆ แต่กลับแสร้งทำเป็นไม่เต็มใจ มาอ้างว่าพวกเขาจะไปทางเดียวกันอีก…
แล้วแบบนี้จะสร้างความประทับใจได้ยังไง?
เจี่ยนต๋าเช่าปวดใจ แต่ก็โล่งอกที่เฝ่ยไป๋ลู่ไม่ได้ปฏิเสธตอนได้ยินคำว่าไปทางเดียวกัน และยอมขึ้นมานั่งบนรถ
เมื่อรถจอดตรงหน้าหมู่บ้าน เฝ่ยไป๋ลู่ก็ลงจากรถ ทว่าเพิ่งจะลงมา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ตะโกนเรียกเธอ “เสี่ยวเฝ่ย คุณเพิ่งกลับมาเหรอ บ้านคุณโดนสาดสีแล้ว เขียนป้ายด่าไว้ด้วย รีบกลับไปดูเถอะ!”
เสียงเจ้าหน้าที่คนนั้นดังพอสมควร เวินสือเหนียนที่นั่งอยู่ในรถจึงได้ยินชัด เขาขมวดคิ้วแล้วเปิดประตูรถถาม “เกิดอะไรขึ้น?”
เฝ่ยไป๋ลู่ก็สงสัยเช่นกัน “ฉันก็ไม่รู้”
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมองเวินสือเหนียนผู้นั่งบนรถเข็น แต่กลับมีออร่าที่บ่งบอกว่าเขาต้องไม่ใช่คนธรรมดา
สายตาที่มองเฝ่ยไป๋ลู่เปลี่ยนไปมา จากนั้นก็พูดอย่างลังเล “เสี่ยวเฝ่ย ผมเชื่อว่าคุณไม่ใช่คนแบบนั้น แต่คุณก็ยังต้องอธิบายเรื่องให้ชัดเจน มีอะไรก็ยอมรับผิดและแก้ไข ไม่มีอะไรก็ชี้แจง…”
เฝ่ยไป๋ลู่ฟังแล้วมึนงง
แววตาของเวินสือเหนียนเป็นประกายวาบผ่าน เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เข้าไปดูข้างในก่อนเถอะ”
“ไอ้เวรนั่นมันเป็นใคร ถึงได้กล้าทำเรื่องเลวทรามแบบนี้!”
“เสี่ยวเฝ่ยเป็นคนยังไง พวกเราจะไม่รู้เชียวเหรอ รอให้เธอกลับมาเถอะ ฉันจะให้เธอแจ้งความ เอาตำรวจมาจับพวกมันเข้าคุกให้หมด!”
ทันทีที่เฝ่ยไป๋ลู่ก้าวออกจากลิฟต์ เธอก็เห็นป้าหลี่กำลังด่าทอและระดมคนในครอบครัวมาเช็ดคราบสีแดงฉานที่ดูน่าขนลุกบนผนัง
ถ้อยคำบนผนังมองแล้วคลับคล้ายว่าเป็นการดูถูกเหยียดหยามอย่างคำว่า ‘หญิงแพศยา’ ‘ผู้หญิงหากิน’ ‘ทารุณกรรมสัตว์’ ‘แย่งแฟนชาวบ้าน’ ‘เล่นหนังโป๊’
สีหน้าของเวินสือเหนียนดุดันเสียจนน่ากลัว
แต่เฝ่ยไป๋ลู่ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ กลับเดินเข้าไปถาม “ป้าหลี่ เกิดอะไรขึ้นคะ”
ป้าหลี่เห็นเฝ่ยไป๋ลู่ก็โกรธจัด ตอบด้วยน้ำเสียงเดือดดาล “ไม่รู้ว่าใครใจร้าย คิดเอาคืนตอนที่ฝนตกฟ้าร้องหนักเมื่อคืน แอบมาสาดสีหน้าบ้านเธอ”
“ทั้งยังส่งข้อความที่เขียนด้วยตัวใหญ่ให้ทุกบ้านในละแวกนี้ด้วยนะ เนื้อความในนั้นน่ะ…โอ๊ย พูดไม่ได้ เขียนด่าเธอลับหลังทั้งนั้น!”
เจี่ยนต๋าเช่าเก็บกระดาษที่กระจัดกระจายอยู่ตามทางเดินขึ้นมา อ่านคำสองคำจากในกระดาษพลันรีบเบนสายตา หลีกเลี่ยงคำพูดที่บาดตา
ต่อมาเขาก็ตะโกนถาม “ใช่ซองพวกนี้ไหมครับ”
ป้าหลี่พูดด้วยความตื่นเต้น “ใช่แล้ว พวกนี้แหละ”
“ในนี้มีรหัสสแกนคิวอาร์ผู้ใช้บัญชี” เจี่ยนต๋าเช่าหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาสแกนรหัสแล้วดูบัญชีผู้ใช้ที่ปรากฏขึ้นมาทันที หลังดูวิดีโอไปไม่กี่วินาที เขาก็ขมวดคิ้ว “มีคนใช้ชื่อเล่นว่า ‘ควงเหวินฟู่’ โพสต์วิดีโอหมิ่นประมาทคุณเฝ่ยครับ”
เฝ่ยไป๋ลู่เงียบไปครู่หนึ่ง “ควงเหวินฟู่…ใครกันนะ?”