เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 175 เฝ่ยไป๋ลู่ ช่วงนี้คุณว่างไหม?
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 175 เฝ่ยไป๋ลู่ ช่วงนี้คุณว่างไหม?
ป้าหลี่ส่งข้อความมาอีก [เสี่ยวเฝ่ย ผู้หญิงบ้าคนนี้พูดแต่เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ระวังตัวด้วยนะ ดูท่าทางแล้วหล่อนคงมาเพื่อเงินของเธอแน่]
ปกติเธอป้าหลี่จะอยู่บ้านเลี้ยงลูก เวลาว่างก็ดูไลฟ์สดของเฝ่ยไป๋ลู่จึงรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นสตรีมเมอร์
ชาวเน็ตไร้จิตสำนึกหลายคนหมายปองเงินของเฝ่ยไป๋ลู่ ทั้งวันทั้งคืนก็เอาแต่อ้างว่าตัวเองน่าสงสาร อยากให้เฝ่ยไป๋ลู่เห็นใจ เพราะพอเปิดเข้าไปดูหน้าโฮมเพจของเฝ่ยไป๋ลู่ก็เห็นทั้งโทรศัพท์ยี่ห้อดัง กำไลทองคำ ห้องชุดสามห้องนอนและหนึ่งห้องรับแขก
ครั้นพอคิดถึงผู้หญิงคนเมื่อครู่ป้าหลี่ก็ได้แต่ส่ายหัว เธอเคยเห็นพวกขอทานออนไลน์มาก แต่เพิ่งจะเคยเห็นขอทานมาเคาะประตูถึงหน้าบ้านก็วันนี้
[ขอบคุณป้าหลี่ค่ะ ฉันจะระวัง] เฝ่ยไป๋ลู่ตอบกลับ หลังจากนั้นเธอก็เล่าเรื่องนี้ให้เวินสือเหนียนฟัง
ไม่ว่าจะใช้วิธีใดง้างปากควงเหวินฟู่ เขาก็ไม่ยอมบอกว่าใครเป็นคนบงการอยู่เบื้องหลัง
แต่เวินสือเหนียนสืบพบว่าเฝ่ยมาโอนเงินจำนวนห้าล้านให้กับเฝ่ยชิงรั่ว
เงินห้าล้านนี้เท่ากับจำนวนเงินที่ควงเหวินฟู่ทำข้อตกลงกับผู้บงการไว้
เฝ่ยไป๋ลู่แทบจะมั่นใจว่า เฝ่ยชิงรั่วเป็นคนวางแผนเรื่องแฟนเก่าและจุดกระแสบนโลกออนไลน์ขึ้นมา
น่าเสียดายที่เฝ่ยชิงรั่วเจ้าเล่ห์เหลือเกิน เธอใช้บัญชีผู้ใช้งานเสมือนจริงในการติดต่อ ทำให้ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน
ว่ากันว่าอูฐผอมโซก็ยังตัวใหญ่กว่าม้า*[1] ครอบครัวเฝ่ยร่ำรวยมาสิบกว่าปี เฝ่ยชิงรั่วย่อมสามารถควักเงินห้าล้านมาใส่ร้ายเธอได้ แล้วทำไมคุณแม่เฝ่ยถึงมาหา ‘ตัวเคราะห์ร้าย’ อย่างเธอเพื่อขอเงินด้วย
“สมบัติตระกูลเฝ่ยอยู่ที่เฝ่ยชิงรั่วแน่ ๆ ผู้หญิงคนนี้เลวมาก ยังไงเขาก็เลี้ยงดูเธอมาจนโต เฝ่ยมาตายไปเธอก็โอนย้ายสมบัติทั้งหมดมาไว้กับตัวเอง ไม่สนใจความเป็นความตายของคนในตระกูลเฝ่ยเลย” เฝ่ยไป๋ลู่คิดทบทวนก็พอจะเข้าใจได้
หลังจากเฝ่ยมาตาย คุณแม่เฝ่ยก็รู้จักแต่รูดบัตรใช้เงิน ทั้งยังไร้ประโยชน์และพึ่งพาไม่ได้ เพื่อรักษาสถานะคุณนายผู้มั่งคั่ง ก็พอจะเข้าใจได้ที่หมายตาเงินของเธอ
เฝ่ยอวี้เองก็มีนิสัยหยิ่งยโส ชอบดูถูกคนอื่น โอ้อวดตัวเอง และมักกลอกตาใส่คนอื่น เขาจึงไม่เหมาะจะทำธุรกิจ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการพลิกวิกฤตเพื่อกอบกู้กิจการเลย
ส่วนเฝ่ยเฉิงครั้งนี้เขาฉลาดทีเดียว เจ้าตัวหนีไปต่างประเทศ กระโดดออกจากกองไฟ
แต่เฝ่ยชิงรั่วทำได้เด็ดขาดกว่ามาก เธอกอบโกยทรัพย์สมบัติของตระกูล เฝ่ยมาทั้งหมด และเฝ้ารอดูอยู่ห่าง ๆ
สมควรแล้วที่พวกเขาเป็นครอบครัวเดียวกัน
ความเห็นแก่ตัวของแต่ละคนฝังลึกอยู่ในกระดูก
เวินสือเหนียนจิบชาไม่สนใจไยดี พอเห็นเฝ่ยไป๋ลู่เอ่ยเรื่องของตระกูล เฝ่ย ก็พูดว่า “เฝ่ยชิงรั่วจิตใจคับแคบเกินกว่าจะคิดการใหญ่ หากต้องการหุบสมบัติโดยไม่ให้คนอื่นในตระกูลเฝ่ยรู้ตัว เธอทำคนเดียวไม่ได้แน่ เธอต้องอาศัยแม่แท้ ๆ ช่วยเหลือ…เหวินชิงหย่า”
“เหวินชิงหย่า” เฝ่ยไป๋ลู่ได้ยินชื่อคนคนนี้เป็นครั้งแรก
แต่พูดแล้วก็แปลก เฝ่ยมาปิดบังเรื่องแม่แท้ ๆ ของเฝ่ยชิงรั่วไว้ไม่น้อย
ตอนไปสืบเรื่องโรงพยาบาลสลับตัวเด็ก สอบถามไปหลายคน ทว่าก็ไม่มีใครรู้ข้อมูลแม่แท้ ๆ ของเฝ่ยชิงรั่วเลย
“เหวินชิงหย่าไม่ใช่คนธรรมดา เธอฉลาด เจ้าเล่ห์ หลอกให้เฝ่ยมาเชื่อฟังเธอทั้งหมด” เวินสือเหนียนนึกถึงข้อมูลที่ตัวเองสืบมา สีหน้าเขาจริงจังขึ้น “ที่สำคัญคือข้อมูลการระบุตัวตนของเธอเป็นปริศนา”
ลูกน้องของเขาฝีมือเก่งกาจทั้งนั้น อยากสืบเรื่องของใครก็ทำได้ง่ายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ กระทั่งเรื่องที่อีกฝ่ายทำอะไรตอนอายุเท่าไหร่ก็ยังสืบได้
แต่พวกเขากลับได้ข้อมูลของเหวินชิงหย่ามาน้อยมาก รู้แค่ว่าเฝ่ยมาพาเธอกลับมาจากเมืองชายแดนแล้วเลี้ยงดูไว้ที่เมืองเจียงในฐานะเมียน้อย
หลังจากมาถึงเมืองเจียง เฝ่ยมาใช้เงินจัดการทำเอกสารใหม่ให้เธอ ผู้หญิงคนนั้นจึงใช้ชื่อปลอมมาตลอดตั้งแต่มาอาศัยอยู่ในเมืองเจียงแห่งนี้
ส่วนตัวตนที่แท้จริงของเหวินชิงหย่า…ไม่มีใครรู้
ราวกับว่าเธอปรากฏมาจากอากาศธาตุ ไม่มีเบาะแสอะไร ซึ่งน่าแปลกไม่น้อย
“โผล่มาจากอากาศ…” เฝ่ยไป๋ลู่ขมวดคิ้ว สมัยนี้จะยังมีสิ่งที่ไร้ร่องรอยหรือไร้ตัวตนอยู่อีกหรือ
แล้วจู่ ๆ เฝ่ยไป๋ลู่ก็นึกอะไรขึ้นได้ เหวินชิงหย่าก็ไร้ตัวตนในเมืองเจียงเหมือนกัน!
เธอกับตระกูลเฝ่ยรวมถึงเฝ่ยชิงรั่วทะเลาะกันหลายครั้งจนออกข่าวไปทั่ว เหวินชิงหย่าจะต้องรู้จักเธอแน่
แต่เหวินชิงหย่ากลับเงียบหาย ทั้ง ๆ ที่อยู่ในเมืองเจียงแท้ ๆ
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเธอซ่อนตัวเก่ง หรือเพราะเธอไม่สนใจเรื่องเหล่านี้
แต่ถ้าเหวินชิงหย่าไม่สนใจจริง ๆ จะมาช่วยเฝ่ยชิงรั่วชิงสมบัติตระกูลเฝ่ยทำไม
อีกอย่างหลังจากเฝ่ยมาตาย เหวินชิงหย่าถึงได้เริ่มปรากฏตัว… มันทำให้อดคิดไม่ได้ว่า นี่เป็นเรื่องผิดปกติและมีเงื่อนงำ
“ใช่ ผมถึงบอกว่าเธอน่าสงสัย” เวินสือเหนียนพยักหน้า “ผมให้คนคอยจับตาดูเธออยู่ คุณกับเฝ่ยชิงรั่วเป็นคู่ปรับกัน เหวินชิงหย่าคอยปกป้องเฝ่ยชิงรั่ว เพราะงั้นคุณต้องระวังเธอไว้”
ตอนเห็นข้อมูลของเหวินชิงหย่า สัญชาตญาณแรกก็บอกว่า เธอคนนี้ไม่ใช่คนดี และไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด
คุณชายสามเวินคือผู้คร่ำหวอดในแวดวงธุรกิจมาหลายปี เขาย่อมเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง
“เชิญงัดทุกกลยุทธ์มาใช้ได้เลย ฉันไม่กลัวใครอยู่แล้ว” แม้เฝ่ยไป๋ลู่จะพูดจาแบบนี้ แต่ในใจก็รับฟังคำพูดของเวินสือเหนียน
บทเรียนของการประมาทคือความพ่ายแพ้
และเฝ่ยไป๋ลู่ไม่เคยประมาทใคร
“คุณตัดสินใจถูกแล้ว” เวินสือเหนียนคลายคิ้วที่ขมวดเป็นปม พลางดื่มชาในถ้วยจนหมด
เฝ่ยชิงรั่วมีคนปกป้องอยู่ข้างหลัง ส่วนเบื้องหลังเฝ่ยไป๋ลู่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีใครเสียหน่อย
แล้ววันนี้เฝ่ยไป๋ลู่ก็ใช้เวลาทั้งวันที่แสนสบายไปกับเวินสือเหนียน ในขณะที่ตระกูลเฝ่ยกำลังร้อนใจ
คุณแม่เฝ่ยที่ถูกสาดน้ำสกปรกใส่กลับถึงบ้านตระกูลเฝ่ยด้วยความคับแค้นเต็มอก
เฝ่ยอวี้รู้ดีว่าเฝ่ยไป๋ลู่เป็นคนเย็นชาไร้หัวใจ จึงไม่คาดหวังว่า คุณแม่เฝ่ยจะขอยืมเงินมาได้
และก็เป็นไปตามที่เขาคาด คุณแม่เฝ่ยไปเสียเที่ยวจริง ๆ
เฝ่ยอวี้ถึงกับคิดว่าโชคดีที่ตัวเองไม่ได้ไปหาเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยกัน ไม่อย่างนั้นเขาคงได้ขายหน้าแล้ว
“น้องไป๋ลู่อาจไม่อยู่บ้าน คงไม่ได้ตั้งใจให้คุณแม่รอนานหรอก ส่วนเรื่องที่คนอื่นสาดน้ำสกปรกใส่ คุณแม่ก็อย่าโกรธจนทำให้เสียสุขภาพเลยนะคะ” การปลอบโยนของเฝ่ยชิงรั่วเหมือนราดน้ำมันลงกองไฟ ครั้นคุณแม่เฝ่ยสูดกลิ่นที่ตัวก็ยิ่งโกรธมาก
ทำไมเฝ่ยไป๋ลู่จะไม่ตั้งใจ!
พวกเขาจัดงานศพเฝ่ยมา แต่เฝ่ยไป๋ลู่ไม่มา ทำให้คนอื่นมองตระกูลเฝ่ยเป็นตัวตลก!
ตอนนี้ตระกูลเฝ่ยกำลังลำบาก เฝ่ยไป๋ลู่ที่มีเงินกลับนิ่งเฉย ไม่แม้แต่จะถามไถ่อะไรสักคำ เงินทองหล่อนก็ไม่ให้ ช่างเป็นคนอกตัญญูจริง ๆ!
เธออุตส่าห์ลดตัวไปหาเฝ่ยไป๋ลู่ แต่กลับโดนอีกฝ่ายหลบหน้า ทั้งยังสั่งให้คนมาสาดน้ำใส่ ทำให้เธอต้องอับอายขายหน้า!
เมื่อคิดทบทวนซ้ำไปซ้ำมา คุณแม่เฝ่ยก็เริ่มรู้สึกว่า บางทีความโชคร้ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับตระกูลเฝ่ย อาจเป็นฝีมือของเฝ่ยไป๋ลู่ตัวเคราะห์ร้ายคนนี้ก็ได้!
ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งรู้สึกว่ามันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ความอัดอั้นในใจและความโกรธที่คุณแม่เฝ่ยเก็บกดมาหลายวันเหมือนเจอทางระบาย เธอระบายทุกอย่างลงไปที่เฝ่ยไป๋ลู่
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่ได้หลบหน้าเธออย่างนั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นเธอก็จะส่งข้อความไปหา!
[เฝ่ยไป๋ลู่ เธอมันลูกอกตัญญู ฉันเป็นแม่แท้ ๆ ของเธอ แต่เธอกลับสั่งให้คนสาดน้ำสกปรกใส่ฉัน!]
[ตระกูลเฝ่ยตกอยู่ในสภาพนี้ เธอพอใจแล้วใช่ไหม ถ้าฉันรู้ตั้งแต่แรกว่าจะคลอดลูกร้ายกาจอย่างเธอออกมา ฉันน่าจะบีบคอเธอให้ตายตั้งแต่แรกเสียให้รู้แล้วรู้รอด!]
ครั้นเฝ่ยไป๋ลู่ตื่นขึ้นมาก็ไม่ได้สนใจข้อความพวกนั้น ทั้งยังใส่หมายเลขโทรศัพท์นี้เข้าไปในแบล็กลิสต์ด้วย
โอ้โห คราวนี้ก็ครบทุกคนแล้วสิ หมายเลขโทรศัพท์ของตระกูลเฝ่ยเข้าไปอยู่ในนั้นทั้งหมดแล้ว
โชคดีที่ตอนนี้เธออยู่กับเวินสือเหนียน ไม่อย่างนั้นคงถูกพวกคนตระกูลเฝ่ยรังควานจนตาย
และตอนที่เฝ่ยไป๋ลู่กำลังจะวางโทรศัพท์นั่นเอง ข้อความใหม่ก็เด้งเข้ามา
[เฝ่ยไป๋ลู่ ช่วงนี้คุณว่างไหม ทีมงานของเราได้นักแสดงนำชายหญิงคนใหม่แล้ว อยากให้คุณช่วยดูฤกษ์เปิดกล้องให้หน่อย สะดวกหรือเปล่า]
อีกด้าน ผู้กำกับเจิ้งกับซุนกั๋วซิ่งกำลังจ้องมองโทรศัพท์ด้วยความตื่นเต้น
เปิดกล้องต้องไหว้เทพเจ้า ปิดกล้องต้องเลือกวันดี นี่เป็นธรรมเนียมของทีมงานในวงการละคร ก่อนเปิดกล้องละครเรื่องใหม่ จะต้องดูฤกษ์งามยามดี ทำพิธีเปิดกล้อง กองถ่ายจะได้ทำงานอย่างราบรื่น
ตอนผู้กำกับเจิ้งนอนหายใจผ่านเครื่องช่วยหายใจอยู่ในโรงพยาบาล
เขาก็ยังนึกเสียดายที่ตอนนั้นหาคนดูฤกษ์ที่ไร้ความสามารถมาทำพิธี
คราวนี้ยังไงก็ต้องเชิญอาจารย์ของจริงมาดูฤกษ์ดี ๆ ให้ได้!
[1] อูฐผอมโซก็ยังตัวใหญ่กว่าม้า เป็นสำนวนจีน หมายถึง คนมีฐานะต่อให้เจอกับความลำบาก ก็ยังดีกว่าคนที่ยากจนและลำบากเป็นทุนเดิม