เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 199 ผีดิบกระโดด
เฝ่ยชิงรั่วกลั้นหายใจ ดวงตาเปล่งประกายไร้ซึ่งความกลัว
บ้านตระกูลน่ามีผีดิบ!
ได้ยินมาว่าผีดิบตัวหนึ่งมีค่ามาก ทั้งพิษที่ร้ายแรง เขี้ยวอันแหลมคม และผงกระดูกก็สามารถใช้เป็นยาได้…
สมบัติที่แม่ให้เธอตามหา ใช่ผีดิบตัวนี้หรือเปล่า?
“อาจารย์ทุกท่าน เรื่องบรรพบุรุษขอฝากพวกคุณด้วย อุปกรณ์ในการจัดพิธีกรรมต่าง ๆ เชิญสั่งมาได้เลย ครอบครัวของผมจะทำให้ดีที่สุด!” น่าเหว่ยจื้อนึกถึงสุสานบรรพบุรุษที่สร้างไว้บนดินแดนอาถรรพ์สำหรับเลี้ยงผีทีไร ก็ไม่อาจข่มความกลัวได้จริง ๆ
พวกผีดิบชอบล่าคนเป็นอาหาร และยังสัมผัสได้ถึงความสัมพันธ์ทางสายเลือดด้วย
หากบรรพบุรุษทุกคนกลายเป็นผีดิบ ครอบครัวของน่าเหว่ยจื้อคงจะถูกเหล่าผีดิบสังหารจนสิ้น!
“คืนนี้จันทร์จะเป็นสีเหลือง ผีดิบจะเคลื่อนไหวได้มากขึ้น คาดว่าคงจะไปที่บ้านบรรพบุรุษ ฉันจะวางค่ายกลที่นั่น” เฝ่ยไป๋ลู่กล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “จำไว้ว่าพอช่วงค่ำ ไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไร ก็ห้ามออกจากห้องเด็ดขาด”
น่าเหว่ยจื้อพยักหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แล้วหันไปสั่งลูกชายคนโตอย่างจริงจัง ให้ห้ามคนในบ้านออกมาเดินเพ่นพ่านเด็ดขาด
น่าหงเฟยก็ได้รับคำสั่งจากน่าหงอวิ๋น แต่เขากลับไม่สนใจ
เฝ่ยชิงรั่วยิ่งแน่ใจ “คืนนี้เฝ่ยไป๋ลู่จะออกล่าผีดิบ แล้วจะขาดฉันไปได้ยังไง!”
เมื่อราตรีมาเยือน ดวงจันทร์ลอยเด่นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อน รัศมีแสงจันทราสาดส่อง
เฝ่ยไป๋ลู่วางค่ายกลผีดิบไว้ในสวน หลอกล่อด้วยเลือดสัตว์ ใช้ข้าวเหนียวและแผ่นยันต์ปิดทางหนี เหลือไว้เพียงช่องทางเดียว เป็นทางที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก
เมื่อผีดิบกระโดดลงไปในกับดัก ก็จะปิดช่องทางทันที ขังมันไว้ในกับดักจนกว่าจะตาย
กานว่างและอีกสามคนต่างก็เฝ้าระวังอยู่ตามมุมต่าง ๆ ของค่ายกล เพื่อไม่ให้ผีดิบหลุดออกมาได้
ตอนนั้นเองเจียงชิงได้ยินเสียงฝีเท้าเป็นจังหวะตุบ ๆ คล้ายมีคนกำลังใช้สองขากระโดดเหยียบอยู่บนพื้นหิน
เขาพลันกระซิบ “ผีดิบมาแล้ว”
เฝ่ยไป๋ลู่พยักหน้า “อืม เป็นผีดิบกระโดด”
พวกผีดิบแบ่งเป็นหกจำพวก ผีดิบขาว ผีดิบดำ ผีดิบกระโดด ผีดิบเหาะ ผีดิบปีศาจ และผีดิบอสูร สองจำพวกหลังนั้นไม่ใช่ผีดิบธรรมดา พวกมันมีพลังพิเศษ ไม่ใช่กลุ่มที่นักพรตทั่วไปจะปรามได้
ผีดิบขาวเป็นผีดิบชั้นต่ำสุด ต่อมาเป็นผีดิบดำ และเมื่อผีดิบดำกินเลือดจนขนสีดำหลุดออก ก็จะยกระดับเป็นผีดิบกระโดดที่เคลื่อนไหวด้วยการกระโดด
และบรรพบุรุษในตระกูลน่าก็เปลี่ยนจากผีดิบดำเป็นผีดิบกระโดดไปแล้ว ดังนั้นความดุร้ายจึงเพิ่มขึ้นด้วย
“พวกเราจะสู้ได้ไหม” เมื่อรู้ว่าผีดิบตรงหน้าไม่ธรรมดา หานเสียวเสี่ยวก็กัดริมฝีปาก แววตาเผยความหวั่นกลัวออกมา
การปรากฏตัวของผีดิบกระโดดนั้นเกินกว่าที่เธอคาด
แล้วค่ายกลที่เฝ่ยไป๋ลู่วางเอาไว้จะขังผีดิบร้ายกาจขนาดนี้ได้หรือ?
หานเสียวเสี่ยวไม่เชื่อในความสามารถของเฝ่ยไป๋ลู่
“ระวังตัวด้วย” กานว่างสังเกตเห็นความคิดของหานเสียวเสี่ยว เขาจึงเอ่ยเตือน
ตอนนี้กานว่างถือดาบอยู่ หากผีดิบมีท่าทางน่าสงสัย เขาจะรีบพุ่งตัวเข้าไปเป็นคนแรกเอง
ตึง ๆๆ!
ผีดิบกำลังมุ่งตรงไปยังห้องของคนตระกูลน่า ทว่ามันก็หยุดชะงัก จมูกฟุดฟิดดมกลิ่นในอากาศอย่างระมัดระวัง ทันใดมันก็หันตัว กระโดดตรงไปยังเลือดของสัตว์ในสวน
‘ได้ผล!’ เจียงชิงดีใจ หันไปส่งสายตาชื่นชมให้เฝ่ยไป๋ลู่
คิดไม่ถึงว่าเธอจะเก่งขนาดนี้!
หานเสียวเสี่ยวเองก็โล่งใจ
ถ้าขังผีดิบไว้ได้ ก็สามารถจุดไฟเผามันให้ตายได้!
ยามผีดิบกระโดดลงไปในวงค่ายกลสมใจ เฝ่ยไป๋ลู่ก็พลันหรี่ตาลง เธอดีดปลายนิ้วสามครั้ง ทันใดก็ราวกับมีแสงสว่างพุ่งไปยังช่องว่างที่เว้นไว้
แล้วค่ายกลทั้งหมดก็เชื่อมต่อกัน ผีดิบสัมผัสได้ถึงอันตราย มันอ้าปาก เปล่งเสียงคำรามด้วยความโกรธ ใช้ร่างกายพุ่งชนเกราะแพงที่มองไม่เห็น
ทุกครั้งที่พุ่งชนจะเกิดเสียงดังกึกก้อง แต่เกราะกำบังนั้นแข็งแกร่งดั่งหินผา
เฝ่ยไป๋ลู่หรี่ตามองแล้วตะโกนว่า “ต้องรีบหน่อย! โจมตีกลับไป อย่าปล่อยให้มันหนีออกมา!”
ด้วยพลังของแสงจันทร์ ผีดิบก็โจมตีอย่างดุเดือด
นอกจากนี้ มันยังเป็นผีดิบกระโดดที่แข็งแกร่งไม่น้อย แม้เกราะกำบังจะแข็งแรงแค่ไหน ก็ไม่สามารถต้านไว้ได้นานเกินไป!
ดังนั้นพวกเขาจะต้องรีบจัดการให้เร็วที่สุด!
กานว่างผู้มีประสบการณ์โชกโชนและเจียงชิงที่เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ หลังจากได้ยินดังนั้นก็รีบป้องกันมุมของตัวเองทันที
ค่ายกลไม่ได้ผลหรือ ขังมันไว้รอจนกว่าพระอาทิตย์จะขึ้นไม่ได้หรือ ทำไมต้องรีบร้อนขนาดนี้
สมองของหานเสียวเสี่ยวยังไม่ได้ตอบสนอง การกระทำจึงช้ากว่าคนอื่น
พลังวิญญาณของเฝ่ยไป๋ลู่ไหลเวียนเข้าสู่ค่ายกลอย่างต่อเนื่อง เธอเหลือบตามองหานเสียวเสี่ยว พร้อมเอ่ยเสียงเย็นว่า “คิดอะไรอยู่?!”
ทันใด เจียงชิงที่ต้านผีดิบไว้ได้หนึ่งครั้งอย่างยากลำบาก ก็หันไปตะโกนบอกหานเสียวเสี่ยว “พี่เสียวเสี่ยว อย่ากลัว หากมันไม่ออกมา มันก็ทำร้ายเราไม่ได้!”
หานเสียวเสี่ยวกัดฟัน กลับมายืนที่มุมทิศใต้ ประสานมือทั้งสองเข้าหากัน แล้วรวมพลังปราณอย่างรวดเร็ว จนเกือบทำให้ขั้นตอนผิดพลาดเพราะความเร่งรีบ
ทว่าเพียงไม่กี่อึดใจ กำแพงค่ายกลก็มีเสียงแตกดังเปรี้ยะ
ลมหายใจเย็นยะเยือกพัดพุ่งเข้ามา ทำเอาหานเสียวเสี่ยวที่มีพลังอ่อนแอที่สุดกระเด็นไป
“แค่ก ๆ” หานเสียวเสี่ยวยันตัวขึ้น พยายามลุกพลางสำลัก
ตรงหน้าเธอพลันปรากฏเท้าดอกบัวสามนิ้ว เล็บดำสนิทแหลมคมยื่นยาวออกมา
หานเสียวเสี่ยวตาเบิกกว้าง ตัวสั่น เงยหน้าขึ้นไปมองช้า ๆ
ทันใดนั้น ใบหน้าสีเขียวเข้มที่มีเขี้ยวแหลมคมเฉียดผ่านแก้มของเธอ จนเกิดรอยแผล
“พี่เสียวเสี่ยว วิ่งเร็ว” เสียงของเจียงชิงตะโกนดังก้อง แต่หานเสียวเสี่ยวได้ยินแค่เสียงคำรามจากลำคอของผีดิบ ชวนให้ขนหัวลุก แข้งขาสั่นจนขยับไม่ได้
ร่างของผีดิบส่งกลิ่นเหม็นน่าขยะแขยง ปากอ้าออก เผยฟันดำสนิท ทำท่าจะกัดหานเสียวเสี่ยว
‘กึก!’ ฟันแข็งกระด้างกัดลงบนของแข็ง ซึ่งก็คือก้อนหิน
เฝ่ยไป๋ลู่คว้าตัวหานเสียวเสี่ยว รีบพาตัวออกไป ผีดิบเห็นเหยื่อที่อยู่ตรงหน้าหลุดมือไปได้ก็โกรธจนตัวสั่น มันวิ่งเข้าหาเฝ่ยไป๋ลู่ แต่ก็ถูกกานว่างฟันด้วยดาบเสียก่อน
เฝ่ยไป๋ลู่พาตัวหานเสียวเสี่ยวออกไปสำเร็จ
เธอหิ้วหานเสียวเสี่ยวที่ตกใจจนตัวแข็ง ขณะกล่าว “เห็นแก่หน้าท่านผู้เฒ่าหาน ครั้งนี้ฉันจะช่วยเธอไว้ก่อน ครั้งหน้าถ้าเผลออีก ก็ไม่มีใครมาช่วยเธอแล้ว”
เฝ่ยไป๋ลู่ส่งตัวหานเสียวเสี่ยวให้เจียงชิง แล้วเตรียมตัวไปช่วยกานว่างสู้กับผีดิบ แต่เธอกลับเห็นว่าผีดิบเปลี่ยนทิศ วิ่งไปทางหนึ่งอย่างฉับพลัน
“ช่วยด้วย อย่ากินฉัน!” น่าหงเฟยล้มลุกคลุกคลานออกมาจากมุมนั้น
ส่วนด้านหลังของเขายังมีเฝ่ยชิงรั่วที่ใบหน้าซีดเผือดวิ่งตามมา
เฝ่ยไป๋ลู่เห็นทั้งสองคนก็ขมวดคิ้ว
กานว่างถึงกับพูดไม่ออกไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตวาดว่า “เราไม่ได้บอกพวกคุณว่าอย่าออกมาหรือไง!”
เลือดเนื้อคนตระกูลน่าจะดึงดูดผีดิบบรรพบุรุษตระกูลน่า ไม่กลัวตายหรือไงถึงออกมาแบบนี้
“ฉัน ฉันแค่สงสัยนิดหน่อย…” น่าหงเฟยตัวสั่น
เฝ่ยชิงรั่วบอกว่าเธออยากมาดู เขาเองก็อยากเปิดหูเปิดตาจึงตามมาด้วย แต่ไม่คิดว่าผีดิบจะรู้ตำแหน่งของเขา แล้วตรงเข้ามาหาทันที
ผีดิบฉวยโอกาสที่ทั้งสามคนยืนนิ่งอยู่ พุ่งตรงเข้าหาน่าหงเฟยกับเฝ่ยชิงรั่ว
“แย่แล้ว!” เฝ่ยไป๋ลู่ใจหล่นวูบ จะให้ผีดิบดูดเลือดพวกเขาไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นสถานการณ์จะยิ่งแย่!
เฝ่ยชิงรั่วตัวแข็งทื่อเพราะความตกใจ!
ทันใดนั้น เธอก็คว้าตัวของน่าหงเฟยเข้ามาบังไว้ด้านหน้าตัวเอง
……………………………………………………………………………………………………………………………………