เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 191 ถ้าคุณยังกล้าท้าทายฉันอีก คราวหน้าฉันจะหักแขนคุณ
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 191 ถ้าคุณยังกล้าท้าทายฉันอีก คราวหน้าฉันจะหักแขนคุณ
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่มีทางให้อีกฝ่ายเข้ามาแน่
ถึงจะไม่ได้ติดต่อกับเวินสือเหนียนมากนัก แต่เธอก็รู้ว่าชายหนุ่มเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง ไม่ชอบให้คนอื่นล่วงล้ำอาณาเขตของตนเอง
อีกทั้งคำพูดของเวินเหวินเต๋อก็ยังน่าสงสัย
เฝ่ยไป๋ลู่ทำเป็นไม่เห็นสีหน้าไม่เต็มใจของเวินเหวินเต๋อ แล้วกระชากจดหมายเชิญอย่างแรง จากนั้นเธอก็ยกมือขึ้นแล้วตบไปที่ประตูเหล็ก “ฉันได้รับจดหมายเชิญแล้ว คุณออกไปได้เลย”
เวินเหวินเต๋อที่ถูกกักตัวติดประตูเหล็กอยู่กว่าครึ่งชั่วโมง ล้มลงนอนแผ่กับพื้นอย่างหมดแรง
เป็นอิสระแล้ว
เวินเหวินเต๋อโล่งใจ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเจ็บใจที่แผนการล้มเหลว “ผู้หญิงคนนี้ อย่าคิดว่าเธอจะทำอะไรตามใจชอบก็ได้ เพียงเพราะช่วยชีวิตฉันไว้ที่หมู่บ้านหลิวตงนะ!”
“คุณชายสามเวินปกป้องเธอ แต่ฉันก็เป็นลูกหลานตระกูลเวินเหมือนกัน ถ้าเธอทำให้ฉันขุ่นเคือง ระวังฉันจะไปฟ้องผู้เฒ่าเวิน ทีนี้เธอก็จะไม่มีวันได้เข้าประตูบ้านตระกูลเวินอีก!”
เดิมที พ่อของเขาต้องการให้เขาเอาใจเฝ่ยไป๋ลู่ ดึงเธอเข้ามาเป็นพวกพ้อง ถุ้ย!
ผู้หญิงคนนี้หยิ่งยโสเหลือเกิน! อาศัยอำนาจคนอื่น ไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา! ไม่ฟังแม้แต่คำพูดของพวกเขาด้วยซ้ำ
เธอเป็นผู้หญิงของเวินสือเหนียน คงหมายปองทรัพย์สินของตระกูลเวินแน่! เขาไม่เชื่อว่าในสายตาผู้เฒ่าเวิน หลานชายอย่างเขาจะสู้ผู้หญิงของเวินสือเหนียนไม่ได้!
เฝ่ยไป๋ลู่แทบไม่อยากจะเชื่อ ชายหนุ่มวัยสามสิบกว่า ยังเที่ยวไปฟ้องคนอื่นได้อีกหรือ
แล้วประตูบ้านตระกูลเวินน่ะ เธออยากเข้าหรือไง?
“ประตูติดตั้งระบบป้องกันการบุกรุกไว้แล้ว คราวหน้าถ้าคุณบุกมาอีกรอบ คุณต้องรับผิดชอบผลที่ตามมาเอง” เฝ่ยไป๋ลู่กดปุ่มสั่งการด้วยระบบอัจฉริยะ
สีหน้าเธอเย็นชา และไม่สนใจใครเช่นเคย ราวกับว่าชายตรงหน้าเป็นเพียงหญ้าริมทางไร้ค่า
เวินสือเหนียนปฏิบัติต่อเขาก็แย่พออยู่แล้ว ทำไมแม้แต่ผู้หญิงคนนี้ก็ยังกล้าหยามเขา เวินเหวินเต๋อโกรธจนแทบคลั่ง “นี่! รีบปล่อยฉันให้เข้าไปเดี๋ยวนี้! ฉันมีเรื่องจะพูดกับคุณชายสามเวิน!”
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่สนใจ
เวินเหวินเต๋อข่วนแก้มเกาหูอยู่หน้าประตูใหญ่ด้วยความโมโห แล้วเขาก็โทรหาพ่อด้วยความโกรธ “พ่อครับ ผู้หญิงของเวินสือเหนียนขวางผมอยู่”
“พวกเขาอยู่ที่เดียวกัน แสดงว่าอยู่ด้วยกันงั้นเหรอ?” คุณลุงเวินที่อยู่ปลายสายถามด้วยความแปลกใจ
“น่าจะใช่”
“เวินสือเหนียนไม่ค่อยชอบเคลื่อนไหว ผู้หญิงคนนี้คือเป้าหมายที่ดีเลย! ฉันไม่สนใจว่าเธอจะคิดยังไง แกต้องทำให้ความสัมพันธ์กับเธอดีกว่านี้!” คุณลุงเวินเปลี่ยนความคิดทันที “ฉันจะโอนเงินให้ เอาไปประมูลของขวัญให้เธอหน่อย”
คิดจะเอาใจเฝ่ยไป๋ลู่เหรอ เวินเหวินเต๋อเบ้ปาก ไม่ยอมทำ
เขาไม่อยากเอาหน้าไปให้เธอเหยียบหรอก
แต่ด้วยอำนาจของพ่อ เขาจึงต้องแกล้งทำเป็นเชื่อฟัง
ภายในบ้านพัก เฝ่ยไป๋ลู่เปิดดูจดหมายเชิญ
งานประมูลของโรงประมูลอันเฟิงแห่งเมืองเจียงนั้นโด่งดังมาก พวกเขาจะจัดการประมูลใหญ่เพียงปีละสามครั้ง ลักษณะเด่นคือจัดน้อยแต่น่าสนใจ สินค้าประมูลมีหลากหลายครบครัน
ของประมูลมีหลากหลายประเภท นอกจากของประมูลทั่วไปอย่างเครื่องเคลือบ เซรามิก หยก เครื่องสำริดโบราณ ก็ยังมีเครื่องรางของขลัง อาวุธศักดิ์สิทธิ์ อย่างแผ่นยันต์อาคม ดาบผนึก รวมถึงยาและค่ายกลแปลกประหลาดด้วย
ของอย่างหลังนี้จัดเป็นของประมูลพิเศษ มีเพียงผู้ฝึกตนและผู้มีคุณสมบัติพิเศษเท่านั้นจึงจะได้รับเชิญเข้าร่วม ส่วนคนทั่วไปเข้าร่วมได้เพียงงานประมูลธรรมดาเท่านั้น
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่เคยเข้าร่วมงานประมูลมาก่อน แต่ก็รู้สึกสนใจอยู่ไม่น้อย
จุดประสงค์หลักคืออยากรู้ว่าจะสามารถหาสมบัติล้ำค่ามาได้หรือไม่
หลังเวินสือเหนียนเลิกงานกลับมา เฝ่ยไป๋ลู่ก็ปรึกษาหารือกับเขาเรื่องการไปงานประมูลเป็นครั้งแรก
เวินสือเนียนย่อมไม่ปฏิเสธ ทั้งยังบอกให้เฝ่ยไป๋ลู่ว่า อยากได้อะไรก็ประมูลได้เลย เขาจะเป็นคนมอบให้เธอเอง
เฝ่ยไป๋ลู่คลำกระเป๋าเงินตัวเอง คิดว่าที่ผ่านมา เธอขายเครื่องรางไปมากมาย คงพอจะซื้อของที่ต้องการได้
ไม่กี่วันต่อมา งานประมูลที่โรงประมูลอันเฟิงจัดขึ้นตามกำหนดการ นอกจากบรรดาเศรษฐีในเมืองเจียงแล้ว ยังมีคนต่างเมืองมาร่วมงานด้วยมากมาย บรรยากาศในงานคึกคักไปด้วยผู้คน
ทันทีที่เฝ่ยไป๋ลู่ก้าวเข้างาน เธอก็รู้สึกได้ถึงสายตาอันแหลมคมราวกับใบมีดจ้องมาที่ตัวเธอ
หญิงสาวเงยหน้ามอง สายตาจึงปะทะเข้ากับเฝ่ยชิงรั่วที่อยู่บนชั้นสอง
เฝ่ยชิงรั่วควงแขนชายหนุ่มท่าทางเจ้าชู้คนหนึ่งอยู่ เธอก้าวลงมาจากโถงทางเดินชั้นสอง แล้วขวางทางเฝ่ยไป๋ลู่ไว้ “ทำไมเธอถึงอยู่ทุกที่เลยนะ”
หรือเฝ่ยไป๋ลู่จะรู้ว่าเธอกับน่าหงเฟยมาด้วย ถึงได้จงใจมาก่อกวน
เฝ่ยไป๋ลู่อดไม่ได้ที่จะกลอกตา
คำพูดนี้ราวกับว่าเฝ่ยชิงรั่วเป็นเจ้าของงานประมูลอย่างไรอย่างนั้น
“หลบไป อย่าเกะกะ” เฝ่ยไป๋ลู่ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับคนในตระกูลเฝ่ย เธอก้าวเท้า เดินหนีทันที แต่จู่ ๆ กลิ่นหอมหวานก็ลอยมาจากตัวเฝ่ยชิงรั่ว
หญิงสาวถึงกับชะงัก
แม้ภายนอกจะไม่แสดงออก แต่ภายในใจเกิดคลื่นสั่นไหว
กลิ่นหอมจาง ๆ นี้ช่างเหมือนกับหญิงสาวลึกลับที่เธอพบในคุกใต้ดินจริง ๆ
เฝ่ยไป๋ลู่หันมองเฝ่ยชิงรั่ว สายตาแฝงไปด้วยความเคร่งขรึมและการตรวจสอบ
หัวใจเฝ่ยชิงรั่วกระตุก เธอเกาะแขนน่าหงเฟยแน่นขึ้น แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแอ “น้องไป๋ลู่ช่างโหดร้ายนัก ฉันกลัว”
เฝ่ยไป๋ลู่สูดดมกลิ่น ขณะที่เฝ่ยชิงรั่วพูด กลิ่นนั้นยิ่งชัดเจนมากขึ้น
แต่พอเธอจะพิสูจน์ได้แล้ว กลิ่นก็หายวับไป
หรือจะเป็นภาพลวงตา?
ตอนนั้นเอง สายตาของน่าหงเฟยละจากเฝ่ยชิงรั่ว มามองเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยสายตาเย็นชา พร้อมถามว่า “เธอมาที่นี่ได้ยังไง ใครพามา”
แม้แต่เขายังไม่กล้าพูดคำหยาบใส่เฝ่ยชิงรั่ว แต่เฝ่ยไป๋ลู่กลับมาท้าทายถึงที่!
เฝ่ยชิงรั่วมองเขาด้วยสายตาเว้าวอนจนน่าหงเฟยใจอ่อน ทันใดหมัดของเขาก็พุ่งตรงไปที่หน้าเฝ่ยไป๋ลู่
“…” นี่จะพูดจากันดี ๆ ไม่ได้หรือไง ต้องหาเรื่องลงไม้ลงมือกันตลอด บังเอิญเหลือเกิน เธอเองก็ไม่ใช่คนขี้ขลาดหรอกนะ
เฝ่ยไป๋ลู่ก้มตัวหลบหมัดอย่างว่องไว แล้วอาศัยตอนน่าหงเฟยเสียหลัก คว้าข้อมือของเขา เหวี่ยงทุ่มลงพื้นอย่างรุนแรง
ยังไม่ทันจะได้แสดงท่าไม้ตาย น่าหงเฟยก็กระเด็นออกมาแล้ว
เฝ่ยชิงรั่วรีบเข้าไปพยุง ตอนนั้นเอง น่าหงเฟยดันเธอจนล้ม แล้วใช้เธอเป็นเบาะรองนั่ง เฝ่ยชิงรั่วเจ็บ จนหวีดร้องออกมา
เหล่าเศรษฐีผู้มีเกียรติทั้งหลายในงานต่างก็เงียบกริบ มองเหตุการณ์นี้ด้วยความตกใจ
เฝ่ยไป๋ลู่มองต่ำ เห็นคนทั้งสองที่อยู่บนพื้น ก็เย้ยหยันว่า “เมืองเจียงก็ไม่ได้อยู่ติดทะเล ครอบครัวเธออยู่ริมทะเลแล้วมาวุ่นวายอะไร ฉันจะมาไม่มา หรือใครพามา นั่นก็เรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเธอ ห้ามมาหาเรื่องฉันอีก ไม่อย่างนั้นครั้งหน้าฉันจะหักแขนพวกเธอ!”
เมื่อพูดจบ เฝ่ยไป๋ลู่ก็เดินตรงขึ้นไปยังชั้นสอง ทิ้งให้เฝ่ยชิงรั่วกับน่าหงเฟยเผชิญกับสายตาของผู้คน
เฝ่ยชิงรั่วรู้สึกถึงความอับอายขึ้นมาอีกครั้ง
น่าหงเฟยเจ็บแขนแปลบ ใบหน้าของเขาถมึงทึง
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเปิดตัวต่อหน้าพ่อค้าและเศรษฐีผู้มั่งคั่ง หลังจากเขากลับมาเมืองเจียง แต่กลับต้องเสียหน้าและศักดิ์ศรีมากขนาดนี้
หลังจากนี้เขาคงกลายเป็นตัวตลกที่คนพูดถึง และตาแก่คงยิ่งดูถูกเขาอีก
น่าหงเฟยจ้องมองห้องส่วนตัวที่เฝ่ยไป๋ลู่เดินเข้าไปอย่างเคียดแค้น หมายมั่นว่าจะต้องล้างแค้นให้ได้
พอเฝ่ยไป๋ลู่เข้ามาในห้องส่วนตัวของเวินสือเหนียน เธอก็นั่งลงบนที่นั่งนุ่มสบาย ด้านหน้ามีชาหอมที่เขาเตรียมไว้ให้
เธอยกขึ้นดื่มอย่างไม่เกรงใจ แล้วกล่าวด้วยความหงุดหงิดว่า “รู้แบบนี้ ฉันมากับคุณตั้งแต่แรกก็ดีแล้ว”
หากอาศัยอำนาจและอิทธิพลของเวินสือเหนียน เธอคงจะประหยัดเวลาไปได้เยอะ
และหากเวินสือเหนียนอยู่ เฝ่ยชิงรั่วก็คงไม่กล้าพาคนมาอาละวาดต่อหน้าเธอ
เวินสือเหนียนรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นด้านล่างแล้ว
เขาจึงเหลือบตามอง พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเย็นชา “การโกรธคนที่ไม่สมควรให้โกรธแบบนั้นมันไม่คุ้มค่าหรอก คนประเภทที่ทำตัวสูงส่งแบบนี้ ช้าเร็วก็ต้องได้รับผลกรรม”
“คุณพูดถูก!” พอเฝ่ยไป๋ลู่หันซ้ายมองขวา ก็พบว่าภายในห้องมีเพียงเธอกับเวินสือเหนียนเท่านั้น เธอถาม “แล้วเลขาเจี่ยนอยู่ไหน”
ตอนนี้เลขาเจี่ยนกำลังวุ่นอยู่กับการแสดงจุดยืนของตระกูลเวิน ให้ครอบครัวอีกฝ่ายอบรมสั่งสอนลูกชายตนเองให้ดี หากอีกฝ่ายไม่สั่งสอน เวินสือเหนียนก็ไม่รังเกียจที่จะสั่งสอนแทน
เวินสือเหนียนยิ้ม แต่ไม่พูดอะไร จากนั้นก็รินน้ำชาให้เฝ่ยไป๋ลู่อีก จนลูกประคำสีอ่อนที่ข้อมือโผล่ให้เห็นอยู่วับแวม